Search

คืนสัญชาติ คืนศักดิ์ศรี คืนมาตุภูมิ 12 ปีคนไทยพลัดถิ่น

10982971_867135259996427_402464753_o

คนไทยพลัดถิ่น นิยามตามกฎหมายระบุว่า “ ผู้ซึ่งมีเชื้อสายไทยที่ต้องกลายเป็นคนในบังคับของประเทศอื่น โดยเหตุอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของราชอาณาจักรไทยในอดีต ซึ่งปัจจุบันผู้นั้นมิได้ถือสัญชาติของประเทศอื่น และได้อพยพเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทยเป็นระยะเวลาหนึ่งและมีวิถีชีวิตเป็นคนไทย โดยได้รับการสำรวจจัดทำทะเบียนตามกฎหมาย ว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนดหรือเป็นผู้ซึ่งมีลักษณะอื่นทำนองเดียวกันตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ” กลุ่มคนไทยที่เคยอาศัยอยู่ในที่ซึ่งเดิมเป็นเขตแดนไทย อาทิเช่น มะริด ทวาย ตะนาวศรี ฯลฯ ในเขตพม่า หรือ เกาะกงในเขตกัมพูชา เป็นต้น

ในพม่ายังคงมีหมู่บ้านคนไทยตั้งบ้านเรือนและทำมาหากินอยู่ เมื่อมีการแบ่งเขตดินแดนในช่วงแรกๆ ยังไปมาหาสู่ระหว่างญาติพี่น้อง ชุมชนคนไทยบางส่วนก็ยังอาศัยในดินแดนพม่า ไม่ได้โยกย้ายเข้ามาอยู่ในดินแดนไทย โดยรัฐบาลพม่าก็ไม่ได้ยอมรับให้เป็นพลเมืองพม่า ในบางช่วงที่รัฐบาลพม่าออกบัตรให้ ก็ระบุว่า “เป็นคนไทย” และคนกลุ่มนี้ยังมีวิถีชีวิต การใช้ภาษาสื่อสารเป็นภาษาไทยสำเนียงภาคใต้ มีประเพณีและวัฒนธรรมแบบคนไทยภาคใต้

เมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว ในช่วงที่รัฐบาลพม่าทำสงครามกับชาติพันธุ์ในพม่า คนไทยกลุ่มนี้ได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมจากพม่า ถูกกดขี่ รังแก กลุ่มคนจำนวนหนึ่งจึงโยกย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่กับญาติพี่น้องในประเทศไทย บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และบางส่วนอาศัยในจังหวัดตาก แต่ทว่าสัญชาติไทยของคนกลุ่มนี้ไม่ได้รับรองว่าเป็นคนไทย

11002917_867135246663095_713110544_oการกลับมาอยู่อาศัยในประเทศไทย ไม่มีสัญชาติไทย ไม่มีบัตรประชาชน ในช่วงแรกๆถูกจำกัดสิทธิทุกด้าน ทั้งไม่สามารถเดินทางออกนอกชุมชนที่อาศัยอยู่ได้ ไม่มีสิทธิแจ้งเกิด ไม่มีสิทธิแจ้งตาย ไม่มีสิทธิแจ้งความกรณีถูกรังแกเอาเปรียบ ถูกกดหรือถูกโกงค่าแรงเป็นประจำ ไม่ได้รับสวัสดิการขั้นพื้นฐานทุกด้านมีความยากลำบากในการเข้ารักษาพยาบาล เด็กไทยพลัดถิ่นที่เกิดในเมืองไทย ก็ไม่ได้ใบเกิด ไม่สามารถขอรับทุนการศึกษาได้ เรียนจบแล้วสมัครงานไม่ได้เพราะไม่มีบัตรประชาชน ทำงานได้เพียงการเป็นแรงงานไร้ฝีมือ ที่อยู่อาศัยและที่ทำกินไม่มั่นคง และมักถูกข่มขู่ขูดรีดเรียกเก็บเงิน โดยเฉพาะการเรียกเก็บเงินเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนสถานะบุคคล การเดินทางไปทำงานนอกชุมชน และจังหวัด คนไทยพลัดถิ่นที่เดินทางกลับเข้ามาอยู่ประเทศไทย ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง ฯลฯ นักวิชาการประมาณการว่ามีประมาณ 50,000 คน โดยกรมการปกครองขึ้นทะเบียนแล้ว 18,309 คน ใน 5 จังหวัด 43 อำเภอ/อบต และ มีผู้ตกสำรวจ / ผู้พลัดหลงทางทะเบียน / ผู้เกิดใหม่ รวมอีกกว่า 30,000 คน

ปี 2545 มูลนิธิชุมชนไท และภาคีความร่วมมือ สนับสนุนให้กลุ่มคนไทยพลัดถิ่น ในจังหวัดระนองและประจวบคีรีขันธ์ ได้รวมกลุ่มกันเป็น “ เครือข่ายแก้ปัญหาการคืนสัญชาติคนไทย ” ทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง รวมทั้งหาแนวทางในการแก้ปัญหาร่วมกัน

นักวิชาการ ระบุว่าคนไทยพลัดถิ่น เป็นคนไทย รัฐไทยจึงต้องคืนสัญชาติให้คนกลุ่มนี้ และกฎหมายสัญชาติที่มีอยู่ ไม่สามารถคืนสัญชาติให้คนไทยพลัดถิ่นได้ ดังนั้น จึงต้องออกกฎหมาย คืนสัญชาติไทยให้แก่คนไทยพลัดถิ่น

