
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2559 ที่ห้องประชุมโรงแรมกองมัต เมืองมะละแหม่ง รัฐมอญ ประเทศพม่า ได้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง วิสัยทัศน์ลุ่มน้ำสาละวิน จัดโดย โครงการวิจัยน้ำ ที่ดิน และระบบนิเวศ (WLE) กรมป่าไม้พม่า รัฐบาลออสเตรเลีย และองค์กรอื่นๆ มีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 60 คน ทั้งข้าราชการ นักวิชาการ ชาวบ้านในลุ่มน้ำ ขณะที่สื่อมวลชนท้องถิ่นต่างให้ความสนใจ อาทิ เมียนมาทีวี สำนักข่าวสกายเน็ต และสำนักข่าวมอญ เป็นต้น
ดร.มิน จีวิน มุขมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจำรัฐมอญ กล่าวว่าแม่น้ำสาละวินเป็นลุ่มน้ำที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่ขณะนี้ ผู้คนและชุมชนมีวิถีชีวิตที่กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงในระยะยาว โครงการนี้ต้องการให้ประชาชนได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการจัดการลุ่มน้ำ ว่าเราจะใช้แม่น้ำสาละวินร่วมกันอย่างไร และหวังจะมีการขับเคลื่อนไปสู่การอนุรักษ์ลุ่มน้ำสาละวินตลอดจน ป่าไม้ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ลุ่มน้ำนี้ร่วมกันอย่างยั่งยืน
นายปีเตอร์จอห์น เมย์เนล นักวิจัยจากศูนย์นานาชาติว่าด้วยการจัดการสิ่งแวดล้อม (ICEM) กล่าวถึงแนวคิดการรักษาแม่น้ำสุขภาพดีแห่งพม่า (Myanmar Healthy Rivers) ว่า สุขภาพของแม่น้ำ มีความหมายต่างกันไปสำหรับแต่ละภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการใช้น้ำเพื่อชลประทาน เพื่อหาปลาและดำรงชีพ สุขภาพแม่น้ำจึงไม่ได้หมายถึงเพียงกายภาพหรือเคมีของแม่น้ำ แต่หมายถึงระบบแม่น้ำ นิเวศบริการของแม่น้ำ ซึ่งแม่น้ำที่สุขภาพไม่ดี คือระบบที่ไม่สมดุล เมื่อแม่น้ำถูกทำลาย และขณะนี้การพัฒนาเศรษฐกิจในลุ่มน้ำกำลังเปลี่ยนแปลงการใช้แม่น้ำ ซึ่งจะสร้างผลกระทบ ดังนั้น โครงการนี้จึงพยายามสร้างพื้นที่ให้เกิดการการพูดคุยแลกเปลี่ยนระหว่างภาครัฐและชุมชน เพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่มีข้อมูลล่วงหน้า เพื่อป้องกันการทำลายสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติพม่า จะเป็นกลไกสำคัญในการวางแผนและตัดสินใจในทรัพยากรน้ำของประเทศ
นางรอบิน จอห์นสัน นักวิชาการจากสถาบันการพัฒนาแบบบูรณาการแห่งพม่า กล่าวว่าแม่น้ำสาละวินเป็นแม่น้ำที่สำคัญที่สุดเแห่งหนึ่งของโลก ไหลผ่าน 3 ประเทศ และไหลเป็นพรมแดนไทยพม่าช่วงสั้นๆ ที่จ.แม่ฮ่องสอน แต่ลุ่มน้ำนี้เป็นบ้านของคนในพม่าราว 3.6 ล้านคน หรือ7% ของประชากรพม่าอาศัยอยู่ในลุ่มน้ำแห่งนี้ ปัจจุบันแม่น้ำสาละวินมีเพียง1 เขื่อน คือเขื่อนมอบยี ในรัฐคะเรนนี สาละวินจึงเป็นแม่น้ำที่ยังคงเป็นธรรมชาติอยู่มาก แม่น้ำสาละวินตอนบนอยู่ในทิเบตและมณฑลยูนนาน จีน ซึ่งมีประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แม่น้ำสาละวินตอนกลาง ไหลจากรัฐฉาน รัฐคะยา และรัฐคะยิน (กะเหรี่ยง) มีลำน้ำสาขาเช่น น้ำป๋าง น้ำบาลูชอง แม่น้ำปาย แม่น้ำเมย จากนั้นก็ไหลลงสู่ตอนล่าง คือพะอัน และมะละแหม่ง ซึ่งเป็นพื้นที่ราบปากแม่น้ำ เป็นพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยจำนวนมาก และใช้ทรัพยากกรธรรมชาติในลุ่มน้ำอย่างสำคัญ การประมงในลุ่มน้ำสาละวิน มีทั้งการหายังชีพ และประมงเชิงพาณิชย์ งานวิจัยพบว่าความหลากหลายของพันธุ์ปลาเริ่มลดลง การชลประทานแม้จะมีไม่มากนัก มีการนำน้ำจากสาละวินไปใช้ในภาคเกษตรยังถือว่าน้อยหากเทียบกับลุ่มน้ำอื่นๆ แต่รัฐบาลไทยก็มีแผนนการผันน้ำจากสาขาของน้ำเมย ไปสู่ประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำในลุ่มน้ำสาละวิน
