
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2559 ที่สวนอนุสรณ์สึนามิบ้านน้ำเค็ม ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา นายวิโรจน์ สุววรณวงค์ นายอำเภอตะกั่วป่า เป็นประธานเปิดพิธีรำลึก 12 ปีสึนามิ โดยมีอาสาสมัครสึนามิ ญาติผู้เสียชีวิต นักท่องเที่ยว และผู้สนใจเดินทางมาร่วมรำลึกถึงผู้เสียชีวิตอย่างคึกคักภายในงานได้จัดให้มีกิจกรรม ประกอบด้วย พิธีกรรมทางศาสนา ทั้ง 3 ศาสนา คือ ศาสนาพุทธ อิสลาม และศาสนาคริสต์ พร้อมกับนำดอกไม้ไปวางยังกำแพงอนุสรณ์สถาน จากนั้นได้ร่วมกันวางช่อกุหลาบขาวที่หน้ารูปคุณพุ่ม พระโอรสในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พร้อมทั้งยืนไว้อาลัยแก่ผู้ล่วงลับ

นายสามารถ เซ็นเจริญ ตัวแทนมัสยิดบ้านกรัก ตำบลโคกเคียน กล่าวภายหลังการนำชาวมุสลิมร่วมไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์คลื่นสึนามิว่า ในศาสนาอิสลามสอนเสมอว่า การลาจากเป็นเรื่องธรรมชาติที่ทุกคนต้องยอมรับให้ได้ ส่วนตัวนั้นเมื่อครั้งเกิดสึนามิมีญาติที่ทำอาชีพค้าขายในบริเวณบ้านน้ำเค็มเสียชีวิตและตามหาร่างไม่พบ แต่สำหรับคนมุสลิมไม่ว่าคุณจะเป็นใครอยู่ที่ไหน ทุกคนคือญาติ ดังนั้นจุดสำคัญไม่ใช่ประเด็นของการตามหาร่างญาติไม่พบ แต่สำคัญที่การระลึกรู้ซึ่งการสูญเสียในเหตุการณ์สึนามิทำให้คนมุสลิมรู้ว่า การมีชีวิตอยู่คือช่วงสำคัญที่สุด คุณต้องทำดีให้ถูกต้องถูกเวลา ทำดี และทำดีให้ถึงดีหมายถึงทำดีจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตดังนั้นการมาของชาวมุสลิมในวันนี้ไม่ได้มาเพียงเพื่ออธิฐานขอพรพระเจ้าให้ผู้เสียชีวิตสู่สุขคติเท่านั้น แต่มาเพื่อเตือนผู้ที่มีชีวิตอยู่ว่าภัยอันตรายหลายอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อคนมุสลิมจึงต้องอยู่เคียงข้างกันไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข

“การทำบุญทำความดีในศาสนาอิสลามไม่ใช่แค่การอธิษฐานจิตเต็มหมายรวมถึงการให้ ตัวอย่างการให้ที่ชาวมุสลิมบ้านกลับมอบให้พี่น้องชาวบ้านน้ำเค็มคือการมอบน้ำใจในระหว่างเกิดเหตุการณ์เลวร้ายและในวันนี้ชาวมุสลิมบางคนก็ไม่ได้สูญเสียคนในครอบครัว ที่มาเพราะต้องการให้กำลังใจคนมีชีวิตอยู่และมาเพื่อขอบคุณอาสาสมัครและผู้มีส่วนร่วมทุกคนที่ให้กำลังใจกันและกันเท่านั้น” นายสามารถกล่าว