ปี 2552 เสนอร่าง พระราชบัญญัติสัญชาติ ฉบับที่ 5 แต่กฎหมายดังกล่าวยังคงติดค้างอยู่ในสภาฯ เป็นเวลานานนับปี จึงเดินรณรงค์สาธารณะ “ จากด่านสิงขรถึงรัฐสภา ” ใช้เวลา 14 วัน มีประชาชนสองข้างทางให้กำลังใจ มอบน้ำ/อาหารจำนวนมาก รวมทั้งสื่อมวลชนเกือบทุกสำนักทำข่าวต่อเนื่อง สว.และสส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเรี่ยไรเงินสมทบค่าอาหารนับแสนบาท และเมื่อ มีนาคม 2555 พระราชบัญญัติสัญชาติ ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2555 ว่าด้วยการคืนสัญชาติไทยให้คนไทยพลัดถิ่น ประกาศใช้ในราชกิจานุเบกษา รวมเวลาขับเคลื่อนเพื่อแก้ปัญหา 10 ปี

แต่ระยะเวลาผ่านไป 2 ปี ของการประกาศใช้กฎหมายมีคนไทยพลัดถิ่นที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายนี้ ประมาณ 2,000 คน เนื่องจากมีข้อจำกัดในการปฏิบัติงานของผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งยังไม่มีความเข้าใจกฎหมายชัดเจน / มีปัญหาทัศนะคติและอื่นๆ หรือ ประเทศไทยต้องปฏิรูปกระบวนการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นจริง ?

ในขณะที่อยู่ระหว่างการยื่นคำขอฯ คนไทยพลัดถิ่นไร้สิทธิขั้นพื้นฐาน และถูกละเมิดสิทธิเป็นระยะๆ เช่น ถูกจับเมื่อไปทำงาน ถูกเรียกเก็บเงิน ฯลฯ ทั้งที่ตามกฎหมายคนเหล่านี้เป็นคนไทยแล้ว ดังนั้น ความล่าช้าจึงส่งผลต่อโอกาสในการพัฒนาชีวิตเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเด็กเยาวชน ที่อยู่ระหว่างการศึกษา

ดังนั้น ในโอกาสครบรอบ 12 ปี ในความพยายามของคนชายขอบผู้ไร้สัญชาติ จึงได้นำเสนอกระบวนการทำงานดังกล่าว ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างแบบมีส่วนร่วมของเครือข่าย ฯ แก้ปัญหาการคืนสัญชาติคนไทย : คนไทยพลัดถิ่นและภาคีความร่วมมือทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ และร่วมหาแนวทางแก้ปัญหา / ข้อจำกัด ในกระบวนการคืนสัญชาติไทย นำเสนอแนวทางปฎิรูปเพื่อแก้ปัญหาคนไร้สัญชาติกลุ่มต่างๆ ในประเทศไทย ——– มูลนิธิชุมชนไท

 

//////////////////////////

 

10997878_867135213329765_1634064825_o

กำหนดการงาน 12 ปีไทยพลัดถิ่น

วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558

08.00 – 09.00 น. ลงทะเบียน / พิธีเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ / การแสดงทางวัฒนธรรม

09.00 – 12.00 น. พิธีทางศาสนา ( พุทธ และอิสลาม ) / ผู้เข้าร่วมพบปะพูดคุย

12.00 – 13.00 น. รับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน 13.00 – 13.10 น. ผู้แทนเครือข่าย ฯ กล่าวรายงาน

13.10 – 13.25 น. นพ.อำพล จินดาวัฒนะ ประธานกรรมาธิการสังคม ฯ กล่าวแนวทางปฏิรูป

13.25 – 13.40 น. อธิบดีกรมการปกครอง กล่าว แนวทางความร่วมมือในการดำเนินงาน

13.40 – 15.40 น. เสวนา 12 ปีไทยพลัดถิ่น กับปฏิรูปกระบวนการแก้ปัญหาคนไร้สัญชาติ อธิบดีกรมการปกครอง

* นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ กรรมาธิการสังคม ฯ (สปช) * ดร.ฐิราวุฒิ เสนาคำ ม.วลัยลักษณ์ / วิจัยเรื่องราวไทยพลัดถิ่น นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา / กรรมการรับรอง ฯ ดร.พันธุ์ทิพย์ สายสุนทร ม.ธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญกม.สัญชาติ* ผู้ทรงคุณวุฒิท่านอื่น * ผู้แทนผู้ไร้สัญชาติ / เครือข่ายอื่นๆ * ผู้แทนองค์กรสนับสนุน เช่น มูลนิธิชุมชนไท สสส. สปพส พอช.

15.00 – 16.00 น. มอบบัตรประชาชน โดยอธิบดีกรมการปกครอง*และผู้ทรงคุณวุฒิ

16.00 – 17.00 น. เปิดใจไทยพลัดถิ่น / ไทยพลัดถิ่นประกาศเจตนารมย์

17.00 – 19.00 น. วีดีทัศน์ / อาหารเย็น และการแสดงทางวัฒนธรรม ( มะโนราห์ไทยพลัดถิ่น/ รำวงโบราณ ดนตรีโฮปแฟมิลี่ )