ชาติพันธุ์ดาลอง ชนหิมาลัยในพม่า

ภาพโดย Nan Lwin Hnin Pwint/ The Irrawaddy
ภาพโดย Nan Lwin Hnin Pwint/ The Irrawaddy

สำนักข่าวพม่าอิรวดีได้รายงานเรื่องราวชีวิตของชาวดาลอง ชนพื้นเมืองเชื้อสายธิเบตที่อาศัยอยู่ใกล้กับภูเขาหิมะขะกาโบราชี ในรัฐคะฉิ่น ทางเหนือของพม่า ต้องใช้เวลาเดินเท้าถึง 11 วัน เพื่อซื้ออาหารในตัวเมืองปูเตา เมืองเล็กๆ ในรัฐคะฉิ่น โดยชาติพันธุ์ดาลองจะเดินทางมาซื้ออาหารที่จำเป็นอย่างข้าวสารในเมืองแค่ปีละ 2 ครั้ง ขณะที่การเดินทางเข้าเมืองเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากพื้นที่ซึ่งชาวดาลองอาศัยอยู่นั้นถูกตัดขาดจากโลกภายและถนนยังเข้าไม่ถึง ทำให้ชาวบ้านต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามภูเขา เผชิญกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นติดลบถึง 14 องศาเซลเซียสระหว่างการเดินทาง

“เราต้องนอนระหว่างทางถึง 11 คืนกว่าจะเดินทางถึงเมืองปูเตา เดินเท้า 9 วันและที่เหลือนั่งรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง” Chuinn เด็กสาววัย 18 ปี จากหมู่บ้านมาเด่ง ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองหนองมัม ทางเหนือสุดของรัฐคะฉิ่น ใกล้กับภูเขา Hkakabo Razi (ขะกาโบราซี)เล่าถึงการเดินทาง ขณะที่ภูเขาขะกาโบราซีได้ชื่อว่าเป็นภูเขาหิมะสูงที่สุดในอาเซียน เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย ใกล้ชายแดนพม่า อินเดียและจีน

ภาพโดย Nan Lwin Hnin Pwint/ The Irrawaddy
ภาพโดย Nan Lwin Hnin Pwint/ The Irrawaddy

การเดินทางหลายร้อยกิโลเมตรเพื่อนำสัตว์ที่ล่ามาได้และสมุนไพรที่หามาจากป่าเพื่อนำไปขายในเมืองแลกกับสินค้าอื่นๆ ได้ทำมาตั้งแต่ในสมัยอดีตสำหรับชาวบ้านที่มาจากหมู่บ้านมาเด่ง โดยลูกค้าของชาวดาลองส่วนใหญ่เป็นชาวจีน เนื่องจากสภาพอากาศและดินที่ไม่สมบูรณ์ทำให้ในหมู่บ้านของชาวดาลองไม่สามารถปลูกข้าวได้ ชาวบ้านจึงหันมาปลูกข้าวสาลีและข้าวโพดแทน ส่วนอาหารและสินค้าจำเป็นอื่นๆอย่างข้าวสาร เกลือและน้ำมันพืช ชาวดาลองจะเดินทางมาหาซื้อในเมือง ซึ่งในปีนี้ Chuinn กับชาวบ้านอีกกว่า 20 ชีวิตได้เดินทางกว่า 321 กิโลเมตรเพื่อซื้อข้าวสารที่เมืองปูเตา โดยจะอาศัยหลับนอนตามหมู่บ้านต่างๆระหว่างทางไปเมืองปูเตาหรือในป่า แม้ตามเมืองเล็กๆที่อยู่ระหว่างทางไปเมืองปูเตาจะมีสินค้าที่ชาวดาลองต้องการจะซื้อ แต่ก็พบว่ามีราคาสูงเกือบ 10 เท่าเมื่อเทียบกับราคาในเมืองปูเตา เนื่องจากมีการบวกเพิ่มสำหรับค่าขนส่งเพิ่ม อย่างไรก็ตาม กลับพบว่า สินค้าและอาหารในเมืองปูเตาเองก็ยังมีราคาสูงเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆในประเทศ

ชาติพันธุ์ดาลองนั้นเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ย่อยของชาวราวาง ชาติพันธุ์ในรัฐคะฉิ่น ถึงแม้ชาติพันธุ์นี้ถือบัตรประชาชนของพม่า แต่พวกเขาไม่เรียกตัวเองว่าเป็นชาวคะฉิ่น แต่เรียกตัวเองว่าเป็นชาวธิเบต “บรรพบุรุษของเรามาจากธิเบต ดังนั้นพวกเราเป็นชาวธิเบต บรรพบุรุษของเราข้ามภูเขาหิมะและอพยพมาอยู่ในรัฐคะฉิ่น ผมไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเขาย้ายมาที่นี่ทำไม” Yingzin Dauji วัย 50 ปี พ่อของ Chuinn กล่าว แม้ชาวคะฉิ่นส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาคริสต์ แต่สำหรับชาวดาลองยังคงนับถือศาสนาพุทธเหมือนเช่นบรรพบุรุษ เช่นเดียวกับนิทานพื้นบ้านธิเบตก็ยังคงได้รับการบอกเล่าต่อกันมาในหมู่ชาวดาลองมาจนถึงทุกวันนี้

ภาพโดย Nan Lwin Hnin Pwint/ The Irrawaddy
ภาพโดย Nan Lwin Hnin Pwint/ The Irrawaddy

นอกจากหมู่บ้านมาเด่งแล้ว ยังมีหมู่บ้านที่ชื่อว่า “ดาฮุนดัน” โดยทั้งสองหมู่บ้านนี้มีประชาชนที่พูดภาษาธิเบตกว่า 200 คน และชาวบ้านยังสามารถพูดภาษาราวางและภาษาพม่า อย่างไรก็ตาม แม้ชาวดาลองยังคงใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายล่าสัตว์เป็นอาหารและเก็บของป่า แต่ในยุคปัจจุบันนี้วิถีชีวิตของชาวดาลองก็เปลี่ยนแปลงอยู่บ้างเล็กน้อย เหมือนเช่นพ่อแม่ชาวดาลองส่งลูกหลานไปเรียนในเมือง หรือหางานทำในเมืองไม่ต้องใช้ชีวิตตามวิถีชีวิตชาวดาลองสมัยก่อน เหมือนเช่นลาดาวัย 25 ปี บอกเล่าความฝันในอนาคตว่าเขาอยากให้ครอบครัวของเขาย้ายมาอยู่ในเมืองปูเตา เพื่อที่จะได้มีรายได้มากขึ้น

ที่มา Irrawaddy
แปลและเรียบเรียงโดย สำนักข่าวชายขอบ

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.