ทหารเรือผูกทุ่นเตรียมตัดเชือกผูกเรือเกาะหลีเป๊ะ อ้างจัดระเบียบจอดเรือใหม่ ชาวเลงง-ไม่รู้เรื่องมาก่อนเลย หวั่นตกเป็นเครื่องมือนายทุน โอดเหมือนถูกกดดันให้คนท้องถิ่นย้ายออก

received_868896396571756

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2559 นางพิมพ์มาดา ใจบิดา เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยเกาะหลีเป๊ะ อำเภอเมือง จังหวัดสตูล เปิดเผยว่า เมื่อเย็นวานนี้ (22 พฤษภาคม) ได้มีทหารเรือเข้ามาผูกทุ่นในทะเลหลีเป๊ะฝั่งใกล้กับโรงเรียนบ้านอาดัง และหลีเป๊ะบีชรีสอร์ท (ฝั่งตะวันออกของเกาะ) เพื่อกั้นพื้นให้นักท่องเที่ยวดำน้ำ และป้องกันไม่ให้เรือหางยาวเข้าจอด ส่งผลให้เรือหางยาวที่เคยจอดไว้ในพื้นที่ดังกล่าวกว่า 10 ลำไม่สามารถเข้าจอดได้ตามเดิม โดยที่เจ้าของเรือไม่ทราบถึงเหตุผลในการออกมาผูกทุ่นอย่างเร่งด่วนในครั้งนี้ แต่เรื่องนโยบายการจัดระเบียบเรือนั้นมีมานานแล้ว อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ทหารแจ้งชาวบ้านในพื้นที่ว่าอาจจะเข้ามาดูสภาพการจอดเรืออีกครั้งช่วงเย็น เพราะต้องการจัดระเบียบการจอดใหม่ที่ไม่ขวางทัศนียภาพการท่องเที่ยว ซึ่งส่วนตัวคาดว่าน่าจะมีเรือหลายลำบนเกาะหลีเป๊ะได้รับผลกระทบ

received_868896653238397

“เท่าที่รู้ ชาวเลไม่เคยได้เสนอเรื่องพื้นที่จอดเรือด้วยซ้ำ การเจรจา การประชุมเรื่องนโยบายการจัดระเบียบเรือไม่ได้เป็นไปแบบเชิงการปรึกษาชาวบ้าน แต่ทหารกะเข้ามาจัดระเบียบแบบที่ตนเองมองว่าเหมาะสมเท่านั้น ไม่ได้สนใจว่าชาวเล หรือชาวเกาะที่เขามีเรือหางยาวนั้น เขาอยู่กับทะเลมากี่ปีแล้ว เขามีวิธีจอดเรืออย่างไร แต่การบุกเข้ามาผูกทุ่น เตรียมตัดเชือกแบบนี้ น่าสงสารเจ้าของเรือนะ เขาอยู่มาก่อนทำไมเขาไม่มีสิทธิผูกเรือในทะเลที่เขาเกิดมา การทำแบบนี้เหมือนไล่คนท้องถิ่นออกจากเกาะเรื่อยๆ เพราะทุ่นกั้นพื้นที่ดำน้ำมีการขยายแทบทุกปี” นางพิมพ์มาดา กล่าว

ด้านนางละออง หาญทะเล ชาวเลเกาะหลีเป๊ะที่อาศัยอยู่ใกล้ๆกับโรงเรียนบ้านอาดัง กล่าวว่า จากการตรวจสอบดูเรือของครอบครัวของตน ล่าสุดเมื่อเช้านี้ เชือกผูกเรือยังอยู่ในสภาพดี แต่ต้องเฝ้าระวังต่อไป โดยเมื่อทราบข่าวว่าทหารจะลงมาจัดระเบียบในพื้นที่ใด ชาวเลจะเปลี่ยนที่จอดเรือชั่วคราว แล้ววันหลังค่อยกลับมาจอดที่เดิม แต่นโยบายกั้นพื้นที่ดำน้ำตื้นดูปะการังเพื่อนักท่องเที่ยวนับวันก็ขยับเข้าใกล้กับฝั่งมากขึ้นทุกที เจ้าของเรือหางยาวกว่า 300 ลำ ซึ่งเป็นชาวเลส่วนมากไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ เพราะเรือหางยาวเป็นเรือสำหรับประกอบอาชีพรับจ้างนักท่องเที่ยว เป็นพาหนะเดียวที่ชาวเลสามารถหารายได้ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวได้ดี และหน้ามรสุมส่วนมากชาวเลจะนำเรือไปทำประมงพื้นบ้าน ซึ่งหากจอดไกลจากบ้านมากๆ จะลำบากต่อการออกมาดูเรือยามกลางคืน ทุกวันนี้ชาวเลบนเกาะจึงแทบไม่ได้นอนบ้านเพราะบางคนจอดเรือไว้ไกลต้องออกไปนอนหน้าหาดเฝ้าเรือ

“บางคนกลัวนายทุนแอบตัด บางคนกลัวเรือถูกลมพัดไป เราก็เฝ้าไปตามประสา แต่ถ้าจัดระเบียบจริงจังเมื่อไหร่เราจะแย่ เพราะเรือเรามีกันเยอะ เราใช้เรือเป็นหลักนะบนเกาะ ไม่ให้ที่เราผูกเรือจะให้เราใช้อะไรออกทะเล” นางละออง กล่าว

นางละออง กล่าวด้วยว่า เรื่องเรือนี้มีความเชื่อมโยงกับปะการังมากเพราะมีกลุ่มนักอนุรักษ์ปะการังบางกลุ่มพยายามป้อนข้อมูลให้นักท่องเที่ยวว่า ปะการังน้ำตื้นที่เสียหายส่วนหนึ่งเกิดจากการเดินเรือหางยาว และการจอดเรือหางยาวทับแหล่งปะการัง ดังนั้น จุดดำน้ำแต่ละที่จึงมีการทำแนวเขตใหม่ ซึ่งส่วนตัวมองว่าสาเหตุนี้อาจมีส่วนทำให้ทางการเชื่อว่าชาวเลทำความเสียหายแก่ปะการังและทรัพยากร แต่ในความเป็นจริงชาวเลสามารถแยกแยะออกได้ว่าพื้นที่ใดมีหินงาม มีปะการังสวย มีปลาสวยงามอยู่ ก็จะเลี่ยงได้เองตามองค์ความรู้ที่มี โดยส่วนตัวมองว่าการจัดระเบียบเรืออาจมาจากกลุ่มทุนบางกลุ่มที่ไม่ต้องการให้บริเวณหน้าที่พักมีเรือมาจอดขวางภาพวิวทิวทัศน์มากกว่า ซึ่งเรื่องนี้ตนในฐานะชาวเลที่อาศัยมานานอยากให้ทางการคิดใหม่และเห็นใจชาวบ้านที่อาศัยอยู่ก่อน

////////////////////////

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.