11054642_879173152125971_1989841560_o

วันที่ 9 มีนาคม 2558 นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช(อท.) ได้มีบันทึกสั่งการถึงผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 ให้เพื่อสั่งการให้ผู้ทำหน้าที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงดำเนินการปล่อยจระเข้น้ำจืดสายพันธุ์ไทยซึ่งติดจั่นชาวบ้านคืนสู่ธรรมชาติบริเวณลุ่มน้ำชมพูในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง

บันทึกสั่งการของอธิบดีอท.เกิดขึ้นภายหลังจากที่ชาวบ้านได้ทวงถามถึงการปล่อยจระเข้น้ำจืดซึ่งติดจั่นของชาวบ้านเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม และทางอุทยานฯ ได้นำตัวจระเข้ดังกล่าวไปทำการตรวจดีเอ็นเอที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด จังหวัดนครสรรค์ แต่เมื่อผลออกมาแล้วกว่า 1 เดือนก็ยังไม่มีการปล่อยจระเข้คืนสู่ป่า รวมแล้วจระเข้ต้องถูกกักขังอยู่กว่า 4 เดือน

นายธีรเชษฐ์ โสทอง รองประธานเครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำชมพู กล่าวว่า รู้สึกดีใจในคำสั่งที่ออกมา เพราะจระเข้ทุกตัวในคลองชมภูเป็นสัตว์ป่าที่มีความสำคัญต่อชุมชนอย่างมาก เพราะเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าต้นน้ำ อีกทั้งชาวบ้านมีความเชื่อว่าจระเข้เป็นเจ้าป่า เจ้าเขา ที่คอยปกปักษ์รักษาลุ่มน้ำชมภูมาช้านาน หลังจากนี้ชาวบ้านจะเร่งประสานไปที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงว่าจะนำจระเข้กลับมาในวันใด เพื่อที่จะได้จัดพิธีรับขวัญจระเข้ ซึ่งชาวบ้านตั้งใจจะเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และภาคประชาชนด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสื่อมวลชนมาร่วมในงานดังกล่าว เนื่องจากอยากนำเสนอเรื่องนี้ต่อสังคมให้เป็นประเด็นสาธารณะ

11026498_879168632126423_1714191063_nนายธีรเชษฐ์กล่าวว่า พื้นที่ลุ่มน้ำชมภูยังคงความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาศัยและขยายพันธุ์ของจระเข้พันธุ์ไทยในธรรมชาติ อีกทั้งเป็นพื้นที่ที่สมควรส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งไม่เหมาะหากจะมีการทำโครงการขนาดใหญ่ที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะโครงการเขื่อน หรือเหมืองทอง โดยตอนนี้ชาวบ้านมีความกังวล 3 ประการ คือ 1.เนื่องจากจระเข้ถูกจับออกไปขังอยู่ในบ่อกว่า 4 เดือน ซึ่งอาจถูกเลี้ยงแบบจระเข้บ่อ ที่ไม่ต้องออกหาอาหารกินเอง การกลับคืนสู่ธรรมชาติที่จระเข้ต้องหาอาหารหรือกินปลาธรรมชาติจะปรับตัวได้หรือไม่  2.พฤติกรรมจระเข้ที่อาจเปลี่ยนไป จากเดิมที่กลัวคน เมื่อเจอคนจระเข้จะรีบหนีลงน้ำทันที ซึ่งถ้าจระเข้กลับมาแล้วไม่กลัวคนดังเดิมจะทำอย่างไร  3.อยากให้มีการชี้แจงถึงกระบวนการตรวจสอบดีเอ็นเอจระเข้แก่ชาวบ้านให้ชัดเจนว่าได้ดำเนินการอะไรไปบ้าง เนื่องจากจระเข้ตัวนี้เป็นตัวเมีย ซึ่งหากมีการนำไปเลี้ยงรวมกับจระเข้ตัวผู้หรือมีการทำการผสมพันธุ์เทียมโดยเจ้าหน้าที่ ทำให้ถ้าจระเข้เกิดตั้งท้องมาก่อนนำมาปล่อยและออกลูก และส่งผลต่อพันธุ์กรรมของจระเข้ชมภู หรือในอนาคตจระเข้อาจมีพฤติกรรมดุร้ายได้

“ชาวบ้านยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายในการดูแลหรือเป็นทีมร่วมติดตามพฤติกรรมจระเข้ เพราะถือว่าเป็นการดีที่ทุกภาคส่วนจะได้ช่วยกันรักษาพื้นที่ต้นน้ำให้คงความอุดมสมบูรณ์ เพื่อให้เป็นพื้นที่น้ำร่องหรือตัวอย่างที่ดีที่ชุมชนกับภาครัฐร่วมมือกัน” นายธีรเชษฐ์ กล่าว

————

หมายเหตุ-คำว่าคลองชมพูหรือคลองชมภูนั้น ปกติทางการมักใช้ว่าคลองชมพู แต่ชาวบ้านใช้ว่าคลองชมภูซึ่งย่อมาจากภูเขา โดยมีหลังฐานจากการตั้งชื่อวัดคลองชมภู

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.