Search

อองซาน ซูจี เรียกร้องให้ทุกกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์เข้าร่วมประชุมใหญ่ “ป๋างโหลง ศตวรรษที่ 21”

ภาพโดย Min Min/Mizzima
ภาพโดย Min Min/Mizzima

สื่อพม่ารายงานว่า หลังการหารือที่เนปีดอว์เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางนางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐได้เรียกร้องให้ทุกกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์เข้าร่วมประชุมใหญ่ “ป๋างโหลง ศตวรรษที่ 21” เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติสงครามการเมืองในประเทศ รวมถึงทบทวนกระบวนการสันติภาพที่ผ่านมา

มีรายงานว่า นางซูจีได้หารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมสำหรับจัดประชุมใหญ่ “ป๋างโหลง ศตวรรษที่ 21” โดยในการหารือ นางซูจีระบุว่า ควรเปิดโอกาสให้ทุกกลุ่มชาติพันธุ์ได้มีโอกาสเข้าร่วมในการประชุมใหญ่ โดยระบุว่า การปรองดองแห่งชาติและความสงบสุขไม่ได้ขึ้นอยู่ระหว่างกลุ่มติดอาวุธและรัฐบาลเพียงอย่างเดียว แต่ก็ขึ้นอยู่กับกลุ่มติดอาวุธด้วยกันเองด้วย โดยอ้างอิงถึงกลุ่มทหารปะหล่อง TNLA และทหารไทใหญ่ RCSS/SSA ที่ทำสงครามทางภาคเหนือของรัฐฉาน

มีรายงานด้วยว่า
การประชุมที่เนปีดอว์เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ปรึกษาแห่งรัฐได้พบกับฝ่ายทหาร เพื่อร้องขอยอมให้ทหารปะหล่อง TNLA โกก้าง MNDAA และกองทัพอาระกัน Arakan Army เข้าร่วมในกระบวนการสันติภาพ ซึ่งทั้ง 3 กลุ่ม ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าร่วมโต้ะเจรจาในยุครัฐบาลเต็งเส่ง ขณะที่ฝ่ายกองทัพพม่ามีท่าทีชัดเจนมาโดยตลอดว่า หากทั้ง 3 กลุ่มต้องการเข้าร่วมกระบวนการสันติภาพจำเป็นจะต้องวางอาวุธ โดยยังไม่มีการเปิดเผยว่า ผลการหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอย่างไร

ด้านคณะเจรจาสันติภาพชุดใหม่ของ NLD ระบุว่า หลังเข้ามาทำงานได้พบหารือกับหลายกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ และเปิดประตูให้กับกลุ่มติดอาวุธทุกกลุ่ม ต่อจากนี้ก็อยู่ที่แต่ละกลุ่มจะตัดสินใจอย่างไรอีกที มีรายงานอีกด้วยว่า การประชุมที่เนปีดอว์เมื่อเร็วๆนี้ นางซูจียังเปลี่ยนใจยอมให้พรรคการเมืองที่ไม่ชนะการเลือกตั้งสามารถเข้าร่วมในคณะกรรมการร่วมเจรจาสันติภาพสหภาพ (Union Peace Dialogue Joint Committee) ซึ่งจะทำหน้าที่ร่างกรอบและกำกับการเจรจาทางการเมือง ซึ่งก่อนหน้านี้ซูจีเปิดโอกาสให้พรรคที่ชนะการเลือกตั้งเท่านั้นสามารถทำหน้าที่ดังกล่าวได้

อีกด้านหนึ่ง เจ้าขุนทุนอู หัวหน้าพรรคหัวเสือ SNLD ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยต่อกรณีที่นายอูวินมิ้น ประธานสภาประชาชนจากพรรค NLD ที่ระบุว่า ควรแก้ไขปัญหาความไม่สงบในประเทศให้ได้เสียก่อนที่จะคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2551 ซึ่งทางหัวหน้าพรรคไทใหญ่ระบุว่า หากไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทหารร่างขึ้น ความสงบสุขในประเทศจะไม่เกิดขึ้นเร็ววัน และการสร้างสันติภาพในประเทศยิ่งจะใช้เวลานานมากขึ้น ดังนั้นไม่ควรมีข้อห้ามดังกล่าวและยังแสดงความคิดเห็นว่า การแก้รัฐธรรมนูญจำเป็นต้องคำนึงประชาชนและบ้านเมือง และเพื่อให้ได้มาระบอบสหพันธรัฐที่ประชาชนรอคอย จำเป็นต้องมีการพูดคุยกันอย่างอิสระ ขุนทุนอูระบุ

ที่มา Myanmar Times/เว็บไซต์ข่าวไทใหญ่ Panglong