
การประชุมสันติภาพระหว่างกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์และรัฐบาลพม่า ระหว่างวันที่ 12 – 16 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา ชาติพันธุ์ปะโอ ว้า และปะหล่อง หรือดาระอั้ง ซึ่งเป็นชาติพันธุ์ที่อยู่ในรัฐฉาน ได้ร้องขอไปยังรัฐบาลพม่า ขอแยกตัวก่อตั้งเป็นรัฐใหม่ปกครองตนเอง แต่อยู่ภายใต้รัฐบาลเนปีดอว์โดยตรง เช่นเดียวกับชาติพันธุ์ไตแหลง(ไทแดง) ที่เป็นชนชาติไตและอาศัยอยู่ในรัฐคะฉิ่น ก็ขอแยกเป็นรัฐปกครองเองเช่นกัน
กลุ่มชาติพันธุ์ที่ออกมาขอแยกตัวเป็นรัฐใหม่ครั้งนี้ คือพรรคประชาธิปไตยว้า (WDP) องค์การปลดปล่อยชาติปะโอ (PNLO) พรรคเชื้อชาติดาระอั้ง (TNP) พรรคชาติพันธุ์ไตแหลง ในรัฐคะฉิ่น
ทั้งนี้ ขุนโอก่า ผู้นำใน PNLO เปิดเผยว่า เหตุที่ขอแยกเป็นรัฐใหม่ต่างหาก ไม่ใช่ทำเพื่อชาติพันธุ์ปะโอเท่านั้น แต่เพื่อชาติพันธุ์อื่นๆ อย่างว้าและปะหล่อง ซึ่งต่างเป็นชาติพันธุ์ที่มีสิทธิในการเรียกร้องก่อตั้งรัฐใหม่ ด้านนายไส่เปานับ จากพรรค WDP ของว้า เปิดเผยว่า ชาติพันธุ์ว้านั้นอาศัยอยู่ในหลายเมืองในรัฐฉาน จากเมืองทางภาคเหนืออย่างเมืองล่าเสี้ยว ต้างยาน ลงมาจนถึงทางภาคตะวันออกของรัฐฉานอย่างเมืองเชียงตุง ท่าขี้เหล็ก เมืองสาด เมืองโต๋นเป็นต้น ดังนั้นพื้นที่ซึ่งอยู่ติดกันเหล่านี้ รัฐบาลควรที่จะรับรองให้เป็นรัฐว้า
อย่างไรก็ตาม ตามรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2551 (2008) พื้นที่ซึ่งถูกกำหนดให้อยู่ในเขตปกครองพิเศษว้ามีอยู่ 6 เมืองเท่านั้น คือ เมืองโหป่าง เมืองป๋างหวาย เมืองนาพาน เมืองใหม่ เมืองหมากหมาง เมืองป๋างซาง เป็นต้น ขณะที่เมืองในเขตปกครองพิเศษปะโอมีอยู่ 3 เมือง คือเมืองสี่แส่ง เมืองโหโปง และเมืองป๋างลอง
เช่นเดียวกับเมืองที่ถูกกำหนดให้อยู่ในเขตพิเศษของชาติพันธุ์ปะหล่อง คือเมืองน้ำสั่นและเมืองว่านโต้ง ทางเหนือของรัฐฉาน แต่ทางปะหล่องได้อ้างว่า นอกจาก 2 เมืองนี้ ชาวปะหล่องนั้นยังอาศัยอยู่ในเมืองอื่นๆ ของรัฐฉาน จึงเรียกร้องให้รวมเมืองอื่นๆ ในรัฐฉานที่มีชาวปะหล่องอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากมารวมกับเมืองน้ำสั่นและว่านโต้ง จัดตั้งเป็นรัฐปะหล่อง
นายจายเล็ก จากพรรคหัวเสือ SNLD แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า การก่อตั้งสหภาพพม่าขึ้นมา มาจากแนวคิดสัญญาป๋างโหลง อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ก่อตั้งประเทศ กลับพบว่า ชาติพันธุ์ที่เข้าร่วมก่อตั้งประเทศกลับไม่ได้รับสิทธิใดๆ โดยแนะว่า แทนที่จะแยกตัวออกไป ชาติพันธุ์ควรจะทำความเข้าใจว่า จะร่วมมือกันอย่างไรเพื่อให้สิ่งที่ระบุไว้ในสัญญาป๋างโหลงออกมาเป็นรูปธรรม การแยกตัวออกไปตั้งเป็นรัฐใหม่ ยิ่งจะทำให้บ้านเมืองแตกแยกมากขึ้น และยิ่งจะเป็นการหนุนให้ผู้ที่มีอำนาจ ยังคงมีอำนาจต่อไป
ส่วนโฆษกของสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน (RCSS/SSA) แสดงความคิดเห็นว่า สิ่งที่ต้องทำในตอนนี้ก็คือ ให้สิทธิมากขึ้นในการจัดการ สิทธิในการปกครองในแต่ละพื้นที่ตัวเอง โดยเฉพาะในกลุ่มชาติพันธุ์ที่เรียกร้องแยกตัวเป็นรัฐใหม่ จำเป็นต้องให้สิทธิกับกลุ่มชาติพันธุ์เหล่านี้เพิ่มขึ้น
ที่มา เว็บไซต์ข่าวไทใหญ่ Panglong
แปลโดย Transborder News