received_1116783231698294

วันนี้ 26 พฤษภาคม 2559 เวลา17.00 น. ที่ห้องออดิทอเรียม หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ได้มีการฉายภาพยนตร์เรื่อง Twilight Over Burma หรือสิ้นแสงฉาน รอบวีไอพี ซึ่งจัดโดยสถานเอกอัครราชทูตออสเตรียประจําประเทศไทย โดยมีผู้เข้าชมเป็นผู้ที่ได้รับบัตรเชิญล่วงหน้าจากผู้จัด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้แทนจากสถานทูตประเทศต่างๆ กระทรวงการต่างประเทศ และสื่อมวลชน

received_1116783235031627

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการฉายภาพยนตร์ครั้งนี้มีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก แต่มีการจัดฉายเพียง 1 รอบ หลังจากมีการประกาศในเพจเฟสบุคของหอศิลปวัฒธรรมฯ ทำให้มีผู้สนใจต้องการบัตรกันอย่างล้านหลามโดยเฉพาะชาวไทยใหญ่ที่เข้ามาทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ต้องผิดหวังเนื่องจากบัตรแจกเฉพาะระดับวีไอพี จนในที่สุดต้องมีการประกาศว่าไม่มีที่นั่งว่างเหลืออยู่แล้ว

ขณะเดียวกันในการจัดฉายภาพยนตร์ครั้งนี้ได้มีการติดป้ายแจ้งไว้บริเวณทางเข้าอาคารหอศิลปวัฒนธรรมฯ ว่าเข้าได้เฉพาะผู้ที่ได้รับบัตรเชิญเท่านั้น ทำให้ที่หน้าห้องฉายภาพยนตร์จึงมีผู้มารอชมอยู่ไม่มากและเป็นไปอย่างเรียบร้อย

นางคำอู ชาวไทใหญ่ ได้เดินทางมาพร้อมกับหลานสาว กล่าวว่ามีการแชร์ในเฟสบุคของกลุ่มชาวไทใหญ่ว่าจะมีการฉาย ชาวไทใหญ่ต่างก็สนใจ และพากันส่งอีเมลไปตามที่มีการแจ้ง แต่กลับไม่ได้รับคำตอบ ตนจึงได้เดินทางติดต่อลงทะเบียนขอรับบัตรที่สถานทูตออสเตรีย กรุงเทพมหานคร จนได้คำแนะนำว่าให้มารอที่หน้างาน อาจได้ที่นั่งหากมีผู้ยกเลิกหรือมาไม่ทัน วันนี้จึงได้มายืนรอ

received_1116783228364961

“ตอนนี้ก็รอก่อน ถ้ามีคนไม่มา มีที่ว่างก็จะได้ดู หากไม่ได้ดูก็ไม่เป็นไร หนังเรื่องนี้เป็นของชาติเรา เรื่องราวของรัฐฉานแทบไม่เคยมีถ่ายทอดออกมาให้โลกได้รู้ เรื่องชะตากรรมของชาวรัฐฉาน” นางคำอู กล่าวขณะรออยู่หน้าห้องฉายภาพยนตร์

ภาพยนตร์เรื่อง Twilight Over Burma กำกับโดย Sabine Derflinger ผู้กำกับหญิงชาวออสเตรีย สร้างมาจากหนังสือชื่อ Twilight Over Burma – My Life as a Shan Princess เขียนโดย อิงเง เซอร์เจน ซึ่งถูกแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ “สิ้นแสงฉาน” แปลและเรียบโดย มนันยา เป็นเรื่องราวที่เขียนมาจากเรื่องจริงของชีวิตอดีตมหาเทวีสุจันทรี หรืออิงเง เซอร์เจน มหาเทวีแห่งเมืองสีป้อ ชายาของเจ้าจ่าแสง เจ้าฟ้าองค์สุดท้ายแห่งเมืองสีป้อ ทางเหนือของรัฐฉาน โดยเจ้าฟ้าไทใหญ่ได้พบรักกับหญิงชาวออสเตรียขณะไปศึกษาด้านวิศวกรรมเหมืองแร่ ที่สหรัฐอเมริกา ก่อนที่ทั้งคู่จะกลับมายังพม่าโดยที่อิงเง ไม่รู้มาก่อนว่าคนรักของคนคือเจ้าฟ้า ทั้งคู่ได้สมรสและปกครองเมืองสีป้อ แต่หลังนายพลเนวินยึดอำนาจในปี 2505 เจ้าจ่าแสงซึ่งเป็นสมาชิกรัฐสภาถูกจับตัวไป และหายสาบสูญ ขณะที่อิงเง ได้พยายามประคองการปกครองเมืองสีป้อ บริวาร และครอบครัว จนสุดท้ายต้องตัดสินใจพาธิดาทั้งสองคนออกจากพม่าและใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐฯ จนถึงทุกวันนี้
————–

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.