ไล่รื้อชุมชนวัดกัลยาณ์ เชือดบ้านประธานก่อนหลังเป็นตั้งตัวตีโวยวายทุบโบราณสถาน ชาวบ้านโวยรู้สึกไม่ปลอดภัย

0

received_972275412815744

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2558 ที่ชุมชนวัดกัลยาณมิตร เขตธนบุรี กทม. เจ้าหน้าที่ได้เริ่มทำการไล่รื้อบ้านของนายชัยสิทธิ์ กิตติวณิชพันธุ์ ประธานชุมชนกัลยาณมิตร โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารราว 30 คน รวมถึงชายฉกรรจ์อีกจำนวนหนึ่งที่อ้างตัวว่าเป็นกลุ่มลูกศิษย์เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหารเฝ้ารอบบริเวณบ้านที่ถูกไล่รื้อ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการทุบบางส่วนของบ้าน และยึดสิ่งของภายในบ้านจำนวนหนึ่ง ไม่พบนายชัยสิทธิ์ภายในบ้าน

ขณะที่บรรยากาศภายในชุมชม พบว่ามีชาวบ้านต่างแสดงความกังวลต่อการไล่รื้อ และวิพากษ์วิจารณ์เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร ที่สำคัญคือไม่มีการให้ข้อมูลที่แน่ชัดจากเจ้าหน้าที่ เมื่อสอบถามไปทางโทรศัพท์ นายชัยสิทธิ์กล่าวว่าตนเองเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จึงต้องรีบออกจากพื้นที่ มี 54 ครัวเรือน จาก 200 กว่าครัวเรือนที่จะถูกไล่รื้อ

“ชุมชนที่นี่อยู่กันมานาน ที่ผ่านมาเจ้าอาวาสทั้ง 9 รูปและชาวบ้านต่างอยู่กันด้วยดีเสมอมา มีเพียงเจ้าอาวาสปัจจุบันเท่านั้นที่เริ่มมีปัญหากับชาวบ้านตั้งแต่มีการทุบทำลายโบราณสถานเพราะชาวบ้านทนไม่ได้และร้องเรียนไปยังกรมศิลปากร จนเดี๋ยวนี้เกิดการฟ้องร้องกันอยู่ในศาล” นายชัยสิทธิ กล่าว

received_972275392815746
ทั้งนี้นายชัยสิทธิ์ถือว่าเป็นแกนนำชาวบ้านคนสำคัญในการร้องเรียนกรณีที่เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตรทุบทำลายโบราณสถานและโบราณวัตถุกว่า 20 รายการ และได้ติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2546

นายนพเก้า ศรีตะสุทธิพันธุ์ ชาวบ้านในชุมชนเล่าว่าไม่มีการประกาศคนแจ้งมาว่าจะมีการมาไล่รื้อวันนี้ แต่รู้ข้อมูลจากการบอกเล่าต่อๆ มา เมื่อชาวบ้านได้เห็นการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่วันนี้ ยิ่งทำให้เกิดความกลัว และรู้สึกไม่ปลอดภัย ที่ผ่านมา ทางเจ้าอาวาสไม่เคยลงมาพูดคุยกับชาวบ้าน แต่กลับมีการทำลายโบราณสถานหลายจุดในบริเวณ รวมทั้งมีการอ้างว่าจะไล่รื้อที่ชาวบ้านเพื่อเอาไปทำอุทยานประวัติศาสตร์ โดยที่ไม่มีการชี้แจงว่าจะทำอย่างไร

“ชุมชนที่นี่มีอายุเป็นร้อยปี นี่คือประวัติศาสตร์ ไม่เข้าใจว่าจะทุบมันเพื่อทำประวัติศาสตร์ได้อย่างไร” นายนพเก้า กล่าว

นายเฉลิมศักดิ์ จุลสุวรรณ ชาวบ้านในชุมชนกัลยาณมิตรเล่าว่า แต่ก่อนตนและชาวบ้านหลายคนเป็นเด็กวัด กินข้าวจากบาตรพระ เวลาหิวก็เข้ากุฏิพระไปกินข้าว เด็กๆจะเล่นรอบๆอาคารเก่า พอเจ้าอาวาสรูปปัจจุบันมา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป มีการทำลายโบราณสถานและอาคารเก่าหลายส่วน รวมทั้งตัดต้นก้ามปูอายุกว่าร้อยปีมาทำลานจอดรถ

“ยายของผมเป็นคนช่วยสร้างศาลาการเปรียญ ซึ่งเป็นที่ทำกิจกรรมของชาวบ้าน เป็นที่พบปะ พอเจ้าอาวาสมา ท่านก็สั่งปิดศาลาการเปรียญ ประเพณีที่ชาวบ้านทำร่วมกับวัดก็ค่อยๆหายไปจนไม่เหลือ” นายเฉลิมศักดิ์กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามกลับไปทางวัด ได้คำตอบว่าการไล่รื้อวันนี้ทำอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยกรมบังคับคดีได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลแพ่งธนบุรี ซึ่งตัดสินให้ทางวัดชนะคดีในชั้นศาลฎีกาเมื่อปลายปีที่แล้ว ทางวัดกล่าวหาว่าบ้านของชาวบ้านบดบังทัศนียภาพของวัด การไล่รื้อนั้นเพียงเพื่อทำให้ทัศนียภาพดีขึ้น ไม่ได้มีแผนจะสร้างสิ่งก่อสร้างใหม่

ทั้งนี้กรณีข้อพิพาทระหว่างวัดและชุมชนเริ่มขึ้นเมื่อปี 2546 หลังจากที่เจ้าอาวาสคนปัจจุบันเข้ารับตำแหน่ง และได้ยกเลิกสัญญาณเช่าที่ดินของชาวบ้านในปี 2549 พร้อมเสนอค่าชดเชยให้ชาวบ้าน 3,000 บาทต่อหลัง ชาวบ้านจึงไม่ยอมย้ายออกจนนำมาสู่การฟ้องคดีในศาล
////////////////

Share.

Comments are closed.