ชาวเลราไวย์หอบหลักฐานเพิ่มเติมให้”บิ๊กป้อม” ย้ำตรวจสอบทางเดินสาธารณะสู่บาไล เดินทางกลับภูเก็ตหลังเข้ากทม.มากว่า 1 สัปดาห์

20160211_104835
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 ชาวราไวย์จังหวัดภูเก็ต ได้รวมตัวกันอีกครั้ง ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือและให้ข้อมูลพิ่มเติมกรณีพิพาทที่ดินที่หาดราไวย์ โดยมี พล.ต.ท. ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ เป็นผู้รับหนังสือแทนพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี
นายสนิท แซ่ซั่ว ผู้ประสานงานเครือข่ายชาวเลราไวย์ กล่าวภายหลังการยื่นหนังสือว่า จากกรณีชายฉกรรจ์จำนวนนับ100 คน พยายามนำก้อนหินขนาดใหญ่มาปิดเส้นทางเข้าออกชายหาดสาธารณะ และมีการทำร้ายร่างกาย เด็ก สตรี คนชรา ในชุมชนจนส่งผลให้ชาวเล ได้รับบาดเจ็บหลายรายเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมานั้น การเจรจาในระดับจังหวัดไม่เป็นผล และไม่มีข้อยุติ ขณะเดียวกันชาวเลได้มีข้อเสนอให้การแก้ไขปัญหาต่อหน่วยงานต่างๆ แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ มีข่าวออกมาไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงที่ชาวเลเรียกร้อง จึงต้องเดินทางมายื่นหนังสืออีกครั้งเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมจากรัฐบาล กรณีพื้นที่ชายหาดชาวบ้านทุกคนต้องการให้มีการตรวจสอบเพราะทางสาธารณะดังกล่าวใช้ประโยชน์มาหลายชั่วอายุคน แต่ตอนนี้กลับถูกรุกราน ห้ามใช้ประโยชน์

20160211_123250

ด้านนายเสกสรรค์ บางจาก ตัวแทนชาวเลราไวย์อายุ42ปี หนึ่งในชาวเลที่ถูกนายทุนฟ้องดำเนินคดีไล่รื้อที่อยู่อาศัย กล่าวว่า ในวันที่29 กุมภาพันธ์นี้ ตนจะเป็นรายต่อไปที่ต้องขึ้นศาลเพื่อให้ข้อมูลหลังจากถูกนายทุนฟ้องไล่ที่ โดยที่ไม่รู้ว่าศาลจะตัดสินอย่างไร แต่ก็รู้สึกกลัวและกังวล เช่นเดียวกับพี่น้องชาวเลอีกประมาณ100 คนที่ถูกดำเนินคดีเช่นกัน ตนจึงอยากให้รัฐบาลรับรู้และเร่งตรวจสอบที่มาที่ไปของการได้มาของเอกสารสิทธิ์ของนายทุนแต่ละราย ซึ่งวันนี้ตนและพี่น้องชาวเลได้นำเอกสาร หลักฐานการมีอยู่ของชาวเลมาส่งต่อรัฐบาลเพื่อยืนยันว่าชาวเลไม่ใช่ต่างด้าวอย่างที่ใครกล่าวหา ชาวเล คือคนไทยที่อยู่มานาน

“พวกผมถูกทำร้ายทุกปีนะครับ ไม่ทำร้ายทางใจก็ทำร้ายทางกาย แต่เรื่องการก่อสร้างอาคารต่างๆ เขาก็ทยอยถมดิน เทหินเรื่อยๆ ตอนนี้พี่น้องผมโดนตี โดนทุบ เขาก็มาบอกว่าเราเป็นต่างด้าวอีก แล้วคนรายได้น้อยวันละ100-200 บาทอย่างพวกผมจะถามหาความเป็นธรรมที่ไหนได้ ถ้ารัฐบาลไม่ฟัง ไม่ช่วยกันบ้าง” นายเสกสรรค์ กล่าว

ทั้งนี้หนังสือข้อเสนอของชาวบ้านราไวย์มีรายละเอียดดังนี้ 1.เพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินที่ออกทับชุมชนชาวเล บ้านราไวย์จำนวน 19 ไร่ ตามมติคณะกรรมการแก้ปัญหาที่ดิน ที่ทำกินและพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชุมชนชาวเล 2.ตรวจสอบกระบวนการออกเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่พิพาทบริษัทบารอน เวิร์ดเทรด จำกัด จำนวน 33 ไร่ ซึ่งออกทับทางเดินสาธารณะ บาไล พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวเล พื้นที่ชายหาด บ่อน้ำโบราณของชาวเล และคลองหลาโอน 3.คืนพื้นที่ชายหาดดั้งเดิม ที่มีน้ำท่วมถึงโดยการตรวจสอบข้อเท็จจริง จากแผนที่ทางอากาศก่อนทำกำแพงกั้น และจากข้อมูลข้อเท็จจริงของชาวเล 4.ตรวจสอบทางเดินสาธารณะดั้งเดิม ที่มีน้ำท่วมถึงโดยการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากแผนที่ทางอากาศ และ ข้อมูลข้อเท็จจริงของชาวเล 5.ตรวจสอบคลองหลาโอน ซึ่งในอดีตเรือสามารถเข้าออกได้ ปัจจุบันถูกถมไปส่วนหนึ่ง

6.ตรวจสอบจำนวนพื้นที่บาไล และสุสานเด็ก ที่มีการออกเอกสารสิทธิ์ทับ 7.ให้มีการรักษาความปลอดภัยชุมชนชาวเลบ้านราไวย์ โดยให้มีเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล 24 ชั่วโมง จนกว่าสถานการณ์จะเป็นปกติ 8.ห้ามบริษัทดำเนินการใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และการทำมาหากินของชาวเล บ้านราไวย์ เช่น ไม่ปิดเส้นทางสัญจร ไม่ถมคลอง ไม่ข่มขู่คุกคาม ฯลฯ และ 9.ให้ตำรวจดำเนินคดีกับชายฉกรรจ์อย่างเปิดเผย โปร่งใส โดยให้มีการประสานกับกลุ่มแกนนำชาวเลอย่างเป็นระบบเพื่อป้องกันบุคคลอื่นแอบอ้าง และข่มขู่คุกคามชาวเล ให้ถอนแจ้งความ

ทั้งนี้ภายหลังจากยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาลแล้ว ชาวเลชุมชนราไวย์ทั้ง 30 คนซึ่งเดินทางมายังกทม.มานานกว่า 1 สัปดาห์ ได้เดินทางกลับจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากญาติพี่น้องในชุมชนราไวย์ต่างรอคำตอบอยู่
////////////////////////////////////////////

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.