ภาพโดย Japhet Jakui
ภาพโดย Japhet Jakui

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2558 องค์กรพัฒนาแห่งชาติลาหู่ (Lahu National Development Organisation -LNDO) ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคมในรัฐฉาน ออกได้ออกมาเคลื่อนไหวและให้ข้อมูลกรณีเหตุภัยพิบัติน้ำป่าหลากท่วมในพื้นที่รัฐฉานในช่วงที่ผ่านมา โดยล่าสุดได้มีแถลงการณ์เปิดเผยว่า เหตุการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นทางภาคตะวันออกของรัฐฉาน เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งทำลายบ้านเรือนและพื้นที่เพาะปลูกเกษตรกรรมของชาวบ้านใน 4 หมู่บ้านได้รับความเสียหาย และคร่าชีวิตชาวบ้านอีก 5 ราย เป็นผลพวงโดยตรงมาจากที่ไม่มีการควบคุมการตัดไม้ทำลายป่าและการทำสวนยางพาราบนภูเขาเขตชนบทในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง

น้ำท่วมเกิดขึ้นที่เทือกเขาดอยผาลาง ไหลจากทิศตะวันออกของเมืองต้าเหล่อ จังหวัดท่าขี้เหล็กลงสู่แม่น้ำโขง การตัดไม้ทำลายป่าอย่างหนักบนภูเขาเหล่านี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ยุคปี 2533 โดยไม้ถูกลำเลี่ยงส่งตามแม่น้ำโขงไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีนและไทย ไม้ที่มีราคา เช่นไม้พะยูง ถูกตัดโค่น ในขณะที่ไม้ชนิดอื่นๆก็รอวันที่จะถูกแปรรูปส่งขาย

ขณะที่บนพื้นที่เนินเขาที่ต่ำลงมาที่มีความหลากหลายทางชีวภาพก็ถูกแทนที่ด้วยสวนยางพารา โดยพบต้นยางถูกปลูกขึ้นบนเนินเขาทั้งหมดตามเส้นทางจากเมืองต้าเหล่อไปจนถึงสะพานมิตรภาพพม่า-ลาว ที่เชียงลาบ ซึ่งมีระยะทาง 59 กิโลเมตร ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องเมื่อวันที่ 3 และ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากพัดเอากองท่อนซุงไม้ที่ถูกตัดอยู่บนภูเขาจำนวนมาก รวมทั้งพัดเอาหน้าดินที่เสื่อมโทรมมานานหลายปีจากสวนยางพารากลายเป็นดินโคลน และก้อนหินไหลเข้าท่วมหุบเขาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เบื้องล่าง

หมู่บ้านไก ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวไทใหญ่ตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำไก เป็นหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ชาวบ้านพากันตกใจตื่นจากเสียงที่ดังสนั่นจากน้ำป่าไหลหลากในคืนวันที่ 4 ส.ค. โดยชาวบ้านต่างรีบหนีออกจากบ้านเรือนของตัวเองอลหม่านเพื่อเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์ภัยพิบัติ อย่างไรก็ตาม มีชาวบ้าน 4 คน รวมถึงเด็กชายวัยขวบครึ่งถูกน้ำพัดหายไปและต่อมาทราบว่าเสียชีวิต บ้านเรือน 23 หลังคาเรือนพังเสียหายยับเยิน

“พื้นที่เพาะปลูกของหมู่บ้านชาวลาหู่ ที่หมู่บ้านน้ำวัน ถูกทำลายโดยท่อนซุงและก้อนหินที่มากับน้ำป่า ชาวนาคนหนึ่งที่นอนเฝ้านาก็ถูกพัดพาร่างหายไป จนถึงตอนนี้ยังไม่พบร่าง หลังเกิดเหตุ ถึงแม้ทางเจ้าหน้าที่ทหารจะเข้ามาทำความสะอาดนำโคลนและท่อนไม้ออกจากถนน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเข้ามาทำความสะอาดพื้นที่ภัยพิบัติ ขณะที่วิถีชีวิตของคนในพื้นที่คือการทำนา โดยชาวบ้านในพื้นที่กำลังหวั่นวิตกว่านาของพวกเขาที่ได้รับความเสียหายจะไม่สามารถฟื้นฟูได้ โดยชาวนากำลังสูญเสียไม่เฉพาะแต่ในฤดูกาลเก็บเกี่ยวในปีนี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงในฤดูกาลเก็บเกี่ยวในอนาคตอีกด้วย” นายจาเพ็ดกล่าว

นายจาแพด กล่าวเสริมว่า ในขณะที่ประชาชนท้องถิ่นกำลังเดือดร้อนจากภัยพิบัติในครั้งนี้ ในส่วนของผู้ที่มีอำนาจและผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากการตัดไม้ทำลายป่าและการทำสวนยางพารายังคงอยู่ดีปลอดภัย ภัยพิบัติครั้งนี้กำลังเป็นสัญญาณเตือนไปยังผู้กำหนดนโยบายของพม่าว่า นโยบายด้านการพัฒนาในปัจจุบันนั้นขาดความยั้งคิดและไม่ยั่งยืน มุ่งแต่ให้ผลประโยชน์ต่อนายทุนคนภายนอกเพียงกลุ่มเล็กๆ ในขณะที่ทำลายสภาพแวดล้อม ชีวิตและอนาคตของคนท้องถิ่น โดยประธานาธิบดีเต็งเส่ง ซึ่งเคยเป็นอดีตผู้บัญชาการภาคสามเหลี่ยม (เชียงตุง) ของพม่า และอ้างว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้คนในภาคตะวันออกของรัฐฉาน ควรหันมาให้ความสนใจและแก้ปัญหานี้ระหว่างที่ยังคงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.