ในขณะที่การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกจับตาว่ามีความคึกคักมากที่สุดในรอบ 25 ปี เพราะมีการเปิดให้พรรคการเมืองลงสมัครแข่งขันกันอย่างเสรี แต่หลังการเลือกตั้ง ประเทศเมียนมา ยังไม่สามารถเดินไปสู่การเป็นประชาธิปไตยได้เต็มรูปแบบ เพราะยังมีปัญหาการสู้รบกับกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธ แม้จะมีการลงนามหยุดยิงทั่วประเทศไปแล้ว 8 กลุ่ม แต่อีก 12 กลุ่มยังยืนยันจะไม่เจรจาใด ๆ กับรัฐบาลชุดปัจจุบัน แต่พร้อมจะร่วมมือกับรัฐบาลชุดใหม่ในการสร้างสันติภาพและประชาธิปไตย

บ้านไฮ เมืองเกซี เป็นฐานที่มั่นของพรรครัฐฉานก้าวหน้า กองทัพรัฐฉานเหนือ SSPP/SSA กองกำลังติดอาวุธของชาวไทใหญ่ ที่อยู่ในพื้นที่รัฐฉานเหนือ นำโดยพล.ท.ป่างฟ้า ซึ่งยังไม่ร่วมลงนามหยุดยิงทั่วประเทศ หรือ NCA /Nationwide Ceasefire Agreement ไม่ใช่สภากอบกู้รัฐฉาน RCSS ที่นำโดยพล.ท.เจ้ายอดศึก ที่ควบคุมพื้นที่รัฐฉานใต้ ชายแดนประเทศไทย และได้ลงนามหยุดยิงไปแล้ว

การสู้รบระหว่างทหารพม่ากับกองกำลังไทใหญ่ รอบนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม ก่อนพิธีลงนามหยุดยิง NCA เมื่อ 15 ตุลาคม และล่าสุดมีเหตุระเบิดในบ้านไฮ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ส่งผลให้บ้านชาวบ้านเสียหาย 2 หลัง เจ้าของบ้านที่เสียหายเคยทำงานก่อสร้างในไทย 10 ปี กลับมาสร้างบ้าน เปิดร้านขายของชำที่บ้านเกิดเมื่อปีที่แล้ว

ชาวบ้านไฮ ยังไม่กล้ากลับมาอาศัยในบ้าน แม้กลางวันจะมาขายของ แต่กลางคืนต่องไปนอนอีกหมู่บ้าน และอีก 1,400 ครอบครัวในเมืองสู้ เมืองเกซี เมืองตั้งยาน และเมืองหังโป มีการสู้รบชาวบ้าน ต้องทิ้งบ้านเรือนอพยพมาอยู่ในที่ปลอดภัยเป็นเวลา 20 วันแล้ว อย่างที่นี่มีผู้อพยกว่า 1 พันคน อาศัยในวัด โรงเรียน ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก พวกเขายอมรับว่านี่เป็นความรุนแรงที่สุดในรอบ 5 ปี พวกเขาต้องทิ้งไร่นาที่กำลังจะเก็บเกี่ยวผลผลิต และยังไม่รู้ว่าจะได้กลับบ้านเมื่อใด ในจำนวนนี้มีผู้อพยพที่เคยมาทำงานในไทย ก็คาดหวังเช่นเดียวกันว่าประเทศของเธอจะสงบสุขหลังการเลือกตั้ง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเริ่มไม่แน่ใจกับชะตากรรมของครอบครัว

พันทโท เจ้า คำตี่ รองเลขาธิการพรรครัฐฉานก้าวหน้า SSPP ประเมินว่าการสู้รบครั้งใหม่เกิดขึ้นเพราะทหารพม่าต้องการยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางทหาร และกดดันให้กองทัพรัฐฉานเหนือลงนามหยุดยิงก่อนการเลือกตั้ง แต่จากการสู้รบที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ส่งผลให้การประชุมของ 12 กลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธที่ยังไม่ลงนามหยุดยิงที่เมืองปางซาง รัฐฉาน ของกองกำลังว้า UWSA มีมติที่จะไม่ลงนามหยุดยิงกับรัฐบาลชุดปัจจุบัน และออกแถลงการณ์ 7 ข้อ ให้องค์การสหประชาชาติและนานาชาติมาสังเกตุการณ์เลือกตั้งให้เป็นไปอย่างเสรี ขอให้รัฐบาลชุดใหม่ให้ความสำคัญกับกลุ่มชาติพันธุ์ ไม่ใช้กำลังทหารสร้างความวุ่นวาย และจะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง จัดประชุมใหญ่พูดคุยทางการเมืองอย่างเป็นรูปธรรม โดยยึดแนวทางตามสัญญา ปางโหลง ที่ให้ทุกชาติพันธุ์ร่วมกันปกครองในระบอบสหพันธรัฐ มีสิทธิเท่าเทียมกัน ส่วนสถานการณ์สู้รบที่เกิดขึ้นในภาคเหนือและตะวันออก มีการเรียกร้องให้รัฐบาลจีนเข้ามาช่วยแก้ปัญหา เพราะขณะนี้มีผู้อพยพพลัดถิ่นในประเทศเกือบ 6,000 คน เดือดร้อน โรงเรียน 13 แห่งถูกปิด เด็ก 1,400 คนไม่ได้เรียนหนังสือ และการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไม่สามารถเข้าถึงได้ กลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธจึงรอเจรจากับรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศในเดือนมีนาคม2559

พันโท จายละ โฆษกกองทัพรัฐฉานเหนือ ไม่ขอประเมินว่าใครจะชนะเลือกตั้งระหว่างพรรค NLD ของนางอองซานซูจี หรือพรรครัฐบาล USDP แต่ต้องเป็นรัฐบาลที่อยู่เหนือทหาร ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลใหม่ต้องทำให้ได้เร็วที่สุดคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2008 เพื่อเดินหน้าในการสร้างสันติภาพและประชาธิปไตยที่แท้จริง

http://goo.gl/tn7TNS

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.