ตอนที่ (5)การตายของซอ บะอูจี

note2

หลังจากสมรภูมอินเส่งจบลงในวันที่ 21 พฤษภาคม ค.ศ. 1949 สหภาพกะเหรี่ยง KNU จำเป็นต้องสละศูนย์บัญชาการอินเส่ง และเคลื่อนพลมายังเมืองตองกู กระทั่งวันที่ 14 มิถุนายน มีการจัดประชุมใหญ่ของกลุ่มกะเหรี่ยง และมีการจัดตั้ง รัฐบาลกอทูเล ขึ้นในครั้งนั้นรวมถึงมีการคัดเลือกรัฐมนตรีฝ่ายต่างๆ โดย ซอ บะอูจี ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หรือ ประธานสหภาพกะเหรี่ยง KNU กอทูเล มี อู ละเผ่ เป็นรัฐมนตรีฝ่ายต่างประเทศ (ต่อมาวันที่ 14 มิถุนายน ถูกกำหนดให้เป็นวันกอทูเล หรือ วันชาติ)

หนังสือพิมพ์พม่าลงข่าวการตายของซอ บะอูจี ตีพิมพ์วันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 1950
หนังสือพิมพ์พม่าลงข่าวการตายของซอ บะอูจี ตีพิมพ์วันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 1950

ในวันที่ 20 กันยายน ค.ศ. 1949 มีการจัดตั้งฝ่ายทหารกองกำลังกอทูเล ภายใต้ชื่อ Civil Affair Service (CAS) โดยเป้าหมายคือ ระหว่างการรบฝ่ายที่ดำเนินการนั้นควรเป็นฝ่ายทหาร แต่เมื่อมีการมอบอำนาจให้ทหารในยามนั้น นายทหารที่ได้รับมอบอำนาจเริ่มใช้อำนาจโดยที่ไม่ฟังความเห็นของประชาชนอีกต่อไป รวมถึงมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่างๆเกิดขึ้นอย่างมาก จนปลายปี ค.ศ. 1949 ฝ่ายทหารพม่าเริ่มเข้ายึดเมืองต่างได้เป็นจำนวนมาก ได้แก่ เมืองทูจี่, ส่าบูดอง, บอแล่, หย่อตู, ปาตะหน่อง, ดะนุพยิ่ว, สะโหล่ และเขตเมืองตายาวดี ทั้งหมด และในวันที่ 12 ธันวาคม ค.ศ. 1949 เกิดการปฏิวัตของกลุ่มชาติพันธุ์ปะหล่อง

การประชุมสภาคองเกรสกะเหรี่ยงครั้งที่ 4 และการตายของซอ บะอูจี ในปี ค.ศ. 1950

ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ของปี ค.ศ. 1950 ฝ่ายพม่ายึดเมืองได้เพิ่มขึ้นได้แก่ เด่อู, ปยู่ตะส่า และต่อมาในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ฝ่ายพม่าสามารถยึดเมือง หย่องลีบิน และยึดยุทโธปกรณ์ได้จำนวนมากจากฝ่ายกะเหรี่ยง

วันที่ 7 มีนาคม ค.ศ. 1950 ทหารพม่าสามารถยึดเมืองตองกู ซึ่งเป็นเมืองหลวงกะเหรี่ยงของ รัฐบาลกอทูเล ฝ่ายกะเหรี่ยงต้องทิ้งเมืองฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ โก๊ะโหล่โกล และย้ายมาอยู่ที่เมือง มอคี

วันที่ 17 – 19 กรกฎาคม ค.ศ. 1950 มีการเรียกประชุมสภาสหภาพกะเหรี่ยง KNU เรียกว่า คองเกรสพะปูน โดยมี ซอ บะอูจี เป็นประธานในการปรถชุม มี ซอ สะกอเหล่อตอ เป็นผู้ดำเนินรายการประชุม ถือเป็นการปราศัยครั้งสุท้ายของซอ บะอูจี ในการประชุมคองเกรสพะปูน มีใจความสำคัญต่างๆดังนี้

