Search

ผู้ค้าชุมชนข้าวสารชิงจัดระเบียบตัวเองก่อน หวั่นกทม.ทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว หลังมีข่าวไล่รื้อแผงลอย

received_1164710353572248

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2559 เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมโรงเรียนวัดชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ชมรมผู้ค้าแผงลอยเสรีถนนข้าวสาร จัดการประชุมโครงการ “ผู้ค้าร่วมใจจัดระเบียบถนนข้าวสาร” โดยมีผู้ค้าแผงลอยกว่า 100 คน ตัวแทนเจ้าของอาคาร และตัวแทนภาคธุรกิจบนถนนข้าวสารเข้าร่วม

received_1164710470238903
นายสง่า เรืองวัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บัดดี้ กรุ๊ป ผู้ประกอบการโรงแรมในย่านถนนข้าวสาร กล่าวว่า หลังจากกรุงเทพมหานคร(กทม.) ได้ส่งหนังสือแจ้งมาว่าจะมีการจัดระเบียบบนถนนข้าวสารเร็ว ๆ นี้ จึงได้ไปเข้าพบผู้บริหาร กทม.พร้อมกับตัวแทนเจ้าของอาคาร เพื่อรับทราบกระบวนการจัดระเบียบนี้ ซึ่งเบื้องต้นอาจจะยังไม่มีการเข้ามาจัดระเบียบในเดือนกันยายนนี้ตามที่มีกระแสข่าว อย่างไรก็ตาม หากกลุ่มผู้ค้าหาบเร่แผงลอยเห็นว่านโยบายนี้ส่งผลกระทบต่อการค้าขาย ตนพร้อมจะไปปรึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ให้เร่งเข้ามาจัดระเบียบหรือให้เป็นไปตามกำหนดเดิมคือปี 2560 และหาทางออกให้ได้ขายกันต่อไป

“ทุกคนต้องเข้าใจตรงกันก่อนว่า ทุกวันนี้ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยกำลังทำผิดกฎหมาย ค้าขายบนฟุตบาทหรือบนถนน ซึ่งการเข้ามาจัดระเบียบถือเป็นสิ่งดี เพราะต้องเห็นใจเจ้าอาคารด้วย ที่คงไม่อยากให้ใครมาขายของขวางหน้าอาคาร” นายสง่า กล่าว

นายสง่า กล่าวต่อว่า ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องยากในการยับยั้งไม่ให้ กทม.เข้ามาจัดระเบียบ เพราะถือเป็นนโยบายของภาครัฐ ซึ่งได้เข้าไปจัดระเบียบสำเร็จในหลายพื้นที่แล้ว เช่น สะพานเหล็ก ปากคลองตลาด เป็นต้น ดังนั้นจึงได้คิดแผนรองรับไว้และเตรียมนำเสนอให้กับ กทม.พิจารณา ว่าจะจัดโซนหาบเร่แผงลอย 60 แผง ให้มีขนาดเหมาะสมและเป็นระเบียบ ย้ายแผงทั้งหมดจากฟุตบาทมาอยู่บนถนน กำหนดให้ร้านอาหารมาอยู่ในโซนเดียวกันและมีโต๊ะบริการให้เป็นระเบียบ โดยอาจให้ กทม.เข้ามาดูแลบริหารและเก็บค่าเช่าจากผู้ค้า

นายปิยะบุตร จิวระโมไนย์กุล นายกสมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสาร กล่าวว่า ปัจจุบันการค้าขายบนถนนข้าวสารไม่เหมือนก่อนแล้ว ผู้ค้าหน้าเก่าหายไปเป็นจำนวนมาก เพราะมีการให้เช่าช่วงแผงค้า ตั้งร้านไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย และบรรยากาศช่วง ตี1- ตี 3 เสี่ยงต่ออาชญากรรม ตนโตมากับถนนข้าวสารจึงรักถนนสายนี้ ผู้ค้าหลายคนเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตากันดี ช่วงที่ กทม.ยังไม่เข้ามาจัดระเบียบ เราควรจะช่วยกันจัดระเบียบกันเองให้ดีก่อน ไม่ต้องรอให้ใครมาจัดระเบียบเรา เพื่อให้ กทม.เห็นว่าเราจัดระเบียบกันได้เอง

“เดือนกันยายนนี้ยังไม่มีการเข้ามาจัดระเบียบแน่ แต่ปีหน้ายังไม่รู้ เพราะเราเคยถูกจัดระเบียบมาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ขอเป็นครั้งสุดท้าย” นายปิยะบุตร กล่าว

