Search

จังหวัดพังงาไม่ไว้ใจโฉนดชุมชน แนะชาวบางสักใช้ระบบสหกรณ์แทน ชาวบ้านเดินหน้าจับมือชาวมอแกลนทับตะวัน

12506790_1028479447195340_990070372_n

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2559 นางสาววิลาวัลย์ สุขพันธ์ ประธานชุมชนหาดบางสัก ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงาเปิดเผยว่า หลังจากตัวแทนชุมชนหาดบางสักยื่นถวายฎีกาถึงสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรื่องขอพระราชทานที่อยู่อาศัยและที่ทำกินกรณีชุมชนหาดบางสักที่ประสบปัญหาข้อพิพาทที่ดินหลังเหตุการณ์สึนามิ โดยมีเจ้าหน้าที่จากกองราชเลขาในพระองค์ เป็นตัวแทนรับเรื่องไว้ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2558 นั้น ล่าสุดชุมชนได้เจรจากับทางจังหวัดอย่างไม่เป็นทางการ กรณีดังกล่าว เพื่อจัดการที่ดินในเนื้อที่ 7 ไร่สำหรับ 18 ครอบครัว แต่ไม่ใช่ในลักษณะรูปแบบโฉนดชุมชน หรือขอครอบครอบในนามนิติบุคคล เหมือนที่ชาวบ้านคาดหวังในช่วงแรก เนื่องจากทางส่วนจังหวัดมีท่าทีคงเดิม คือ ไม่ไว้ใจหรือให้ความสำคัญกับมติที่ประชุมของคณะกรรมการสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ที่ดินชาวบ้านอาศัยอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายเพราะกังวลว่าอาจเป็นอ้างการบุคคลหรือนิติบุคคลที่ถือหลักทรัพย์(มีชื่อปรากฏในทะเบียนรายชื่อผู้ ถือหุ้น) แทนบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือนอมินี ( Nominee) แต่กลับแนะนำให้ชาวบ้านจัดตั้งสหกรณ์โดยรวมสมาชิกที่มีปัญหาคล้ายกันให้ได้อย่างน้อย30 คน เพื่อดำเนินการขออาศัยอยู่ในที่ดินรัฐแทนการทำโฉนดชุมชน ซึ่งล่าสุดชาวบ้านชุมชนหาบางสักได้หารือร่วมกับสมาชิกชาวมอแกลนชุมชนทับตะวัน จังหวัดพังงา ซึ่งบางส่วนอาศัยอยู่ในที่ดินรัฐขนาดเนื้อที่2ไร่ เพื่อทดลองดำเนินการตามคำแนะนำของจังหวัดอีกสักครั้ง

“ เราอยากได้โฉนดชุมชนมากกว่า เพราะมันจะมั่นคงกว่า แต่เมื่อจังหวัดเขาไม่ดำเนินการและสำนักงานที่ดินไม่เร่งรัดตามที่เราได้ยื่นร้องเรียนต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย เราก็จนปัญญา เลยคิดว่าหาช่องทางอื่นเพื่อช่วยเหลือชุมชนของตนเองไปก่อน และมั่นใจว่าพี่น้องหาดบางสัก จะรักษาที่ดินของรัฐเพื่อการอยู่อาศัยในชุมชน ไม่มีแผนการซื้อขายต่อใดๆ เพราะเราผูกพันกับที่ดินมานานตั้งแต่บรรพบุรุษแล้ว จะให้ย้ายเราก็ลำบาก” นางสาววิลาวัลย์ กล่าว

ด้านนายวิทวัส เทพสง ตัวแทนชาวมอแกลน ชุมชนทับตะวัน จังหวัดพังงา กล่าวว่า กฎและเงื่อนไขการตั้งสหกรณ์ คือ แต่ละครอบครัวส่งตัวแทนมาเป็นสมาชิก 1 คนแล้วรวมกลุ่มอย่างน้อยให้ได้30 คน ซึ่งชุมชนบางสักนั้นมีสมาชิกไม่พอ มีแค่ 18 ครัวเรือน ชาวชุมชนทับตะวันซึ่งมีปัญหาที่ดินคล้ายกันจึงต้องช่วยเหลือ โดยขณะนี้ที่ดินที่ชาวเลมอแกลนอาศัยอยู่ในชุมชนทับตะวัน ซึ่งเป็นที่ดินของรัฐและชาวบ้านบริหารในที่รูปแบบสาธารณะ นั้นมีเนื้อที่2 ไร่ โดยในวันที่11 มกราคมนี้ ชาวบ้านจะประชุมสรุปรายชื่อเพื่อรวมกลุ่มในรูปแบบสหกรณ์ ก่อนส่งให้ทางสำนักงานที่ดินและจังหวัดพังงารับทราบและช่วยเหลือพี่น้องหาดบางสักให้ได้สิทธิในที่ดิน ทำกิน และที่อยู่อาศัยต่อไป และในอนาคตอาจจะ เสนอแนวทางเรื่องการจัดการที่ดินในพื้นที่ทับตะวันแบบมั่นคงอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้สมาชิกชุมชนทับตะวันก็เร่งรัดพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งด้านการออมทรัพย์ พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางอาชีพ พัฒนาระบบการศึกษาให้ดีขึ้น เพื่อหวังจะได้อยู่อาศัยบนที่ดินที่บรรพบุรุษอยู่มาก่อนเก่าต่อไป

“พวกเราเป็นชาวมอแกลนที่นี่ เจอทั้งข้อพิพาทเอกชนและที่ดินรัฐ หลังเหตุการณ์สึนามิ เรารู้ดีว่า การอยู่อย่างไม่มีสิทธิตามกฎหมายในที่ดินมันแย่มาก เพราะเราไม่เพียงแค่ตั้งอยู่บนความเสี่ยง แต่เราต้องคิด ต้องวางแผนอนาคตเพื่อตัวชุมชนด้วย เราหวังเล็กๆว่า 2 ไร่ที่ทับตะวันนั้น จะให้เราอยู่โดยไม่มีการเพิกถอน ทวงคืนจากภาครัฐเพื่อทำประโยชน์อย่างอื่น เราจึงพยายามจะรวมกลุ่มกัน เพื่อให้เกิดการทำงานอย่างเป็นระบบมากขึ้น และหวังว่าการตั้งสหกรณ์จะไม่ใช่แค่กลลวงของหน่วยงานราชการที่อ้างขึ้นมาแก้ปัญหาชั่วคราว” นายวิทวัส กล่าว
/////////////////////////////////