Search

จับชาวบ้านอำพรางผิดหน่วยงานรัฐ คดีป่าไม้-ตำรวจลุยกฟภ.ตัดไม้ในอุทยานแม่เงา แต่ของกลางหาย ความซวยตกใส่ชาวปกาเกอะญอถูกดำเนินคดีขณะสร้างบ้าน

12953112_1087293031313981_888896167_o
ไม้ของกลางที่ถูกจับในอุทยานฯ

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2559 นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ทนายความศูนย์กฎหมายสิทธิชุมชนแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ขณะนี้มีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติแม่เงา อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ถูกจับกุมดำเนินคดีจำนวน 4 ราย ภายหลังจากที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 27 มีนาคม เจ้าหน้าที่อุทยานฯพร้อมด้วยตำรวจและทหารได้เข้าจับกุมเจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.)แม่สะเรียงที่ตัดไม้ในเขตอุทยานฯจำนวนมากโดยอ้างว่าเพื่อขยายแนวสายส่งเสาไฟฟ้า

นายเลาฟั้งกล่าวว่าชาวบ้านที่ถูกจับในครั้งนี้ มี 1 ราย ซึ่งอาศัยอยู่ที่บ้านแม่เลาะ หมู่ 3 ตำบลแม่สวด อำเภอสบเมย กำลังสร้างบ้านโดยใช้ไม้จากบ้านหลังเก่าที่รื้อแล้วสร้างใหม่ในที่ดินแปลงเดิม แต่กลับถูกจับกุมเมื่อวันที่ 29 มีนาคม ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ พล.ต.ท. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจ ลงไปตรวจสอบพื้นที่ ส่วนชาวบ้านอีก 2 รายอยู่อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำเงา ในเขตบ้านแม่เงา ตำบลแม่วะหลวง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ซึ่งเจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าไปค้นบ้าน และพบไม้ในบ้านจำนวน 26 แผ่น ซึ่งขณะนี้ผู้ถูกจับกุมทั้ง 3 รายได้รับการประกันตัวออกมาหมดแล้ว

12966402_1087293021313982_937326392_n
ตำรวจนับกุมชาวบ้านที่มีไม้หวงห้ามไม้ในครอบครอง

ทนายความประจำศูนย์กฎหมายสิทธิชุมชน กล่าวว่านอกจากนี้ยังมีพื้นที่ทำกินของชาวบ้านที่ถูกยึด 1 แปลง ที่บ้านกองอูม ตำบลแม่สวด อำเภอสบเมย และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ยังได้แจ้งให้แก่ผู้ใหญ่บ้านว่าจะทำการยึดอีก 1 แปลง อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ที่มีกรณีการตัดไม้ตามแนวสายส่งไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแม่สะเรียง และได้มีข่าวว่าไม้ของกลางหายไปนั้น พนักงานสอบสวนได้เรียกผู้นำชุมชนและชาวบ้านในท้องที่หมู่ 3 และ หมู่ 4 จำนวนหลายรายไปสอบปากคำในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

“เดิมปัญหานี้เกิดขึ้นเนื่องจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ อุทยานแห่งชาติแม่เงา หน่วยป้องกันรักษาป่า และกฟภ.แม่สะเรียงตามที่เป็นข่าว แต่ปัจจุบันพบว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังเบี่ยงประเด็นไปจับกุมชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แทน ทั้งการสร้างบ้านสำหรับอยู่อาศัย และการทำกิน” นายเลาฟั้ง กล่าว

12935249_1087293001313984_590989317_n
บ้านชาวปกาเกอะญอรายหนึ่งที่ถูกจับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในป่าอุทยานแห่งชาติแม่เงา ตำบลแม่สวด อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้จัดประชุมเร่งด่วนกรณีที่มีการดำเนินคดีตัดไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่เงาโดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.และชาวบ้านราว 50 คน ทั้งนี้ชาวบ้านเชื่อว่าสาเหตุที่มีการดำเนินการจับกุมชาวบ้านเพราะต้องการเบี่ยงเบนคดี เนื่องจากไม้ของกลางบางส่วนได้สูญหายไปและเจ้าหน้าที่ไม่สามารถค้นหาไม้ของกลางที่หายไปได้ จึงได้มีการจับกุมชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งนอกจากชาวบ้านทั้ง 4 รายแล้ว ยังมีชาวบ้านชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง ที่ไม่มีบัตรประชาชนไทย ถูกตรวจยึดไม้ในบ้านของตนเอง ทำให้รู้สึกหวาดกลัวจนต้องหนีออกไปนอกพื้นที่ทั้งครบครัวและทิ้งบ้านไว้ ทั้งที่ไม้สร้างบ้านเหล่านี้ เป็นไม้เดิมของชาวบ้าน ไม่ใช่ไม้ใหม่ที่ถูกดำเนินคดีที่สูญหายไปแต่อย่างใด