– การปฎิวัติกระเหรี่ยงครั้งนี้เป็นการปฏิวัติครั้งแรก และจะเป็นครั้งสุดท้ายด้วย
– หากไม่ใช่เพราะ นักปฏิวัติกะเหรี่ยงทั้งหลายเดินทางเอาคอกลับไปขึ้นเขียงให้ศัตรูที่เมืองย่างกุ้งแล้ว การปฏิวัติกะเหรี่ยงเราไม่มีทางแพ้เด็ดขาด
– การที่กะเหรี่ยงจะได้ประเทศนั้นมีเพียง 3 วิธีคือ 1. ฝ่ายศัตรูมีความจริงใจมอบให้แก่เรา, 2. เรารบเอาจนได้, 3. สถานการณ์ที่บิบคั้นโดยรอบจะทำให้เราสามารถได้ประเทศ
– กำลังสำคัญของเราคือประชาชน ดังนั้นมีความจำเป็นที่ ประชาชนต้องรัก และเคารพในตัวเรา
– พวกเราต้องทบทวนจุดอ่อนของตนเอง และแก้ไขให้ดีขึ้น

ซอ บะอูจีได้วางหลักการในการปฏิวัติไว้ 4 ข้อ ซึ่งเรียกว่า หลักการบะอูจี (Ba Oo Gyi Principieel)
1. อาวุธของคนกะเหรี่ยงต้องอยู่ในมือของคนกะเหรี่ยง
2. จะไม่มีการพูดถึงเรื่องการวางอาวุธ
3. ชะตาของคนกะเหรี่ยงต้องตัดสินด้วยคนกะเหรี่ยงเอง
4. ประเทศกะเหรี่ยงจะเป็นที่รู้จักและได้รับเกียตริเช่นนานาประเทศ

วันที่ 12 สิงหาคม ค.ศ. 1950 ซอ บะอูจี เดินทางออกจากหมู่บ้านปีตะคะ อำเภอต่าแกร่ จังหวัดพะอัน เพื่อภาระกิจพอเดินทางไปถึงยังหมู่บ้านโถ่เกาะโก ซอ บะอูจี และคณะได้พักที่กระท่อมปลายนาหลังหนึ่ง ครั้งนั้นมีชาวบ้านเห็นคณะและได้ไปแจ้งกับทหารฝ่ายข้าศึก ในคืนนั้นเองทหารพม่าทำการเข้าปิดล้อมกระท่อมและระดมยิงปืนเข้าไป ทำให้ ซอ บะอูจี ประธานสหภาพกะเหรี่ยง KNU, นายพล แซเข่ รวมถึงทหารส่วนหนึ่งจบชีวิตลงในฐานะวีรชนที่สละชีพเพื่อชาติ ผู้นำปฏิบัติการปิดล้อมโจมตีคณะซอ บะอูจี คือ นายพลเส่ง ลวิ่น ทหารกลุ่มสันนิบาตเสรีประชาชนต่อต้านฟาสซิสต์

วันที่ 24 กันยายน ค.ศ. 1950 นายพล เม หม่อง เรียกประชุมกลุ่มผู้นำกะเหรี่ยงที่หมู่บ้านมอคี และมีมติเห็นชอบให้ ซอ ละเผ่ เป็นประธานสหภาพกะเหรี่ยง KNU คนใหม่ แต่หาก ซอ ละเผ่ ไม่รับในตำแหน่งนี้ จี่พู โหย่ รับที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งประธาน แม้จี่พู โหย่ ขึ้นมารับตำแหน่งประธาน แต่มีมติไม่เห็นชอบที่จะให้มีการดำเนินการรูปแบบสหภาพกะเหรี่ยง KNU โดยชี้แจงกันว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นการบริหารยังคงต้องเป็นฝ่ายทหาร ทำให้การประชุมครั้งนั้นยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับตำแหน่งประธาน

ต่อมาในวันที่ 8 มกราคม ค.ศ. 1951 นายพล เม หม่อง เรืยกประชุมนี้หมู่บ้านซวาโหล่ อีกครั้งเพื่อหารือเกี่ยวกับการคัดเลือกประธานคนใหม่ โดยกำหนดในวาระการประชุมดังนี้ 1. ต้องการให้มีการเลือกคนขึ้นมาดำรงประธานเพียงคนเดียวเพื่อการบริหาร หรือ 2.ให้มีคณะบริหารเข้ามาบริหาร โดยผลลงคะแนนได้ข้อสรุปให้มีการเลือกคณะบริหารดำเนินงานบริหาร โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวเรียกว่า Kawthoolei Governing Body โดย นายพล เม หม่อง เป็นฝ่ายทหารที่เข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นประธานคนที่ 2

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.