เครือข่ายผู้หญิง ขปส.ยื่น 12 ข้อเสนอ จี้ยกเลิกกฎอัยการศึก หยุดคุกคามสิทธิประชาชนทุกด้าน

received_879038392139447

เมื่อวันที่  9 มีนาคม 2558 เวลาประมาณ 10.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  เดินทางมารับหนังสือจากเครือข่ายผู้หญิงขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมในเครือข่ายผู้หญิง(ขปส.)   จำนวนกว่า 200 ที่รวมตัวกันขึ้นเพื่อสร้างกระบวนการขับเคลื่อนกิจการสาธารณะ เนื่องในวันสตรีสากล  โดยหม่อมหลวงปนัดดาได้ใช้เวลาในการเจรจาร่วมกับตัวแทนจากเครือข่ายต่างๆ ที่ร่วมขบวนบริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล

หม่อมหลวงปนัดดา กล่าวระหว่างพบปะเครือข่ายผู้หญิงฯ ว่า ดีใจที่เห็นพี่น้องสตรีจากหลายพื้นที่ ทั้งจากเครือข่ายคนจนเมือง เครือข่ายสตรีจังหวัดเชียงใหม่ และพี่น้องชาติพันธุ์ต่างๆ ที่เข้ามาร่วมขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของสตรี โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะทำหน้าที่บริหารสิทธิประโยชน์ ตลอดจนเปิดโอกาสให้สตรีได้แสดงความคิดเพื่อร่วมกำหนดนโยบายต่างๆ มากขึ้น โดยข้อกังวลด้านต่างที่ทางเครือข่ายนำเสนอมานั้น บางส่วนรัฐบาลก็ได้ดำเนินการไปแล้ว เช่น กรณีเรื่องการตั้งคณะกรรมการเพื่อหารือกรณีการประกาศใช้แผนแม่บทป่าไม้ เป็นต้น

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่หม่อมหลวงปนัดดาได้รับหนังสือแล้วเสร็จ เครือข่ายฯ ได้อ่านแถลงการณ์เรื่อง “ค่านิยม 12 ประการที่รัฐบาลต้องดำเนินการ เพื่อลดความรุนแรงและสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้หญิง” โดยมีใจความสำคัญว่า ในฐานะที่ผู้หญิงยุคปัจจุบันมีบทบาทสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมที่ยุดโยงครอบครัว ชุมชน ให้อยู่ได้ เป็นผู้นำตัวจริงในการดำเนินชีวิตประจำวันทั้งในระดับครอบครัว และชุมชนทั่วประเทศ แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันผู้หญิงกำลังถูกคุกคามและทำความรุนแรง อันเนื่องมาจากนโยบายของรัฐ โดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงทรัพยากร อาทิ ความเดือดร้อนจากแผนแม่บทป่าไม้ เรื่องสิทธิที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย  โดยเนื่องในวันสตรีสากลปีนี้ ขอเสนอให้รัฐบาลดำเนินการดังต่อไปนี้

 

1.ความเป็นชาติของรัฐบาล ยังจำกัดเฉพาะบางกลุ่ม ดังนั้นรัฐควรต้องให้ความเคารพทุกกลุ่มที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ประเพณี และเชื้อชาติ สัญชาติ และมีการพัฒนาเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น  2.รัฐบาลต้องมีเมตตาธรรม และความอดทนในการรับฟังความเดือดร้อนของผู้หญิงที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์เปราะบางไม่มีมาตรการจำกัดเมื่อร้องเรียนปัญหา 3.ผู้หญิง ขปส.ยึดถือเรื่องความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ สืบทอดประเพณีไหว้บรรพบุรุษ รัฐบาลต้องไม่ทำลายพื้นที่ทางจิตวิญญาณและมีการป้องกันการขยายตัวของทุนนิยมที่ลิดรอนสิทธิของคนกลุ่มต่างๆ

received_879038392139447

 

4.ผู้หญิง ขปส.จัดการศึกษา และเรียนรู้จากชีวิตจริงนอกห้องเรียน ดังนั้นรัฐต้องยกเลิกคำสั่งห้ามจัดเวทีการเรียนรู้ต่างๆ ที่จะนำไปสู่การยกระดับหรือพัฒนาคุณภาพชีวิต 5.ผู้หญิง ขปส.ดำรงวิถีชุมชนมีการสืบทอดประเพณี วัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นรัฐบาลต้องทบทวนแนวทางการพัฒนาที่กระทบต่อวิถีวัฒนธรรม 6.รัฐบาลต้องไม่ทำลายชุมชนที่อยู่อย่างเอื้อเฟื้อแบ่งปันกัน  ดังนั้นต้องหยุดแผนแม่บทป่าไม้ ทวงคืนที่ดินและการไล่รื้อชุมชนต่างๆ ทั้งภาคเหนือ ใต้และภาคอีสาน รวมทั้งพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

