
นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เปิดเวทีหารือและตอบข้อสงสัยและหาแนวทางแก้ไขปัญหาเขตเศรษฐกิจพิเศษ พื้นที่บ้านวังตะเคียน ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด โดยมีตัวแทนชาวบ้านกลุ่มแม่สอดรักษ์ถิ่นประมาณ 40 คนได้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ซึ่งปัจจุบันโครงการนี้อยู่ระหว่างกระบวนการถอนคัดค้านการออกโฉนดที่ดินให้กับกรมธนารักษ์ โดยกรมที่ดินยังไม่สามารถออกโฉนดให้ได้ เนื่องจากกระบวนการถอนคัดค้านยังไม่สิ้นสุด

การประชุมหารือครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2559 โดยนายสุนทร ศรีบุญมา ชาวบ้านกลุ่มแม่สอดรักษ์ถิ่นได้ชี้แจงข้อกังวลต่อผู้ว่าราชการจังหวัดตากว่า กลุ่มชาวบ้านไม่มีเจตนาที่จะขัดขวางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และที่ผ่านมาทางราชการได้ตกลงกับกลุ่มชาวบ้านว่าในการเจรจาใดๆจะมีการจัดเวทีให้พูดคุยทั้งกลุ่ม และดำเนินการร่วมกัน แต่ในกระบวนการถอนคัดค้านการออกโฉนดนั้น กรมธนารักษ์แจ้งกับชาวบ้านว่า ต้องดำเนินการเป็นรายบุคคล กระบวนการนี้สำหรับคนที่เห็นด้วยก็ไม่มีปัญหา แต่สำหรับพวกตนหมดซึ่งทุกอย่าง หากต้องสูญเสียที่ดินไป

นายสุนทรกล่าวว่า ส่วนชาวบ้านที่ได้ลงชื่อยินยอมถอนคัดค้านไปแล้ว เริ่มเกิดความกังวลใจและเข้ามาปรึกษาทางกลุ่ม เพราะเอกสารที่ได้ลงชื่อถอนคัดค้านไปนั้น มีเพียงชาวบ้านฝ่ายเดียวที่ลงชื่อ แต่ไม่มีตัวแทนทางราชการลงชื่อในเอกสาร
ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดตากได้ชี้แจงกับกลุ่มชาวบ้านว่า สำหรับกระบวนการถอนคัดค้านจำเป็นที่ต้องดำเนินการเป็นรายบุคคล เพราะการสอบถามรายละเอียดข้อมูลที่ดินนั้น มีรายละเอียดที่ต่างกัน สำหรับรายที่เห็นว่าข้อมูลตนเองตรงกับทางราชการก็สามารถดำเนินการได้เร็ว แต่รายที่เห็นแย้งกับทางราชการนั้นบางครั้งทั้งวันสามารถดำเนินการได้เพียงรายเดียว แต่ขอยืนยันว่าอยากให้ชาวบ้านเข้าสู่กระบวนการ และจะไม่มีการบังคับให้ลงชื่อยินยอม สำหรับข้อกังวลที่ไม่มีตัวแทนราชการลงชื่อในเอกสารยินยอมถอนคัดค้านนั้น เนื่องจากกระบวนการดังกล่าวยังไม่จบ เอกสารทั้งหมดนี้จะถูกส่งให้คณะกรรมการแก้ไขปัญหาเขตเศรษฐกิจพิเศษตากพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งคณะกรรมกรชุดนี้มีตัวแทนชาวบ้านเข้าร่วมอยู่ แต่อย่างไรก็ตามหากทางกลุ่มแม่สอดรักษ์ถิ่นมีขอเสนอใดตนยินดีรับไว้เพื่อเสนอต่อไปยังระดับนโยบาย โดยให้ชาวบ้านส่งเป็นหนังสือ
นายทวีศักดิ์ มณีวรรณ์ ที่ปรึกษากลุ่มแม่สอดรักษ์ถิ่นให้สัมภาษณ์ว่า แม้ราชการเปิดโอกาสให้ตัวแทนชาวบ้านเข้าไปร่วมอยู่ในคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเขตเศรษฐกิจพิเศษตาก แต่การเข้าประชุมแต่ละครั้งที่มีตัวแทนราชการเป็นส่วนมาก ทำให้ชาวบ้านมีความกลัวที่จะเสนอเรื่องของตนเอง และชาวบ้านกลายเป็นส่วนประกอบของการประชุมเท่านั้น ที่ผ่านมาในสมัยของผู้ว่าการคนเก่าเราเคยเสนอให้เพิ่มสัดส่วนชาวบ้านในคณะกรรมการแต่ได้รับคำตอบว่าไม่มีความจำเป็น เพราะมีตัวแทนชาวบ้านเข้าร่วมแล้ว 4 คน สำหรับการประชุมร่วมกันครั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดตากได้รับเรื่องที่จะปรับสัดส่วนให้ชาวบ้านเข้าไปมีส่วนร่วมในคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเขตเศรษฐกิจพิเศษตากเพิ่มขึ้น และยินดีรับข้อเสนอของชาวบ้านที่เสนอต่อไปยังระดับนโยบาย โดยชาวบ้านกลุ่มแม่สอดรักษ์ถิ่น 31 ราย ซึ่งใช้ประโยชน์ในพื้นที่ 537ไร่ขอยืนยันในข้อเสนอเดิมที่ว่า ขอที่ดินคืนในจำนวนเท่าเดิมที่ตนมีอยู่ในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่เดิม เพราะที่ดินเป็นเหมือนชีวิต และเป็นสิ่งเดียวที่เป็นรายได้หลักให้กับครอบครัว
———————-



