Search

ภาคประชาชนลั่น แถลงการณ์ไม่ยอมรับคำสั่งย้าย “พลากร” พ้น ผอ.พอช. ชี้พิลึกไม่ระบุเหตุผล เชื่อต้องการเข้าแทรกแซงแต่งตั้งคนใหม่

received_1288710944505521

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2559 นายสังคม เจริญทรัพย์ ผู้ประสานงานขบวนองค์กรชุมชนภาคอีสาน ให้สัมภาษณ์ภายหลังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งย้ายนายพลากร วงศ์กองแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช) ไปปฏิบัติหน้าที่ในสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า เครือข่ายชาวบ้านได้ประชุมเร่งด่วนทันทีที่ทราบว่ามีคำสั่งดังกล่าวออกมา พร้อมออกแถลงการณ์ไม่ยอมรับคำสั่งนายกฯ ทั้งนี้ยืนยันว่า นายพลากร ได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้อำนวยการ พอช. อย่างดีมาโดยตลอด คำสั่งย้ายและปลดครั้งนี้นับเป็นคำสั่งลอยที่ดูแล้วไม่เป็นธรรมยิ่งกว่าการใช้มาตรา 44 อีกด้วย

นายสังคมกล่าวว่า การทำหน้าที่ พอช.ที่ผ่านมาคล้ายกับทำหน้าที่แทนหน่วยงานราชการหลายแห่ง ที่ต้องตามไปขอความร่วมมือชาวบ้าน โดยเฉพาะในพื้นที่คูคลอง ที่ทางรัฐบาลต้องการให้มีการจัดระเบียบใหม่ เนื่องจากพบการบุกรุกพื้นที่คลองจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้พยายามเร่งรัดเวลาจากเดิมที่ พอช.ขอไป 3 ปีก็อยากให้แก้ปัญหาให้เสร็จภายใน 1ปี ครึ่ง ซึ่ง พอช.ในฐานะทำงานควบคู่กับความร่วมมือภาคประชาชน ไม่สามารถดำเนินการได้สำเร็จร้อยเปอร์เซ็น แต่ที่ผ่านมาพยามจัดกระบวนการให้ประชาชนอยู่ได้และยอมถอยออกจากพื้นที่รุกล้ำ ซึ่งยังไม่ครบเวลาที่กำหนดด้วยซ้ำ แต่แล้วรัฐบาลก็รอไม่ไหว และต้องการเข้าแทรกแซงจนได้

นายสังคม กล่าวว่า ในการออกแถลงการณ์ครั้งนี้ทางภาคประชาชนจะชี้ชัดใน3 ประเด็นหลัก คือ 1 ไม่ยอมรับคำสั่งของนายกฯ 2 เสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เลิกแทรกแซงกระบวนการของ พอช. และ 3 ต้องไม่เอาคนนอกหรือคนของกองทัพ หรือทหารเข้ามาเป็นรักษาการ หรือเข้ามาเป็นผู้อำนวยการ พอช.

“ในการทำงานบริหารประเทศยุคนี้ ไม่ถูกใจใครก็เอามาตรา 44 มาปลด มาย้าย และเท่าที่สังเกต คือ ในคำสั่งไม่มีการระบุเหตุผล ที่มาที่ไป หรือชี้แจงใดๆ ทั้งสิ้น นี่ผิดไปจากระบบราชการอย่างมาก พวกเราชาวบ้านเองต้องเดาเหตุผล ต้องคอยสังเกต และคิดหาสาเหตุมาเอง ซึ่งเบื้องต้นผมและชาวบ้านก็มองว่าเพราะเรื่องการจัดระเบียบคลอง และที่ผ่านมาพวกเราชาวบ้านลดการเคลื่อนไหวเพราะในการประชุม พอช.เมื่อช่วงปลายเดือนที่ผ่านมานั้น เห็นว่า รัฐมนตรี พม.ก็เชิญคุณพลากรไปเจรจาแล้วและบอกให้โอกาสทำงานต่อ ซึ่งเราก็วางใจ แต่แล้วก็กลับกลายเป็นเช่นนี้ เราต้องเคลื่อนไหวต่อและต้องเข้มแข็งขึ้น ซึ่งถ้าการปลด ผอ.พลากร ออกแล้วเอาคนใน หรือใครที่ทำหน้าที่ คณะกรรมการบริหาร มารักษาการแทน ก็ยังพอรับได้ แต่ถ้าเอาคนนอกเข้ามาผมว่า รัฐบาลคุมมวลชนลำบาก” นายสังคม กล่าว

