
แพทย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย Magwe University of Medicine ได้เข้าร่วมรณรงค์ต่อต้านโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลเอกชน มูลค่า 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขนาด 250 เตียง ของบริษัทต่างชาติ Malaysian firm IHH Healthcare บนที่ดินสาธารณะใกล้กับโรงพยาบาล Yangon General Hospital ในเขตย่างกุ้ง โดยผู้ที่ออกมาคัดค้านระบุว่า โรงพยาบาลเอกชนแห่งใหม่ที่จะสร้างขึ้นนั้นจะเอื้อประโยชน์กับคนส่วนน้อยเท่านั้น
มีรายงานว่า รัฐบาลพม่าตัดสินใจให้บริษัทต่างชาติดังกล่าวเช่าที่ดินเป็นเวลา 50 ปี เพื่อสร้างโรงพยาบาลเอกชนชื่อ โรงพยาบาล “Parkway Yangon” โดยสื่อของรัฐบาลพม่าอย่าง Global New Light of Myanmar เคยรายงานว่า หลัง 50 ปี โรงพยาบาลดังกล่าวจะตกเป็นของรัฐบาล โดยรัฐบาลได้ปฏิเสธว่าไม่ได้ขายที่ดินจำนวน 11 ไร่ให้กับบริษัทต่างชาติตามที่เป็นข่าวลือ เพียงแต่เป็นการให้เช่าเท่านั้น
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ รัฐบาลพม่ามีแผนที่จะขยายโรงพยาบาล Yangon General Hospital บนพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของรัฐ อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมากลับพบว่า ที่ดินผืนดังกล่าวกลับให้บริษัทต่างชาติเช่าเพื่อสร้างโรงพยาบาลเอกชนแทน จึงทำให้บรรดาแพทย์พม่ารู้สึกไม่พอใจและออกมาคัดค้าน โดยแพทย์พม่าบางส่วนยังแสดงความเห็นว่า ที่ดินผืนดังกล่าวควรจะถูกใช้เพื่อสร้างโรงพยาบาลเพื่อฝึกอบรมให้การแพทย์ของพม่าทัดเทียมกับมาตรฐานสากล และเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกโครงการนี้
ผู้ที่ออกมาคัดค้านระบุว่า ที่ผ่านมา ได้ล่ารายชื่อเพื่อคัดค้านโครงการ และส่งรายชื่อไปยังนางอองซาน ซูจี หัวพน้าพรรค NLD พลเอกมื้นอ่องหล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของพม่า รวมถึงนายทุระ ฉ่วยมาน อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรพม่า และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ ด้วย
ทางด้านนายอูอ่องหน่ายอู เลขาธิการคณะกรรมการลงทุนพม่าอ้างว่า โครงการสร้างโรงพยาบาลเอกชนจะช่วยส่งเสริมและพัฒนาในด้านสุขภาพของประเทศพม่า ผ่านการฝึกอบรมและการถ่ายทอดความรู้ ซึ่งในอนาคต ชาวพม่าไม่จำเป็นต้องเดินทางไปรักษาตัวยังต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ออกมาคัดค้านโครงการ อย่างนาย โก ส่วย ตาน ซอว์ สมาชิกจากมหาวิทยาลัย Magwe University of Medicine กล่าวว่า ถึงแม้รัฐบาลพม่าจะอ้างว่าการสร้างโรงพยาบาลเอกชนนี้จะเป็นประโยชน์กับคนพม่าก็ตาม แต่กลับเห็นว่า มีคนส่วนน้อยเท่านั้นที่จะสามารถจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลเอกชนได้ ผู้คัดค้านโครงการบางส่วนยังมองว่า การให้ต่างชาติเช่าที่ดินเป็นเวลานาน 50 ปี เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม
ที่มา Myanmar Times
แปลโดย Transborder News