
เรื่องและภาพโดย โลมาอิรวดี
เมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนที่นางอองซานซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศจะเดินทางไปเยือนจีน 3 กระทรวงในรัฐบาลพม่าที่นำโดยพรรคสันนิบาติแห่งชาติ (NLD) ได้แถลงการปฏิบัติหน้าที่ครบรอบ 100 วัน โดย Htein Lwin ปลัดกระทรวงพลังงานไฟฟ้าพม่ากล่าวกับสื่อมวลชนพม่า ว่าพม่าจะเดินหน้าต่อในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำที่วางแผนไว้ และระบุถึงแผนการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำสาละวินในรัฐฉาน ในขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้น จะชะลอทั้งหมด เนื่องจากการต่อต้านจากประชาชนในพม่าอย่างกว้างขวาง
ขณะที่สื่อมวลชนไทยพร้อมด้วยนักเขียนและศิลปินกลุ่มหนึ่งได้เดินทางไปเจาะลึกในภาคตะนาวศรี ทางใต้ของพม่า โดยได้พูดคุยกับกลุ่มนักกิจกรรม อดีตนักศึกษาพม่ารุ่น 88 (88 Generation) ที่จังหวัดมะริด ได้ทราบว่ารัฐบาลพม่าชุดปัจจุบันระงับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน รองมุขมนตรีภาคตะนาวศรีก็ได้มีคำสั่งระงับการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้ามะริดตามคำสั่งรัฐบาล
โครงการดังกล่าวบริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ลงนามบันทึกข้อตกลงกับ Department of Hydropower Planning กระทรวงไฟฟ้า สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้ามะริด ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 2,640 เมกะวัตต์ โดยโรงไฟฟ้าตั้งอยู่นอกเมืองมะริด ริมฝั่งแม่น้ำตะนาวศรี

อองนายอู แกนนำกลุ่ม 88 กล่าวว่าเพราะรัฐบาลพม่าชุดนี้มาจากการเลือกตั้ง จึงชะลอโครงการทั้งหมด เพราะในสมัยรัฐบาลทหารที่นำโดยประธานาธิบดีเต็งเส่ง ชาวบ้านและภาคประชาชนได้ให้ข้อมูลแก่ผู้มีอำนาจและรณรงค์ต่อสาธารณะอย่างมาก มีกิจกรรมเคลื่อนไหว ส่งจดหมายถึงรัฐบาล และบริษัทเอกชนผู้ลงทุนในโครงการด้วย
แกนนำกลุ่ม 88 กล่าวว่าพม่ามีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย โดยเเฉพาะอย่างยิ่งคือก๊าซธรรมชาติในอ่าวเบงกอล แต่ที่ผ่านมากลับส่งออกไปยังประเทศอื่น สำหรับภาคตะนาวศรี (Tanintharyi Division) ภาคใต้ของพม่า มีการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดเพียงประมาณ 5 เมกะวัต์ สูงสุดไม่เกิน 20 เมกะวัตต์ เพราะเป็นภาคที่มีประชากรเพียง 1.5 ล้านคน และขณะนี้รัฐบาลพม่ามีแผนในการสร้างระบบไฟฟ้าของประเทศ ซึ่งมีการเดินสายส่งมายังรัฐมอญ แต่ภาคตะนาวศรียังเป็นพื้นที่ห่างไกล กินพื้นที่ตั้งแต่ทวาย (ตรงข้าม จ.กาญจนบุรี) ไล่ลงมาถึงเมืองตะนาวศรี มะริด (ตรงข้าม จ.ประจวบคีรีขันธ์) และลงไปถึงเกาะสอง (ตรงข้าม จ.ระนอง)
แกนนำกลุ่มนักศึกษาพม่า 88 กล่าวว่าปัจจุบันในพม่าซึ่งมีโรงไฟฟ้าถ่านหินเพียง 2 แห่ง คือ โรงไฟฟ้า 8 เมกกะวัตต์ ที่เมืองเกาะสอง ภาคใต้สุดของพม่า และอีกโรงที่รัฐฉานตอนล่าง ซึ่งปัจจุบันทั้ง 2 โรงรัฐบาลพม่าได้หยุดดำเนินการแล้วทั้งคู่ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ได้คัดค้านอย่างหนักเพราะจากผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
เขากล่าวว่าขนาดโครงการใหญ่อย่างเขื่อนมิตส่ง (Myitsone Dam) บนแม่น้ำอิรวดี ทางภาคเหนือของพม่าในรัฐคะฉิ่น ซึ่งเป็นการลงทุนอภิมหาโปรเจคจากจีน ก็ยังต้องหยุดไป เพราะผลกระทบที่จะเกิดกับลุ่มน้ำอิรวดี ซึ่งเป็นไปเพื่อจิตวิญญาณของประชาชนชาวพม่า
