อนาถใจ ชาวมอแกนเกาะเหลารับจ้างดำปลิงเดือนละ 5 พันแต่ถูกจับแถมไร้บัตรประชาชน

0

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2560 นางเนาวนิตย์ แจ่มพิศ สมาชิกสภาเทศบาลปากน้ำท่าเรือ อำเภอเมือง จังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2560 นี้ ชาวเลมอแกนเกาะเหลา 4 คน ที่ถูกจับกุมและคุมขังข้อหาบุกรุกอุทยานและดำปลิงบริเวณเกาะแรด หมู่ที่ 6 ตำบลหาดทรายรี อำเภอปากน้ำ จังหวัดชุมพร ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานหมู่เกาะชุมพร จะขึ้นศาลจังหวัดชุมพรเป็นครั้งแรก ซึ่งชาวบ้านบางส่วนอาจจะเดินทางไปให้กำลังใจแต่ยังไม่ทราบว่าชะตากรรมของชาวเลกลุ่มดังกล่าวจะเป็นอย่างไร

นางเนาวนิตย์ กล่าวว่า ชาวเลทั้งหมด 4 คนล้วนอยู่ในสถานะบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน และมีเพียง 1 รายเท่านั้นที่มีบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรเลข 0) ซึ่งได้ขอเลขประจำตัว 13 หลักมาแล้ว และรอวันจะไปถ่ายบัตรประชาชนในเร็วๆนี้ชื่อว่านายเล็ก ประมงกิจ ส่วนที่เหลือทั้ง 3 คนอยู่ระหว่างการดำเนินการพิสูจน์เอกสาร หลักฐานและสอบพยานเพิ่มเติมแต่กลับถูกจับดำนินคดีและซึ่งขณะนี้ทั้งหมดอยู่ระหว่างดำเนินการขอเงินประกันตัวจากกองทุนยุติธรรม และการช่วยเหลือของเครือข่ายภาคีอื่นๆ ทราบว่าจะส่งทนายมาช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามส่วนตัวเห็นว่าการจับกุมคดีดังกล่าว กระบวนการยุติธรรมจ้องจับผิดเพียงชาวเลมอแกนเท่านั้น แต่นายทุนเจ้าของเรือกลับรอดไม่ถูกดำเนินคดีด้วย ทั้งที่อาชีพและรายได้ก็จำกัด ทำให้ต้องเจอกับความลำบากหลายด้าน

“อย่างนายเล็กเขาอายุราว 20 กว่ามีลูกหนึ่งคนอายุ 2 ปีเอง ป่วยแขนขาลีบอยู่เลย พอพ่อถูกจับ มันลำบากไง พ่อเขาเป็นกำลังหลักและกำลังจะได้บัตรประชาชน ได้เป็นคนไทยก็ต้องมาถูกจับกุมก่อน ปัญหาแบบนี้เราเจอเราไปไม่เป็นเลย แล้วถ้าศาลตัดสินให้ติดคุกยาว เด็กคนหนึ่งก็กลายเป็นคนด้อยโอกาส เพราะเมียและลูกของนายเล็กก็ยังไม่มีหลักฐานอะไรไปขอสัญชาติไทยเลย” นางเนาวนิตย์ กล่าว

สมาชิกสภาเทศบาลปากน้ำท่าเรือ กล่าวด้วยว่า นอกจากข้อหาบุกรุกอุทยานแห่งชาติแล้ว ชาวเลทั้ง 4 รายยังถูกแจ้งข้อหาต่างด้าวที่เดินทางออกนอกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย แต่ตนยืนยันว่าหนังสือข้อหาดังกล่าวไม่ถูกต้องเพราะชาวเลมีนายจ้างที่มีเรือมีทะเบียนถูกต้อง และเมื่อมีการจ้างงานชาวเล นายจ้างต้องรู้เห็นการทำหนังสืออยู่แล้วซึ่งหนังสือดังกล่าวออกโดยอำเภอเมืองระนอง และหนังสืออนุญาตออกนอกเขตพื้นที่ควบคุมคนต่างด้าวเป็นการชั่วคราวของนายจ้างผู้ว่าจ้าง ซึ่งเอกสารดังกล่าวตนและญาติผู้ต้องหาได้นำไปมอบให้แก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.ปากน้ำชุมพร เพื่อประกอบหลักฐานในการสอบสวนดำเนินคดีเรียบร้อยแล้วต้องมาลุ้นว่าจะมีการพิจาณาเอกสารหรือไม่ ไม่เช่นนั้นชาวเลจะลำบากฝ่ายเดียว

“การรับจ้างดำปลิงหรือไปหาปลากับนายจ้างนั้นถ้าเกิดคดีแบบนี้เชื่อไหมว่า ชาวเลไม่ได้รับค่าจ้าง ซึ่งหากทำงานเสร็จเรียบร้อย รายได้พวกเขาจะอยู่ที่ราวเดือนละ 5,000 บาท มันไม่มากมายนักแต่ต้องยอมรับ ว่ามีสิทธิแค่นี้เพราะบางคนพูด อ่าน เขียนไทยไม่ได้ บางคนไร้การศึกษา แถมยังไม่มีบัตรประชาชนด้วย งานอะไรที่พอจะทำได้ต้องคว้าไว้ก่อน ตอนนี้บนเกาะเหลามีชาวเลเพียง 35 คนเท่านั้นที่ได้บัตรประชาชนสมบูรณ์ ที่เหลือราว 240 ที่ยังมีปัญหาสัญชาติและอยู่ระหว่างการช่วยเหลือของหลายภาคส่วน” สมาชิกสภาเทศบาลปากน้ำท่าเรือ กล่าว

///////////////////////

Share.

Comments are closed.