“ไม้ที่ชาวบ้านถูกจับเป็นไม้เก่าที่เลื่อยเป็นแผ่นเพื่อสร้างบ้าน แต่ไม้ที่เขาจับในเขตอุทยานเป็นท่อนซุงขนาดใหญ่ ชาวบ้านไม่มีรถยกจะไปขนหรอก ใครจะไปแปรรูปไม้ได้เร็วขณะนั้น” ชาวบ้านรายหนึ่งกล่าว

ชาวบ้านรายหนึ่งเล่าว่า อุทยานแห่งชาติแม่เงายังอยู่ในขั้นเตรียมการประกาศเป็นเขตอุทยานและยังไม่ได้ออกเป็นพระราชกฤษฎีกา แต่มีเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าไปประจำการแล้ว อย่างไรก็ตามพื้นที่ยังคงอยู่ในความดูแลของป่าสงวนแห่งชาติแม่ยวมฝั่งซ้ายในสังกัดของกรมป่าไม้ ซึ่งจัดทำแนวเสาไฟฟ้าเข้าไปยังหมู่บ้านครั้งนี้ ทางกฟภ.ได้แจ้งให้อุทยานฯรับทราบ แต่ไม่ได้แจ้งให้ผู้ที่รับผิดชอบป่าสงวนทราบ ซึ่งที่ผ่านมาทั้งสองหน่วยงานคือกรมป่าไม้และกรมอุทยานฯค่อนข้างมีปัญหาในการทำงานร่วมกันมาโดยตลอดเพราะต่างฝ่ายต่างหวงอำนาจและบทบาทของตัวเอง

“ในการตัดไม้เพื่อปักเสาไฟฟ้าเข้าหมู่บ้านครั้งนี้ มีการเอาเลื่อยยนต์มาให้ชาวบ้านช่วยตัดเพราะเป็นไม้ใหญ่ ซึ่งเป็นปกติของที่แม่ฮ่องสอนเมื่อชาวบ้านต้องการให้ไฟฟ้าเข้าหมู่บ้านก็ต้องมาใช้แรงงานให้กับกฟภ. ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ป่าสงวนและตำรวจโกรธมากที่เขายังหาเลื่อยยนต์ที่เป็นหลักฐานสำคัญไม่พบ พวกเขาพยายามเรียกชาวบ้านไปสอบ แต่ก็ไม่มีใครรู้ เขาพยายามให้ชาวบ้านรับสารภาพ ทั้งๆที่เป็นเรื่องระหว่างหน่วยงานรัฐด้วยกันเอง ท้ายสุดก็จะเอาชาวบ้านเป็นแพะอีก”ชาวบ้านรายหนึ่ง กล่าว

อนึ่ง ในหลายหมู่บ้านย่านลุ่มเงาอยู่มาก่อนที่จะประกาศเขตป่าสงวน แต่ไม่มีการกันแนวเขตเมื่อแรกประกาศ เช่นเดียวกับการเตรียมประกาศอุทยานแห่งชาติครั้งนี้ อย่างไรก็ตามที่ดินทำกินของชาวบ้านทั้งหมดในตำบลแม่สวด ไม่มีเอกสารสิทธิ แต่ช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2554 – 2555 ชาวบ้านได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่เงากำหนดขอบเขตพื้นที่อยู่อาศัยและทำกิน และเมื่อเดือนมีนาคม 2559 ได้ร่วมกันวางแผนไปตรวจสอบแก้ไขขอบเขตพื้นที่ที่ยังไม่ชัดเจนบางจุด อีกทั้งหมู่บ้านส่วนใหญ่ ได้ทยอยยื่นคำร้องขอโฉนดชุมชน ต่อสำนักงานโฉนดชุมชน สำนักนายกรัฐมนตรีไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการตรวจสอบและพิจารณา ซึ่งเมื่อปี พ.ศ. 2553 สำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งให้พื้นที่โฉนดชุมชนที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบได้รับการคุ้มครองให้ทำกินต่อไปได้