 

7.รัฐบาลต้องไม่ปิดกั้นการออกมาใช้สิทธิตามระบบประชาธิปไตย ในการเรียกร้องปัญหาปากท้องและการปกป้องชุมชน โดยการยกเลิก พ.รบ.ชุมนุมและกฎอัยการศึก ตลอดจนไม่ยุบรวมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกับผู้ตรวจการแผ่นดิน เพราะเป็นการลดความสำคัญของการคุ้มครองสิทธิประชาชนชน 8.ผู้หญิง ขปส.เคารพบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญและการสร้างกติกาชุมชนเพื่อเป็นกรอบการอยู่ร่วมกัน ดังนั้น รัฐบาลต้องเคารพกติกาชุมชน แต่ละท้องถิ่นเหมือนกับผู้หญิง 9.ผู้หญิง ขปส.ดำเนินชีวิตอย่างมีสติ รู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รวมกลุ่มสร้างพื้นที่ต้นแบบในการพัฒนา ดังนั้นรัฐต้องรับฟังและสนับสนุนในการสร้างกิจกรรมต้นแบบการพัฒนาที่หลากหลาย

 

10.ผู้หญิง ขปส.นำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาดำเนินชีวิต เช่น การบริหารจัดการพื้นที่รูปแบบโฉนดชุมชน ดังนั้นรัฐบาลควรนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศอย่างเคร่งครัด 11.ผู้หญิง ขปส.ยืนหยัดต่อสู้อย่างเข้มแข็ง ไม่ยอมจำนน ดังนั้นรัฐบาลต้องยกเลิกนโยบายการขับไล่ หรือดำเนินคดีกับชาวบ้าน ซึ่งจะเป็นการสร้างความอ่อนแอกับชุมชน ดังนั้นต้องขจัดเงื่อนไขทุกด้านที่ทำลายความเข้มแข็งของชุมชน 12.ผู้หญิง ขปส.คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน ผลักดันกฎหมายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม โดยเสนอกฎหมาย 4 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.ที่ดิน ร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินก้าวหน้า ร่างพ.ร.บ.สิทธิชุมชนในการบริหารจัดการที่ดิน และร่าง พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน รัฐบาลต้องรับฟังข้อเสนอและไม่ดำเนินการใดๆ ที่สร้างความเดือดร้อนในระหว่างการผลักดันกฎหมาย

 

ทั้งนี้บรรยากาศก่อนการยื่นหนังสือบริเวณทำเนียบรัฐบาลเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเครือข่ายได้มีกิจกรรมการแสดงรำร็องแง็ง ของเครือข่ายผู้หญิงชาวเล และการแสดงระบบพื้นบ้านของผู้หญิงลีซอ ขณะที่เครือข่ายสตรีภาคอื่นๆ  ก็แต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองและร่วมให้กำลังใจ พร้อมชูป้ายให้รัฐบาลรับข้อเสนอ 12 ประการ ซึ่งทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง  โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าดูแลความสงบเรียบร้อยประมาณ 20 นาย

 

นางอรนุช ผลภิญโญ  ตัวแทนชาวบ้านโคกยาว จังหวัดชัยภูมิ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ขณะนี้พื้นที่จังหวัดชัยภูมิที่ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงไล่รื้อที่อยู่อาศัยและบังคับให้ย้ายออกจากพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยอ้างกรรมสิทธิ์ของรัฐนั้น สถานการณ์ในพื้นที่มีความสงบมากขึ้น หลังจากการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนได้กดดันให้รัฐบาลดำเนินการสั่งการเจ้าหน้าที่เพื่อชะลอการปฏิบัติการ แต่ก็ยังไม่วางใจว่าสถานการณ์ทั่วประเทศจะเป็นเหมือนกัน  ด้วยเหตุนี้เครือข่าย ขปส.จึงจำเป็นต้องเคลื่อนไหวอีกครั้ง เพราะเมื่อใดที่ชาวบ้านหยุด เมื่อนั้นก็เกิดปัญหา

 

“เบื้องต้นเราอยากให้รัฐบาลให้ความเป็นธรรมกับการจัดเวทีหารือทางออกต่างๆ เพราะเป็นการปิดกั้นการเข้าถึงความรู้ ข้อมูลของประชาชน และในตอนนี้มองว่าการเคลื่อนไหวใดๆ เป็นการแสดงออกอย่างชอบธรรม ถ้ารัฐบาลจริงใจควรเปิดพื้นที่ให้จัดกิจกรรม เพราะอนาคตคงไม่ได้มีแค่ผู้หญิงนับร้อยวันนี้เท่านั้น แต่มีผู้หญิงอีกมาก และมีคนไทยอีกมากต้องการแสดงออกในหลายเรื่อง รัฐจึงควรใจกว้าง” นางอรนุช กล่าว

 

////////////////////

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.