ด้านนายตีรภัทร์ ปิยสุทธิพงศ์ ชมรมผู้ค้าแผงลอยเสรีถนนข้าวสาร กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการเข้ามาจัดระเบียบบนถนนข้าวสาร เพราะหากมองว่าการตั้งแผงค้าขายเป็นสาเหตุของรถติด ถือเป็นความคิดที่ผิด เพราะถนนข้าสารไม่ใช่เส้นทางหลักในที่รถใช้สัญจร อีกทั้งผู้ค้ามีการรวมกลุ่มออกมาตรการจัดระเบียบกันเองอยู่แล้ว เช่นการไม่ตั้งแผงค้าบนถนน เปิดพื้นที่ทางเดินบนฟุตบาต และออกแบบแผงค้าไม่ให้กีดขวางทัศนียภาพ โดยเริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งเรื่องการจัดระเบียบนี้ ผู้ค้าไม่เคยได้รับการแจ้งจาก กทม. มาก่อนเลย เพิ่งทราบข่าวจากเจ้าของอาคารว่าจะมีการเข้ามาจัดระเบียบในเดือนกันยายน จึงไม่มีใครเตรียมตัวถูกย้ายได้ทัน ทำให้เกิดความกังวลว่า หากต้องย้ายผู้ค้าออกไปจริง กทม.มีแผนรองรับหรือจัดสถานที่ให้ผู้ค้าในที่แห่งใหม่อย่างไร

“ที่ผ่านมาผู้ค้าแผงลอยถูกมองว่าเป็นจำเลยมาโดยตลอด ทั้งที่ปัญหาแท็กซี่หลอกนักท่องเที่ยว รถจอดกีดขวางถนน หรือร้านค้าบางร้านตั้งโต๊ะบนถนน แต่พอมีปัญหาเกิดขึ้นก็บอกว่าเป็นเพราะพวกแผงลอย ซึ่งที่จริงไม่ใช่ เพราะพวกเราจัดระเบียบกันเองมาตลอด” นายตีรภัทร์ กล่าว

นางสาวกมลภู ยกย่อง เจ้าของแผงค้าเสื้อผ้า กล่าวว่า ครอบครัวตนเป็นแผงค้ายุคแรกๆ เริ่มเปิดขายอาหารตามสั่งตั้งแต่ยังไม่มีใครตั้งแผงค้า และนักท่องเที่ยวยังมีไม่มากเหมือนในปัจจุบัน จนเริ่มมีการเปิดเกสต์เฮ้าส์บนถนนข้าวสาร แผงค้าก็เกิดขึ้นตามมาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว และกลายเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันไม่เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น คนไทยก็นิยมมาเที่ยวถนนข้าวสาร ซึ่งแผงค้าที่มีทั้งเสื้อผ้า อาหาร ของฝากราคาไม่แพง ที่ปัจจุบันการค้าขยายตัวไปถึงการค้าส่งด้วยนั้น ถือเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวกลับมาเยือนอีกครั้ง ดังนั้นหากมีการจัดระเบียบไม่ให้มีการตั้งแผงค้าเท่ากับเป็นการทำลายการท่องเที่ยว ที่จะกระทบต่อธุรกิจโรงแรมด้วย

“รัฐเคยส่งเสริมให้ข้าวสารเป็นถนนคนเดิน ต้องการให้นักท่องเที่ยวเข้ามา แต่หากไม่มีหาบเร่แผงลอย ข้าวสารก็จะกลายเป็นเหมือนพัฒพงศ์ที่มีแต่สถานบันเทิง ซึ่งก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่านักท่องเที่ยวจะมาเที่ยวหรือไม่”นางสาวกมลภู กล่าว

ขณะที่ผู้ค้ารายหนึ่ง เปิดเผยว่า การเข้ามาจัดระเบียบแผงค้าของ กทม. น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์ของธุรกิจการท่องเที่ยวดัวย เพื่อเปิดทางให้ธุรกิจรายใหญ่ได้เข้ามาจัดการบริหารพื้นที่ค้าบนฟุตบาทแทน ซึ่งที่ผ่านมาผู้ค้าพยายามขอเข้าพบตัวแทน กทม. เพื่อสอบถามและขอมีส่วนร่วมในการจัดระเบียบ แต่ไม่เคยได้รับการตอบรับจาก กทม.เลย

ทั้งนี้ภายหลังการประชุม มีการระดมความเห็นของผู้ค้าหาบเร่แผงลอยในการกำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อจัดระเบียบตนเอง อาทิ กำหนดขนาดของกันสาด ขนาดแผง การเว้นพื้นที่ทางเดิน และรูปแบบแผงค้าให้เป็นระเบียบ โดยผู้ค้าเห็นตรงกันว่าแนวทางหรือแผนที่ทางภาคธุรกิจเตรียมนำเสนอต่อ กทม. ที่ต้องการให้มีการจัดระเบียบแผงค้าเหลือเพียง 60 แผงนั้น เป็นไปไม่ได้และไม่ยอมรับ เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ค้าที่ลงทะเบียนไว้กับชมรมอยู่กว่า 250 แผง
—————-