นางรอบิน จอห์นสัน กล่าวว่าการทำเหมืองแร่ในพม่า มีมากในลุ่มน้ำสาละวินในรัฐฉาน หากพม่าเปิดรับการพัฒนามากกว่านี้คาดว่าจะมีการทำเหมืองมากขึ้น การดูดทราย กำลังเกิดขึ้นมากในแถบพะอัน ซึ่งเป็นการทำลายท้องแม่น้ำ และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำสาละวิน ปัจจุบันเขื่อนบนลำน้ำสาขา คือแม่น้ำบาลูชอง ส่งไฟฟ้า 25% ของพม่า มีการเสนอสร้างเขื่อนมากมายบนแม่น้ำสาละวินในจีน และในพม่า เขื่อนเหล่านี้จะผลิตไฟฟ้าเพื่อส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจพม่า แต่ชุมชนได้คัดค้านมาโดยตลอด
“ดิฉันเชื่อว่าหากชุมชนได้มีส่วนร่วม พิจารณาบนฐานข้อมูล อาจเป็นทางออกได้ สาละวินมีความงดงามที่มีคุณค่าอย่าวมากต่อการท่องเที่ยว สาละวินสำคัญต่อเศรษฐกิจพม่า แต่การพัฒนาขนาดใหญ่จะส่งผลกระทบดังนั้นเราจึงต้องคิดว่า ชุมชนต้องการใช้แม่น้ำอย่างไร” นางรอบิน กล่าว
ทั้งนี้ผู้แทนชาวบ้านจากหมู่บ้านโตนอัง (Hton Aign) รัฐกะเหรี่ยง ได้นำเสนอข้อมูลในที่ประชุมว่าที่สาละวิน เป็นเหมือนชีวิตของเรา กินอาหาร กินข้าว ปลา กินน้ำจากสาละวิน ในหน้าฝนเราเจอน้ำที่เพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นฤดูกาล ตอนนี้มีการมาทำเหมือง และขุดทรายขุดหิน ทำให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน การหาปลา เดี๋ยวนี้หลายคนใช้วิธีการช๊อตปลา ทำให้คนส่วนใหญ่เดือดร้อน หากเราจะร่วมกันรักษาแม่น้ำให้สวยและงดงามแบบนี้ คงจะมีคุณค่า มีคนมาเที่ยว มีรายได้ให้แก่ชุมชน
อูจ่าซอ จากหมู่บ้านโตนอัง รัฐกะเหรี่ยง กล่าวว่า ตนเป็นชาวนา ที่หมู่บ้านเราอยู่ริมแม่น้ำสาละวิน หาปลาเลี้ยงชีพ แต่ช่วงหลังเริ่มหายากขึ้น เพราะมีคนใช้เครื่องมือหาปลาแบบทำลายล้าง ทั้งเบื่อยา และช๊อตปลา ชุมชนจึงตั้งกฎและมีบทลงโทษที่เข้มงวด สำหรับเรื่องคุณภาพน้ำ พบว่าเดี๋ยวนี้คนทิ้งขยะและพลาสติกลงริมน้ำมากมาย แม่น้ำสาละวินแถวปากน้ำเราคงเห็นแล้วว่าเดี๋ยวนี้หลายๆ ที่สกปรกมาก และยังไม่มีมาตรการแก้ปัญหานี้เลย
อนึ่ง หนังสือพิมพ์เมียนมาไทมส์ ฉบับวันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ได้รายงานว่านายโซ ยุ้น ลวิน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังและแผน ได้มีคำสั่งชะลอโครงการเขื่อนหนองผา ขนาด 1,200 เมกะวัตต์ บนแม่น้ำสาละวินในรัฐฉาน จนกว่าจะมีการศึกษาผลกระทบใหม่อีกครั้ง โดยรัฐมนตรีได้กล่าวว่าจะมีการยกโครงการที่ลงนามในช่วงรัฐบาลชุดก่อนขึ้นมาพิจารณาใหม่ โดยจะรับฟังประชาชนมากยิ่งขึ้น
“ก่อนจะตัดสินใจ ไม่ใช่ว่าดูแค่กฎหมายหรือระเบียบเท่านั้น แต่เราจะฟังและพิจารณาเสียงของชาวบ้านด้วย” รัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์แก่เมียนมาไทมส์ รายงานข่าวระบุว่านอกจากเขื่อนหนองผาแล้วคำสั่งชะลอครั้งนี้ยังรวมถึงโครงการอื่นๆ อาทิโรงไฟฟ้าถ่านหิน และโครงการพัฒนาพื้นที่ชายแดน
——————