สำหรับโครงการใดๆ ที่มีการเข้ามาลงทุนในพม่า ตนเชื่อว่าเมื่อพม่าเปลี่ยนรัฐบาลใหม่เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แม้ว่าบริษัทอาจเคยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลทหารพม่าเดิม แต่ในรัฐบาลชุดนี้ บริษัทจำเป็นต้องเปลี่ยนนโยบาย เพราะรัฐบาลพม่าไม่ใช่ชุดเดิมแล้ว “ใครก็ตาม บริษัทใดก็ตามที่เข้ามาในพม่าเวลานี้ ต้องรู้ว่า พม่ามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้ว หากใครยังหวังจะดำเนินการดังเช่นยุครัฐบาลทหารก็คงอยู่ยาก”
ทางด้านของกลุ่มชาติพันธุ์ทางลุ่มน้ำสาละวิน ขณะนี้กลับเกิดความกังวลว่ารัฐบาลพม่าอาจหันมาสร้างเขื่อนบนแม่น้ำสาละวินเพื่อทดแทนโครงการอื่นๆ ที่ถูกชะลอหรือยกเลิก ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม เครือข่ายอค์กรชุมชนในรัฐฉานได้จัดงานแถลงข่าวที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ กรุงเทพมหานคร
นางสาวจ๋ามตอง ผู้ประสานงานเครือข่ายสตรีไทใหญ่ Shan Women’s Actions Network กล่าวว่านับตั้งแต่มีข่าวที่จะเดินหน้าโครงการเขื่อนบนแม่น้ำสาละวิน ชุมชนต่างๆ ในรัฐฉานต่างรวมตัวกันเพื่อประท้วง และได้รับการสนับสนุนจากสมาชิรัฐสภาจากพรรคสันนิบาติเพื่อประชาธิปไตยไทใหญ่ Shan Nationalities League for Democracy –SNLD หรือ “พรรคหัวเสือ” ของท่านขุนทุนอู ซึ่งทั้งชาวบ้านและ สส. ได้จัดกิจกรรมรวมตัวเพื่อประท้วง เพราะความกังวลเรื่องผลกระทบรุนแรงที่จะเกิดจากเขื่อน โดยระบุว่าโครงการเขื่อนทั้ง 3 แห่งบนแม่น้ำสาละวินในรัฐฉาน เป็นพื้นที่ที่ยังมีการสู้รบระหว่างกองทัพพม่า กองกำลังทหารบ้านที่กองทัพพม่าหนุนหลัง และกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งกองทัพรัฐฉานเหนือ SSPP กลุ่มโกกั้ง MNDAA กลุ่มว้า UWSA
โครงการเขื่อนบนแม่น้ำสาละวินในรัฐฉานได้แก่ โครงการเขื่อนกุ๋นโหลง 1,400 เมกะวัตต์ ใกล้ชายแดนมณฑลยูนนานประเทศจีน เขื่อนหนองผา 1,200 เมกะวัตต์ และเขื่อนเมืองโต๋น (ท่าซาง หรือมายตง) 7,110 เมกะวัตต์ ที่ห่างจากพรมแดนไทยที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เพียงไม่กี่สิบกิโลเมตรเท่านั้น
“เมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่นางอองซานซูจีได้เยือนจีนอย่างเป็นทางการ รัฐบาลพม่าก็ได้ประกาศเดินหน้าเขื่อนสาละวิน โดยอ้างว่าเพื่อแก้ปัญหาความต้องการไฟฟ้าในประเทศของพม่า แต่แท้จริงแล้วไฟฟ้าส่วนใหญ่ที่ผลิตได้จากเขื่อนบนแม่น้ำสาละวิน จะส่งขายให้แก่ประเทศเพื่อนบ้านทั้งสิ้น มิใช่เพื่อใช้ในประเทศพม่าเป็นหลักแต่อย่างใด
“เป็นที่ชัดเจนว่าทางการจีนต้องการเดินหน้าโครงการเขื่อนในพม่า คือเขื่อนมิตส่ง บนแม่น้ำอิรวดี ในรัฐคะฉิ่น แต่อิรวดีเป็นแม่น้ำสายหลักของพม่า ประชาชนพม่าตื่นตัวและคัดค้านเขื่อนบนแม่น้ำอิรวดีอย่างหนัก ที่ทำให้รัฐบาลอาจไม่สามารถฝืนแรงต้านจากประชาชนพม่าได้ จึงหันมาทางชายแดนที่ลุ่มน้ำสาละวิน แทนอิรวดี หรือไม่ ข้อนี้พวกเรายังสงสัย” นางสาวจ๋ามตอง กล่าว
จ๋ามตองกล่าวต่ออีกว่าช่วงก่อนหน้านี้ ทั้งกลุ่มว้าและกลุ่มเมืองลา ซึ่งเป็นสองกองกำลังใหญ่ในรัฐฉาน ได้เข้าพบมินอ่องลาย ผู้นำกองทัพพม่า และนางอองซานซูจี ที่กรุงเนย์ปิดอว์ โดยประกาศว่าทั้งสองกลุ่มยินดีเข้าร่วมกระบวนการสันติภาพ (แต่ก่อนหน้านี้กลุ่มว้า ปฏิเสธมิยอมให้คณะสำรวจของโครงการเขื่อนเมืองโต๋น เข้าพื้นที่ของตนเองเด็ดขาด)
ทั้งสองกลุ่มที่มีจีนหนุนหลัง จะเข้าร่วมกระบวนการสันติภาพ “ปางโหลง ศตวรรษที่ 21” ในปลายเดือนนี้ นักสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ยังแคลงใจว่ามีข้อตกลงอะไรเป็นพิเศษหรือไม่