
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่ศาลปกครองกลาง แจ้งวัฒนะ ตัวแทนชาวกะเหรี่ยง ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ที่ถูกเผาและขับไล่จากพื้นที่บรรพบุรุษ เข้าให้ปากคำต่อศาลปกครองเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมรับฟังตุลาการผู้แถลงคดี ให้ความเห็นในคดีที่ นายคออี้ มีมิ ผู้นำทางจิตวิญญาณแห่งป่าแก่งกระจาน พร้อมชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง อำเภอแก่งกระจาน รวมทั้งสิ้น 6 คน ยื่นฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ( ทส.) ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ต่อศาลปกครองกลาง หลังเหตุการณ์เผาบ้านและยุ้งฉางของชาวบ้าน เมื่อปี 2554

นายสุรพงษ์ กองจันทึก หัวหน้าคณะทำงานช่วยเหลือคดีความให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ชาวบ้านเข้ามายื่นหลักฐานและแถลงให้ข้อมูลต่อศาลเป็นครั้งสุดท้าย โดยมีนายพันธ์ทิพย์ เจริญวัย อดีตเจ้าหน้าที่ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดกาญจนบุรี-เพชรบุรี เป็นตัวแทนฝ่ายผู้ฟ้องซึ่งนายพันธ์ทิพย์ ได้ศึกษาข้อมูลหมู่บ้านใจแผ่นดินมาตั้งแต่อดีตก่อนการจัดสรรพื้นที่ใหม่ ข้อมูลจากนายพันธ์ทิพย์จึงเป็นประโยชน์แก่ชาวบ้าน
ด้านนายพันธ์ทิพย์ กล่าวว่า มาให้ข้อมูลต่อศาลว่า เมื่อปี2528 และปี 2531 ได้ขึ้นไปสำรวจชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณใจแผ่นดิน และบางกลอย เพื่อจัดทำข้อมูลทะเบียนสำรวจชาวเขา(ทรชข.) แล้วพบว่ามีปู่คออี้ และชาวบ้านอาศัยอยู่บริเวณนั้น โดยใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ทำไร่หมุนเวียนในพื้นที่ไม่กว้างมากนักเพื่อยังชีพ ข้อกล่าวหาที่ว่าชาวบ้านบุกรุกป่า และตัดต้นไม้อายุกว่า 100 ปี จึงไม่มีมีมูลความจริงเพราะกะเหรี่ยงอยู่ป่ารักษาป่าเสมอ

นายบุญชู พุกาด หนึ่งในตัวแทนผู้ฟ้องคดี กล่าวว่า วันนี้ปู่คออี้ไม่สบาย ตัวแทนกะเหรี่ยงที่ยังพอมีแรงจึงเดินทางมาให้ข้อมูลกับศาลแทน และนำคำปู่คออี้มาพูดต่อศาลแล้วว่า กะเหรี่ยงทุกคนรักแผ่นดินเกิดและไม่อยากให้มีการโยกย้าย การเผาบ้านและยุ้งฉางอันเป็นทรัพย์สินที่คนอื่นคิดว่าเล็กน้อย เป็นเหมือนกับการทำลายชีวิตของชุมชนไปตลอดกาล อย่างไรก็ตามตนหวังว่าการให้ปากคำวันนี้จากตัวแทนกะเหรี่ยงและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้ศาลได้พิจารณาคดีอย่างละเอียดและเชื่อว่าความยุติธรรมยังมีจริง ส่วนตัวยังหวังว่ากะเหรี่ยงแก่งกระจานจะได้รับความเป็นธรรมจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ และหากเป็นไปได้ก็อยากกลับไปยังบางกลอยบนที่เดิมที่เกิดแต่ถ้าไม่ได้อย่างน้อยก็ให้กะเหรี่ยงอยู่ในที่ใหม่ที่ไม่ถูกเบียดเบียน และคิดว่าศาลปกครองจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายได้หลังกะเหรี่ยงผ่านช่วงเวลาที่แย่มานานหลายปี
อนึ่ง ศาลปกครองกลางได้นัดฟังคำพิพากษาคดีนี้ในวันที่ 7 กันยายน 2559 เวลา 10.30 น. ที่ศาลปกครองกลาง ชั้น 3 ห้องพิจารณาคดีที่ 2