ทางการสร้างบ้านใหม่ให้เหยื่อสงครามในรัฐอาระกัน ล่าสุดยอดเพิ่มขึ้นกว่า 300 คน ด้านสส.ท้องถิ่นวอน เร่งสร้างสันติภาพในพื้นที่

ภาพโดย Naing Wynn Htoon / The Myanmar Times
ภาพโดย Naing Wynn Htoon / The Myanmar Times

รัฐบาลท้องถิ่นในรัฐอาระกันได้เริ่มสร้างบ้านใหม่ใน 6 หมู่บ้านของเมืองเจ้าก์ทอว์ และเมืองมรัคอู ให้กับเหยื่อสงครามระหว่างกองทัพพม่าและกองทัพอาระกัน (Arakan Army – AA) ทั้งนี้ ตัวเลขผู้พลัดถิ่นภายในจากสงครามในรัฐอาระกันเพิ่มมากขึ้น หลังเกิดเหตุปะทะกันระหว่างกองทัพพม่าและกองทัพอาระกัน (AA) เมื่อเดือนที่แล้ว

มีรายงานว่า ทางการได้เริ่มสร้างบ้านใหม่ซึ่งสร้างจากไม้และมุงหลังคาด้วยสังกะสีจำนวนทั้งสิ้น 100 หลัง ให้กับประชาชนที่พลัดถิ่นจากภัยสงครามมากกว่า 300 คน โดยเจ้าหน้าที่ได้สั่งให้ประชาชนเหล่านั้นย้ายออกจากศูนย์พักพิงชั่วคราว ที่ถูกสร้างขึ้นตามวัดในพื้นที่ตั้งแต่ภายในวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา

รัฐบาลท้องถิ่นในรัฐอาระกันได้ให้เหตุผลที่สร้างบ้านใหม่ให้กับผู้พลัดถิ่นภายในว่า เนื่องจากเป็นห่วงชีวิตความเป็นอยู่ของเหยื่อสงครามเหล่านี้ และไม่ต้องการถูกเลือกปฏิบัติจากคนอื่นๆ ซึ่งผู้พลัดถิ่นต่างตอบรับและแสดงความยินดีที่ทางรัฐบาลท้องถิ่นให้การช่วยเหลือหลังจากทราบข่าว และขณะนี้ ผู้พลัดถิ่นภายในบางส่วนได้เข้าไปอาศัยอยู่ในบ้านใหม่ที่ทางการสร้างให้แล้ว

ทั้งนี้ บ้านใหม่ที่ทางการสร้างให้ใหม่นั้นมีราคาอยู่ที่หลังละ 300,000 จั้ต (ประมาณ 8,300 บาท) โดยผู้ที่เข้าอยู่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ อย่างไรก็ตาม ทางนายอูทุน ตาเส่ง ส.ส.จากสภาท้องถิ่นในพื้นที่กล่าวว่า สิ่งที่ทางรัฐบาลควรให้การช่วยเหลืออีกเรื่องก็คือ การหางานให้กับเหยื่อสงครามในเหล่านี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรและมีอาชีพตัดไม้ไผ่ โดยหลังจากที่ไม่สามารถกลับคืนบ้านเกิดได้ พวกเขาก็ไม่มีงานทำ สอดคล้องกับนายอูซอว์วิน เจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือเหยื่อสงครามแสดงความคิดเห็นว่า สิ่งที่รัฐบาลยังต้องทำก็คือการรับรองอนาคตที่แน่นอนและความปลอดภัยให้กับชาวบ้าน เหนือสิ่งอื่นใด รัฐบาลต้องดำเนินการในทันทีคือการพาผู้ลี้ภัยกลับบ้านเกิดของพวกเขา

“ไม่มีผู้พลัดถิ่นภายในต้องการกลับบ้านในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ ในเมื่อกองทัพพม่าประกาศว่าจะกำจัดกองทัพอาระกัน อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ไม่ต้องการที่จะอยู่บ้านใหม่ที่รัฐสร้างให้ไปตลอด ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลต้องทำก็คือการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นเป็นอันดับแรก” นายอูซอว์วิน กล่าว

เหตุสงครามระหว่างกองทัพพม่าและกองทัพอาระกันได้เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2558 – 4 มกราคม 2559 ในพื้นที่เขตชนบทใกล้กับเมืองเจ้าก์ทอว์และเมืองมรัคอู ทำให้ชาวบ้านกว่า 300 คนต้องหนีออกจากบ้านเรือนไปอาศัยอยู่ตามศูนย์พักพิงตามวัด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอาระกัน หรือชาวยะไข่

กองทัพอาระกันนั้นเพิ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2552 โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ชาวยะไข่มีสิทธิ์ในการปกครองตนเอง มีกำลังพลอยู่ราว 1,500 นาย และเป็นพันธมิตรกับกองทัพเอกราชคะฉิ่น KIA นอกจากนี้ยังมีฐานบัญชาการใหญ่อยู่ในเขตควบคุมของ KIA ในรัฐคะฉิ่นอีกด้วย ทั้งนี้ กองทัพอาระกันเป็นหนึ่งในจำนวนกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ที่ไม่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลพม่าในการเข้าร่วมกระบวนการสันติภาพในพม่า อีกทั้งที่ผ่านมา กองทัพพม่ามีท่าทีชัดเจนที่ไม่ต้องการเจรจากับทางกองทัพอาระกัน

ที่มา Myanmar Times
แปลโดย Transborder News

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.