เคลื่อนไหวใหญ่ค้านระเบิดแก่งแม่น้ำโขง 5 ก.พ. จัดผ้าป่าระดมทุนสู้ ใช้“ผาถ่าน”พื้นที่ประวัติศาสตร์เชียงของจัดเวที-รวมพล ผู้ใหญ่บ้านห้วยลึกหวั่นทำลายสัมพันธ์ชาวบ้านพี่น้องลาว หากเรือใหญ่แล่น พระสงฆ์ร่วมอนุรักษ์

%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%991

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2560 นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ จังหวัดเชียงรายเปิดเผยว่า หลังจากรัฐบาลมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ทางจีนสำรวจและออกแบบเส้นทางการเดินเรือพาณิชย์ขนาด 500 ตันในแม่น้ำโขงซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการระเบิดแก่งในแม่น้ำโขง ทางเครือข่ายพันธมิตรเตรียมจัดการกิจกรรณรงค์คัดค้านการระเบิดแก่งครั้งใหญ่ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ท่าเรือผาถ่านซึ่งเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่มีตำนานปู่ละหึ่ง อันเป็นที่เคารพของคนอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย โดยวันที่17 มกราคม นี้ทางกลุ่มรักษ์เชียงของได้เชิญชวนชาวบ้านกว่า 20 หมู่บ้าน พร้อมเครือข่ายพันธมิตรมาประชุมวางแผนกิจกรรมร่วมกัน

นายนิวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมรณรงค์เพื่อคัดค้านการระเบิดแก่งครั้งนี้ จะมีกิจกรรมหลักคือ ร่วมลงชื่อหยุดโครงการระเบิดแก่ง โดยเปิดให้ลงชื่อทั้งทางออนไลน์ และลงชื่อหน้างาน พร้อมจัดผ้าป่าเพื่อระดมทุนสำหรับการเคลื่อนไหวต่อต้านโครงการอันมีผลกระทบต่อแม่น้ำโขงและชุมชนโดยรอบ และมีเวทีสะท้อนความคิดเห็นจากหลายภาคส่วน อีกทั้งมีกิจกรรมย่อยอีกมากมาย เช่น การแสดงพื้นบ้าน นิทรรศการภาพถ่าย ภาพงานศิลปะหลายส่วน ฯลฯ
%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%993
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่กรมเจ้าท่าออกมาให้ความเห็นผ่านสื่อมวลชนว่า ไม่อยากให้ชาวบ้านกังวลเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากทำได้หลายวิธี ทั้งปรับปรุงและขุดขยาย ไม่ใช่ระเบิดอย่างเดียว และหากผลศึกษาชี้ว่ากระทบมากเกินไป ก็จะไม่อนุมัติแน่นอน ทางกลุ่มรักษ์เชียงของคิดเห็นอย่างไร นายนิวัฒน์ กล่าวว่า อยากให้กรมเจ้าท่าคิดใหม่และกลับไปศึกษาข้อมูลให้ดี หรือไม่ก็เชิญมาพูดคุยกับกลุ่มรักษ์เชียงของได้เสมอ และแนะนำให้มาขอข้อมูลการศึกษาได้มี งานวิจัยมีหลายชิ้นมาก ทั้งวิจัยไทบ้านและวิจัยเชิงลึกของฝ่ายวิชาการ หากไม่เชื่อเครือข่ายชาวบ้าน ตนแนะนำให้ไปสอบถามนักวิชาการหรือจัดเวทีเสวนาเปิดข้อมูลอีกครั้งให้กรมเจ้าท่าเป็นเจ้าภาพก็ได้

