สาวรุ่นชาวยะไข่เกือบถูกขายให้แต่งงานกับชายจีน โชคดีไหวตัวทันหนีรอด แฉหญิงพรหมจรรย์อายุน้อยมีค่าตัวสูงถึง 5 ล้านจั้ต

ภาพโดย JPaing / The Irrawaddy
ภาพโดย JPaing / The Irrawaddy

พบหญิงชาวยะไข่ หรือชาวอาระกัน 3 ราย จากเมืองเจ้าก์พยู ทางตอนเหนือของรัฐอาระกัน ถูกหลอกไปขายยังฝั่งจีน ที่เมืองรุ่ยลี่ หรือเมืองฉ่วยหลี่ ตรงข้ามกับเมืองหมู่แจ้ รัฐฉาน โดยนายหน้าหลอกว่าจะได้ทำงานในโรงงานแห่งหนึ่ง แต่หญิงสาวทั้งหมดกลับพบว่ากำลังจะถูกหลอกไปขายให้แต่งงานกับชายจีน โชคดีทั้งสามคนไหวตัวทันและได้หลบหนีออกมาและเดินทางกลับพม่าอย่างปลอดภัย โดยเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา และหญิงสาวได้นำเรื่องนี้ออกมาเปิดโปง พร้อมกับแจ้งความที่สถานีตำรวจ ซึ่งจนถึงขณะนี้ตำรวจพม่าได้เร่งขยายผลจับกุมนายหน้าในพม่าที่หลอกหญิงสาวไปขายได้แล้ว

มีรายงานว่า หญิงสาวชาวยะไข่ทั้ง 3 คน ได้ข้ามชายแดนไปยังฝั่งจีน โดยถูกนำตัวไปไว้ที่บ้านพักแห่งหนึ่ง โดยนายหน้าให้สัญญาว่า ทั้งหมดจะได้ทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งในเมืองรุ่ยลี่ อย่างไรก็ตามต่อมา นางสาว นินส่านดา เพียว 1 ในหญิงสาวได้ทราบภายหลังว่าเธอและเพื่อนอีก 2 คน กำลังจะถูกหลอกไปขายให้แต่งงานกับชายจีน

“นายหน้าพูดคุยเกี่ยวกับตลาดค้าหญิงสาวพรหมจรรย์ในประเทศจีนว่า หญิงสาวพรหมจรรย์ที่มีอายุน้อยที่สุด อาจมีราคาสูงถึง 4 ล้านจั้ต (ประมาณ 121,570 บาท) นางสาว ตุซะ ขิ่น วัย 17 ปี อีกหนึ่งหญิงสาวที่เดินทางมาหางานทำพร้อมกัน อาจขายได้ราคามากถึง 5 ล้านจั้ต (ประมาณ 151,960 บาท) โดยนายหน้ายังระบุว่า หากหญิงสาวได้แต่งงานกับชายจีน จะสามารถหาเงินส่งเสียเลี้ยงครอบครัวได้ ฉันตกใจมาก ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อน ฉันอุตส่าห์เชื่อใจเธอ” นางสาว นินส่านดา เพียว กล่าวถึงหญิงที่หลอกเธอมาขาย

“ในตอนนั้น ฉันได้แต่ร้องไห้ทั้งคืน ฉันมาหางานทำ ไม่ได้มาแต่งงานกับคนแปลกหน้า” นางสาว ตุ ซะ ขิ่น หญิงสาวที่อายุน้อยที่สุดที่ถูกหลอกมาขายเล่าย้อนเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น

โดยหลังทราบเรื่องทั้งหมด หญิงสาวทั้ง 3 คน ได้หลบหนีออกมาจากที่พักดังกล่าว “เราหลบหนีออกมาประมาณ 4 ทุ่ม เรารู้สึกทำอะไรไม่ถูก เพราะเราไม่สามารถพูดภาษาจีนได้ แม้แต่ร้องขอความช่วยเหลือ” อย่างไรก็ตาม หญิงสาวทั้ง 3 คน โชคดีได้รับการช่วยเหลือจากชายพม่ารายหนึ่งที่เปิดร้านขายหมากในฝั่งจีน และเช้าวันต่อมาได้พาหญิงสาวทั้ง 3 คน ข้ามชายแดน พร้อมกับให้เงินซื้อตั๋วรถกลับเมืองมัณฑะเลย์

หญิงสาวทั้งหมดเดินทางกลับมาถึงเมืองชิตต่วยเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา และได้แจ้งความไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในเมืองชิตต่วย โดยภายหลังตำรวจได้ทำการสืบสวนขยายผลพบว่า นายหน้าที่หลอกหญิงสาวไปขายที่ประเทศจีนก็เป็นคนในพื้นที่ในเมืองชิตต่วย โดยให้การว่า มีญาติทำงานอยู่ในจีน โดยชักชวนล่อลวงหญิงว่า จะได้งานทำที่โรงงาน โดยได้เงินเดือนละ 5,300 บาทต่อเดือน จึงทำให้เป็นที่สนใจจากหญิงสาวที่มีฐานะยากยอมเดินทางไปจีน มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจพม่าสามารถควบคุมตัวขบวนการลักลอบค้ามนุษย์ในคดีนี้แล้ว 4 คน

เมื่อปลายปีที่แล้วตำรวจหน่วยปราบปรามการค้ามนุษย์ของพม่าเปิดเผยว่า คดีค้ามนุษย์เกือบ 80% เกี่ยวข้องกับประเทศจีน ทั้งนี้ นโยบายลูกคนเดียวทำให้ประเทศจีนขาดแคลนหญิงสาว แม้เพิ่งจะมีการยกเลิกนโยบายนี้ไปแล้วเมื่อไม่นาน แต่ที่ผ่านมา ก็ส่งผลต่อประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า มีหญิงสาวในพม่าถูกหลอกไปขายเป็นจำนวนมาก โดยเมื่อปี 2558 มีผู้ตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์แล้วกว่า 500 คน

ที่มา Irrawaddy
แปลและเรียบเรียงโดย สำนักข่าวชายขอบ

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.