Search

ชาวสลัม 2 พันคนเตรียมเคลื่อนพลวันที่อยู่อาศัยโลก ประธานเครือข่ายเผยสถานการณ์ไล่รื้อหนักหน่วง แต่ร้องเรียนน้อยเหตุถูกฏหมายพิเศษปิดปาก หวั่นนโยบายชุมชนถอยหลังเข้าคลองสู่สภาพสังคมสงเคราะห์

slum
แพ้มภาพ ชาวสลัมร่วมกันรณรงค์ในวันที่อยู่อาศัยโลกเมื่อปี 2015

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2559 นางสาวนุชนารถ แท่นทอง ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม ซึ่งตรงกับวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม และองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กำหนดให้เป็นวันที่อยู่อาศัยโลก (World Habitat Day) ทางเครือข่ายสลัม 4 ภาคและขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ (People Movement for a just society : P-Move) เตรียมรณรงค์ครั้งใหญ่ โดยประกาศรวมตัวกันประมาณ 2,000 คน เพื่อเดินขบวนเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งรัดการแก้ปัญหาความมั่นคงทางที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน ตลอดจนเร่งรัดพัฒนาคุณภาพชีวิตคนจนเมืองและในชนบท รวมทั้งออกนโยบายที่เอื้อต่อการสร้างความเท่าเทียมในสังคม เนื่องจากตั้งแต่มีการทำรัฐประหารยุคพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นั้น ปรากฎการณ์การเรียกร้องของคนเล็กคนน้อยที่เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยลดน้อยลง

ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาคกล่าวว่า สาเหตุที่มีการเรียกร้องน้อยลงเนื่องจากมีการใช้กฎหมายพิเศษในการห้ามเคลื่อนไหวทางสังคม ขณะที่รัฐบาลเองกำลังเดินหน้าโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ ปัญหาไล่รื้อจึงเกิดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ทั่วประเทศมีปัญหาที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน และไล่รื้อ ตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการประมาณ 2,000 ชุมชน โดยอยู่ในกรุงเทพและปริมณฑลที่เป็นคนจนเมืองมีข้อพิพาทที่ดินกับรัฐ และเอกชนก็มีสถิติไล่รื้อสูงกว่า 1,000 ชุมชนแล้ว อีกทั้งแผนแม่บทป่าไม้ ยึดคืนที่ดินรัฐก็ส่งผลกระทบไปทั่ว ในส่วนที่กำลังเป็นประเด็นถกเถียงกันไม่แพ้การไล่รื้อ ก็คือการจัดระเบียบแผงค้าขาย ที่ทำลายทัศนียภาพกรุงเทพ ซึ่งสำเร็จไปแล้วหลายจุด นั่นเพราะอำนาจพิเศษ

“ไม่ได้จะกล่าวว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ดีเด่อะไรนะ แค่จะบอกว่า รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หรือพรรคการเมืองนั้น เวลามีการเรียกร้องจากคนจน ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ นโยบายเดินหน้าบ้าง ไม่เดินหน้าบ้าง แต่รัฐบาลก็จะแคร์เสียงต้านอยู่พอสมควร เพราะกลัวเสียคะแนนเสียง แต่รัฐบาลนี้เราไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดหรือจะเสนอเลย ไม่รู้ว่าจะเดินเรียกร้องแค่นิดเดียวแค่นี้จะทำได้หรือไม่ แต่ก็จะลองดู เพราะตั้งแต่รัฐธรรมนูญผ่านประชามติ ยังไม่มีอะไรเลยที่เห็นชัดว่าปล่อยให้คนจนได้คิด ได้ทำ ดังนั้นวันที่อยู่อาศัยโลกปีนี้จึงเป็นวันสำคัญ เพราะเมื่อเร็ว ๆ นี้นายกรัฐมนตรี คุณประยุทธ์เขาได้ไปลงนามและประชุมร่วมกับยูเอ็นแล้ว ข่าวก็ออกมาบอกว่าจะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ คืนความสุข ลดการละเมิดสิทธิ แต่จริง ๆ แล้วในทางปฏิบัติยังไม่เกิดขึ้น และในเมื่อนายกฯ ไปเจรจาแบบนั้นแล้วเราเองอยากรู้ว่าเขาจะทำได้ไหม จะรับปากเราเรื่องอะไรได้บ้าง” นางสาวนุชนารถ กล่าว

ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาคกล่าวด้วยว่า สำหรับปีนี้ทางเครือข่ายจะเน้นไปที่การเรียกร้องขอคืนสิทธิของคนจน ชนกลุ่มน้อย และชาติพันธุ์ ซึ่งปีนี้มีตัวอย่างความเหลื่อมล้ำให้เห็นตลอดปี เช่น ล่าสุดกรณีกะเหรี่ยงบางกลอย ที่แพ้คดีความหลังจากถูกภาครัฐเข้าไปเผาทำลายบ้านเรือน กรณีป้อมมหากาฬ ที่ถูกไล่รื้อจนถึงปัจจุบันและยังคงไม่แล้วเสร็จ อีกทั้งรัฐบาลยังมีแผนในการพัฒนาชุมชนริมคลองในเมือง รวมทั้งโครงการสร้างทางเลียบน้ำเจ้าพระยา สร้างรถไฟฟ้า และศูนย์การค้าฯ ซึ่งโครงการและแผนดำเนินการเหล่านี้แม้จะยังไม่เป็นผลสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็สะท้อนแล้วว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังผลักใสคนจน คนกลุ่มใหญ่ของประเทศให้อยู่ใต้การปกครองของคนกลุ่มน้อย และอาจเสี่ยงต่อการเพิ่มจำนวนคนไร้บ้าน ไร้ที่ทำกินได้

นางสาวนุชนารถกล่าวว่า หากรัฐบาลไม่ยอมรับฟังข้อเสนอของเครือข่าย แน่นอนว่าอนาคตคนจนประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมแห่งการสงเคราะห์เช่นเดิม เพราะรัฐบาลและทุนใหญ่ รวมทั้งภาคธุรกิจไม่ให้โอกาสคนจนพัฒนาองค์ความรู้ เช่นว่า คนจนหลายชุมชนในสลัมกำลังตั้งกองทุนหมู่บ้านเอง กำลังทำออมทรัพย์กลุ่ม เพื่อสนับสนุนทุนแก่สมาชิกในการนำเงินไปลงทุนสร้างอาชีพ รายได้รวมทั้งกำลังอยู่ระหว่างฝึกเก็บออมเพื่อเงินสร้างความมั่นคงแก่ตนเอง ครอบครัว ชุมชน โดยหวังจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แต่รัฐกลับไม่พิจารณาโครงการเหล่านั้น กลับออกนโยบายมาจ่ายเงิน เวนคืน ค่ารื้อถอนแล้วไล่ที่ ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้จะเป็นการเดินถอยหลังนำคนในประเทศเข้าสู่รูปแบบจนต้องรอสวัสดิการจากรัฐเช่นเดิม

อนึ่ง สำหรับแผนการรณรงค์วันที่อยู่อาศัยโลกในวันที่ 3 ตุลาคม เวลา 09.00 น. นี้ ทางเครือข่ายจะรวมตัวกันที่หน้าสำนักงานสหประชาชาติและยื่นหนังสือข้อเสนอ ก่อนจะเคลื่อนขบวนสู่ทำเนียบรัฐบาล

On Key

Related Posts