
เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2559 ที่โรงแรมอิมพีเรียล จังหวัดนราธิวาส มีการจัดงาน “เขตเศรษฐกิจพิเศษ โอกาสทองการลงทุน” มีนายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสเป็นประธานเปิดงาน โดยมีผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานกว่า 100 คน
นายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวเปิดงานว่า ตามที่มติคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ หรือ กนพ. เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2559 มอบหมายให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. พิจารณาความเป็นไปได้ในการตัดซื้อที่ดินเอกชน จำนวน 2,277 ไร่ ในตำบลละหาร อำเภอยี่งอ และตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส เพื่อจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจนราธิวาส ซึ่งจากการศึกษาพบว่า มีที่ดินที่เหมาะสม จำนวน 1,730 ไร่ ทั้งนี้จะรายงานความก้าวหน้าต่อ กนพ. เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีนักลงทุนเข้ามาลงทุนตามนโยบายส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ จำนวน 2 โรง ได้แก่ โรงงานไฟฟ้าชีวมวล ที่อำเภอแว้ง ขนาด 7.5 เมกะวัตต์ เงินลงทุน 350 ล้านบาท และโรงงานผลิตยางแผ่นเครปและยางแท่ง ที่อำเภอยี่งอ ของบริษัทศรีตรังแอโกรอินดัสตรี จำกัด(มหาชน) เงินลงทุน 570 ล้านบาท ทั้งนี้ทำให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่เบื้องต้น 81 คน ขณะที่มีผู้สมัครงานกว่า 3,500 คน อย่างไรก็ตามทาง บริษัท ศรีตรังฯ จะพิจารณาแผนลงทุนโรงงานผลิตถุงมือยางในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนราธิวาส ประมาณ 500 ไร่ คาดว่าจะสามารถเพิ่มการจ้างงานในพื้นที่ได้อีกประมาณ 1,000 อัตรา
ส่วนนายนายมูนิต เจมิ ชาวบ้านอำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ให้สัมภาษณ์ว่า คนที่มาร่วมงานวันนี้ส่วนใหญ่เป็นคนของหน่วยงานราชการและส่วนปกครองท้องถิ่นที่ถูกการเกณฑ์มาร่วมงาน จึงเป็นเวทีที่มีการพูดถึงเพียงเรื่องการพัฒนาอุตสาหกรรมและการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ที่เป็นการพูดคุยในประเด็นเอื้อต่อนักลงทุนเพียงอย่างเดียว เพื่อเป็นการเร่งให้มีการดำเนินโครงการให้เร็วขึ้น
“รู้เพียงว่าจะมีโรงงาน มีท่าเรือน้ำลึก เป็นศูนย์กลางขนส่ง แต่ไม่เคยบอกเราว่าในอนาคต 10-30 ปี ข้างหน้าผลกระทบที่เกิดจากอุตสาหกรรมจะเป็นอย่างไร ไม่มีมาตรการรองรับชาวบ้านที่ต้องถูกย้ายออกจากที่ดิน เราไม่ได้ปฏิเสธความเจริญ แต่ควรให้ข้อมูลแก่ชาวบ้านในพื้นที่ให้ชัด” นายมูนิต กล่าว
นายมูนิต กล่าวต่อว่า โครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้ ควรเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงการพัฒนาในมิติที่คนในพื้นที่ได้ประโยชน์มากกว่าเอื้อต่อนักลงทุนอุตสาหกรรม ซึ่งต้องการให้จังหวัดเปิดโอกาสให้คนในจังหวัดได้นำเสนอหรือร่วมออกแบบเขตเศรษฐกิจที่เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ ที่ไม่ใช่เพียงเรื่องอุตสาหกรรมเท่านั้น เนื่องจากหากมองศักยภาพจังหวัดที่มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ มีอากาศที่ดี หากปรับการลงทุนสร้างศูนย์การศึกษาของภูมิภาค ศูนย์กลางสาธารณะสุข หรือส่งเสริมอุตสาหกรรมกีฬา น่าจะเป็นทางเลือกที่คนในพื้นที่ต้องช่วยกันออกแบบ
———–