นายสังคม กล่าวด้วยว่า เหตุผลที่รัฐบาลพยายามเข้ามาแทรกแซงและจัดระเบียบองค์กรแบบนี้ น่าจะเกิดจากพบว่า ผลงาน พอช.ที่ผ่านมามีมวลชนจำนวนมากและ พอช.ทำงานแบบเป็นมิตรกับภาคท้องถิ่น ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อท้องถิ่นเข้มแข็งรัฐบาลจะใช้อำนาจลำบาก เลยต้องเร่งรัดใช้วิธีการเมืองเข้ามาจัดการ ซึ่งต่อจากนี้ภาคประชาชนต้องเฝ้าระวังมากขึ้น เนื่องจากเห็นชัดเจนว่ารัฐบาลเองไม่มีความจริงใจ และรักษาสัจจะ

“ส่วนตัวมองว่าการเร่งปลดออกเป็นการเกรงกลัวว่าหากปล่อยให้คณะกรรมการสรรหา มีการสรรหา ผอ.ในวาระรอบใหม่อาจจะส่งผลให้มวลชนเข้มแข็งและอาจจะทำให้การเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องได้ยากกว่าเดิม เนื่องจากประชาชนระแคะระคายกับการกระทำของ พม.ที่ผ่านมา กลัวว่าประชาชนจะตั้งตัวป้องกัน พอช.ทันเลยเร่งรัดการปลดก่อน ซึ่งในเรื่องผลงานที่รัฐไม่พอใจมากๆ ก็คงจะเป็นกรณีการจัดระเบียบป้อมมหากาฬ และการจัดระเบียบชุมชนริมคลอง”นายสังคม กล่าว

นายจินดา บุญจันทร์ ประธานที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ กล่าวว่า หลักการทำงานของ พอช. ที่ผ่านมา คือ การทำงานโดยไม่ให้ราชการเข้ามาเกี่ยว ไม่ให้การเมืองเข้ามายุ่ง การออกคำสั่งครั้งนี้เร่งด่วนเช่นนี้เป็นการทำลายเจตนารมณ์ของ พอช. อย่างไรก็ตามส่วนตัวเชื่อว่า ภาคประชาชนจะไม่หยุดนิ่งแน่นอน

ด้านนายเดชรัตน์ สุขกำเนิด อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัว (Decharut Sukkumnoed )ถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ ว่า “เวที พอช. ที่ผมเข้าร่วมบ่อยที่สุดคือ เวทีเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ ในจังหวัดต่างๆ ซึ่งแม้ว่า พอช. จะอยู่ในอุ้งมือรัฐบาลทหาร แต่ พอช. ก็ไม่เคยลังเลที่จะสนับสนุนให้ชุมชนสะท้อนเสียงของตนออกมา ปัญหามีเพียงแต่ว่า รัฐบาล คสช. ไม่อยากจะฟังปัญหาเหล่านี้ และรัฐบาลเองก็มีอำนาจมากพอที่จะสั่งย้ายหรือปิดปาก ผู้คนเหล่านั้น หรือผู้ที่สนับสนุนให้ผู้คนเหล่านั้นพูด

“ผมขอขอบคุณพี่พลากร ที่เปิดโอกาสให้เสียงทุกเสียงได้มีโอกาสพูด โดยมิได้กังวลถึงผลเสียหายที่เกิดขึ้นกับตนเอง ผมจะเป็นกำลังใจให้กับพี่เสมอ”
พร้อมกันนี้ เราก็ต้องตั้งคำถามกับตัวเราด้วยว่า นี่คือ สังคมที่เราต้องการจริงหรือ? นี่คือการปฏิรูป หรือการปฏิรวบ? หรือทั้งหมดนี่ มันก็เป็นเพียงแค่ความกลัวของเราเอง เราจะต่อสู้กับความกลัว หรือเราจะอยู่กับความเสื่อมดี?
////////////////////////