Search

ชาวบ้านสาละวินไม่เข้าร่วมเวทีอีไอเอ ระบุไม่ไว้วางใจนักวิชาการรับจ้างกฟผ. ทำหนังสือถึงสภาจุฬาฯตรวจสอบหวั่นทำลายศรัทธาต่อมหาวิทยาลัย

received_1014947761881842

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม นายนุ ชำนาญคีรีไพร ประธานเครือข่ายชุมชนจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ในวันเดียวกันนี้เครือข่ายฯได้ทำหนังสือเปิดผนึกถึงสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อขอให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของนักวิชาการศูนย์วิชาการแห่งจุฬาฯภายหลังจากที่ชาวบ้านได้รับหนังสือเชิญทางอำเภอให้เข้าร่วมประชุมที่ทางศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาฯจัดขึ้น ณ หอประชุมโรงเรียนทองสวัสดิ์วิทยาคาร อำเภอแม่สะเรียง โดยอ้างถึงกระบวนการการมีส่วนร่วมและรับฟังข้อกังวลของชาวบ้าน แต่ชาวบ้านรู้สึกไม่ไว้วางในการทำงานของนักวิชาการจุฬาฯกลุ่มนี้ เนื่องจากมีความใกล้ชิดกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ซึ่งมีความประสงค์จะสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำสาละวิน ดังนั้นชาวบ้านในหลายหมู่บ้านจึงมีความเห็นตรงกันว่าจะไม่เข้าร่วมการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมโครงการไฟฟ้าพลังน้ำฮัตจีบริเวณชายแดนไทย-พม่าที่จัดขึ้น

received_1014947771881841

นายนุกล่าวว่า เครือข่ายฯ ได้ติดตามการผลักดันให้มีการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำสาละวินของกฟผ.มาโดยตลอด รวมทั้งติดตามการทำงานของนักวิชาการกลุ่มนี้ด้วยความห่วงใย โดยมีความเห็นดังนี้ 1. การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมไม่มีมาตรฐานที่จะยอมรับได้: โครงการเขื่อนฮัตจี (Hat Gyi Dam) ขนาด1,360 เมกกะวัตต์ ที่จะสร้างบนแม่น้ำสาละวิน ในรัฐกะเหรี่ยง พม่า ตั้งอยู่ห่างจากบ้านสบเมย อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพียงราว 47 กิโลเมตร แต่ผลกระทบต่อระบบนิเวศแม่น้ำสาละวินซึ่งเป็นแม่น้ำนานาชาติ กลับยังไม่มีการศึกษาข้ามพรมแดนอย่างครอบคลุมพอเพียง

received_1014947765215175
นายนุกล่าวว่า หลายปีที่ผ่านมาพบว่า ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาฯ ที่รับจ้างกฟผ. ทำการศึกษาเพิ่มเติมนั้น มิสามารถลงพื้นที่เพื่อศึกษาได้อย่างแท้จริง ทั้งเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่รัฐชาติพันธุ์ของพม่า โดยเฉพาะในรัฐกะเหรี่ยง ใกล้หัวงานเขื่อน และในฝั่งไทยนั้นก็พบว่าทำการศึกษาเพียง 3 หมู่บ้านริมแม่น้ำ ทั้งๆ ที่แม่น้ำสาละวินและผืนป่าสาละวินเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ ครอบคลุมพื้นที่กว้าง มีลำน้ำสาขาต่างๆ ไหลเชื่อมต่อเป็นจำนวนมากจากทั้งจ.ตาก และ จ.แม่ฮ่องสอน อาทิ เมย เงา ยวม ปาย และเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับโลก

นายนุ กล่าวว่า 2. ผลกระทบต่อประชาชนและผู้ลี้ภัยเพราะพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนฮัตจีและบริเวณใกล้เคียง หลายทศวรรษที่ผ่านมาเป็นพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากการสู้รบในพม่า ส่งผลให้ประชาชนชาติพันธุ์จำนวนหลายหมื่นคนต้องหนีภัยความตาย มาอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวใน อำเภอสบเมย และอำเภอท่าสองยาง และอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก และส่วนใหญ่ยังอาศัยอยู่จวบจนปัจจุบัน การเร่งรัดเดินหน้าโครงการเขื่อนขนาดใหญ่ในพื้นที่สู้รบ จะส่งผลกระทบต่อประชาชนในบริเวณชายแดน ดังที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ทำการตรวจสอบผลกระทบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคำนึงถึงผลกระทบทางสังคม

นายนุกล่าวว่า ด้วย 2 เหตุผลหลักนี้ เครือข่ายฯ จึงไม่สามารถยอมรับการศึกษาดังกล่าวได้ และเรียกร้องให้สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้กำกับดูแลผู้รับจ้างทำการศึกษา คือ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาฯ ตรวจสอบและทบทวนบทบาททางวิชาการของกลุ่มนี้ และสั่งให้ยุติการดำเนินการศึกษาทันทีเพราะเกี่ยวพันถึงชื่อเสียงของจุฬาฯซึ่งเป็นสถาบันที่ชาวบ้านศรัทธา จนกว่าจะเกิดความสงบในพม่า ที่ประชาชนเจ้าของพื้นที่สามารถคืนกลับสู่ถิ่นฐาน สามารถแสดงความคิดเห็นต่อโครงการที่จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน และเมื่อนั้นจึงจะสามารถเริ่มกระบวนการพิจารณาทางเลือกในการจัดหาพลังงานให้แก่ประชาชนอย่างรอบด้าน มีส่วนร่วม และโปร่งใส มิใช่การเร่งรัดกระบวนการรับจ้างนี้ให้จบโดยเร็วดังนี้เป็นอยู่
——————–

On Key

Related Posts

แนะผลักดันปัญหามลพิษข้ามแดนเป็นวาระแห่งชาติ-ทีมนักวิจัยที่ตรวจพบสารหนูปนเปื้อนในเล็บ-เส้นผมชาวบ้านริมแม่น้ำกกจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย-เสนอรัฐจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงทางสุขภาพ-จี้เปิดเผยข้อมูลผลการศึกษาต่างๆให้สาธารณชนรับทราบ