Search

ชาวไทใหญ่เสียดาย หอเจ้าฟ้าเก่าเมืองป๋างลอง ถูกพายุฤดูร้อนพัดเสียหายเหลือแต่ซาก ก่อนหน้าที่จะมีการบูรณะซ่อมแซม

Panglawng-palace_002
ภาพ Panglong

พายุฤดูร้อนที่เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือน พฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้บ้านเรือนของชาวบ้านจำนวนมากในพม่าได้รับความเสียหาย รวมถึงหอเจ้าฟ้าเมืองป๋างลอง เขตเมืองตองจี ทางใต้ของรัฐฉาน ที่ได้รับผลกระทบจากพายุและฝนที่ตกหนัก ทำให้หลังคาและตัวอาคารบางส่วนของหอเก่าแก่แห่งนี้พังลงมาได้รับความเสียหาอย่างหนัก ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ที่หอจะพังเสียหาย ชาวบ้านได้วางแผนที่จะปรับปรุงซ่อมแซมบูรณะหอเจ้าฟ้าแห่งนี้ให้กลับมามีสภาพดีเหมือนเดิม

Panglawng-palace_003
ภาพ Panglong

ญาติรายหนึ่งของอดีตเจ้าฟ้าเมืองป๋างลองเปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักและพายุลมแรงเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เป็นสาเหตุที่ทำให้หอเจ้าฟ้าเมืองป๋างลอง ซึ่งมีสภาพเก่าทรุดโทรมได้พังลงมา โดยส่วนที่ได้รับความเสียหายคือตัวอาคารของหอ แต่ส่วนที่เป็นห้องพระและส่วนที่หันหน้าไปทางตะวันออกไม่ได้พังเสียหายด้วย ด้านทรัพย์สินสมบัติมีค่าที่อยู่ในตัวหอนั้นไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด เนื่องจากมีการขนย้ายไปเก็บไว้ที่อื่นเรียบร้อยแล้ว

ภาพ Panglong
ภาพ Panglong

ก่อนหน้านี้ หอเจ้าฟ้าป๋างลองประกอบด้วยอาคาร 3 ส่วน คือส่วนที่เป็นตัวอาคารห้องครัว หอหลวงและยังมีหอหลังเล็กอีกหลังหนึ่ง ในอดีต หอเจ้าฟ้าเมืองป๋างลองนั้นมีตัวอาคารหออยู่หลายหลัง แต่ในเวลาต่อมา ชายาของเจ้าฟ้าเมืองป๋างลองได้ตัดที่ดินที่มีตัวอาคารหอเจ้าฟ้าบางส่วนขายให้กับคนอื่น โดยปัจจุบัน ชายาเจ้าฟ้าเมืองป๋างลองยังคงมีชีวิตอยู่และอาศัยอยู่ที่หอแห่งนี้

มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของปีที่แล้ว เจ้ายอดศึก ผู้นำของสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน RCSS/SSA ได้เดินทางเยี่ยมหอเจ้าฟ้าเมืองป๋างลอง และเคยกล่าวจะช่วยเหลือซ่อมแซมบูรณะหอแห่งนี้ โดยจะบริจาคในส่วนของไม้ที่จะนำมาซ่อมแซมตัวอาคารหอ ขณะที่ประชาชนในเมืองป๋างลองก็จะช่วยกันออกเงินค่าจ้างให้กับช่างที่จะมาบูรณะซ่อมแซม แต่อย่างไรก็ตาม ทางญาติของเจ้าเมืองป๋างลองระบุ ยังคงประสบปัญหาในเรื่องเงินอยู่ จึงไม่มีความคืบหน้า

ที่มา เว็บไซต์ข่าวไทใหญ่ Panglong
แปลและเรียบเรียงโดย สำนักข่าวชายขอบ

On Key

Related Posts

กองกำลังรัฐฉานเหนือ-ใต้ต่างจัดงาน 79 ปีวันชาติไทใหญ่ “RCSS/SSA”จัดใหญ่แม้แต่กองกำลังว้ายังเข้าร่วมเป็นแขก “เจ้ายอดศึก”ชี้หากกลุ่มชาติพันธุ์ยังไม่ได้รับสิทธิเท่าเทียม-ถูกกดขี่ยากที่จะเกิดสันติภาพในพม่า