“ที่เราบอกว่าจะเกิดผลกระทบในแม่น้ำโขงครั้งใหญ่ เราไม่ได้นั่งๆ นอนๆ คิดเองนะ เรามีงานวิจัย เรื่องพันธุ์ปลา มีงานวิจัยอื่นๆพร้อม เรื่องระบบนิเวศมีข้อมูลเพียบพร้อม เกือบ 15ปีที่เราส่งเสริมการอนุรักษ์แม่น้ำโขง และเกาะแก่งต่างๆ ไม่ใช่เพื่อความเท่ห์ แต่เพื่อความยั่งยืน เพื่อความยุติธรรมต่อชาวบ้าน ยิ่งศึกษาจะยิ่งเห็นว่าผลกระทบมันเยอะ” นายนิวัฒน์ กล่าว

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจเกาะแก่งบริเวณบ้านห้วยลึกและผาได้ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นแก่งขนาดใหญ่กลางลำน้ำโขง และเป็นแหล่งหาปลาที่สำคัญของชาวบ้าน โดยหากมีการระเบิดทิ้ง ชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างไม่เห็นด้วยเพราะเท่ากับเป็นการทำลายวิถีชีวิตของพวกเขา

%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%992-1

นายทองสุข อินทะวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านห้วยลึก กล่าวว่า แก่งผาไดตั้งห่างจากบ้านห้วยลึกกว่า 5กิโลเมตร ไม่เพียงแต่เป็นกลุ่มหินสวยงามที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ยังเป็นฝ่ายชะลอความแรงของน้ำโขงเพื่อไม่ให้กัดเซาะตลิ่ง โดยถือเป็นแก่งหินสุดท้ายที่เป็นจุดสิ้นสุดอาณาเขตของประเทศไทย และเป็นแก่งหินเก่าแก่ที่ชาวบ้านเคารพนับถือ โดยฤดูน้ำแล้งมากที่สุดชาวบ้านจะสามารถมองเห็นหินที่เป็นหลักดินแดนที่ฝรั่งเศสใช้แบ่งเขตลาวกับไทย และถ้าโชคดีจะมองเห็นบันไดท่าเทียบเรือเก่าที่เจ้าผู้ครองเมืองในอดีตเคยใช้ประโยชน์ แต่ระยะหลังจีนปล่อยน้ำจากเขื่อนน้ำโขงตอนบน ระดับน้ำจะขึ้นลงไม่ปกติ จึงมองไม่ค่อยเห็น เพราะบางครั้งน้ำท่วมและแล้งอย่างฉับพลัน ซึ่งส่วนตัวคิดว่าหากมีโครงการระเบิดแก่งขุดลอกน้ำโขงเกิดขึ้นอาจจะส่งผลกระทบต่อระบบน้ำมากขึ้นกว่าเดิม

นายทองสุข กล่าวว่า ไม่ใช่แค่ข้อกังวลเรื่องของระดับน้ำที่แปรเปลี่ยนเท่านั้นแต่การระเบิดแก่งอาจจะส่งผลกระทบถึงความสัมพันธ์ของพี่น้องไทย-ลาว ริมน้ำโขงด้วย เช่น เรือสินค้าขนาดเล็กของชาวบ้านในอดีตมีการล่องแม่น้ำโขงเพื่อทำการค้าระดับชุมชนอย่างคึกคัก ส่วนในอดีตก็ยังมีอยู่บ้างเช่นที่ตลาดแจมป๋อง พี่น้องยังมีการค้าขายผลิตภัณฑ์ของชุมชน และพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านระดับรากหญ้าอยู่บ้าง แต่หากอนาคตระเบิดแก่ง เปิดทางเดินเรือใหญ่ ทางการจะประกาศห้ามเรือเล็กออกจากฝั่ง ผู้ที่เป็นเกษตรกร ชาวประมง และคนขับเรือท่องเที่ยวขนาดเล็กจะได้รับผลกระทบ

%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%992

“อย่างเราตอนนี้ บางทีสงกรานต์เราไปมาหากันกับพี่น้องลาวนะ มีประเพณีดั้งเดิม ก็มาฉลองด้วยกัน แต่อนาคตถ้าน้ำลึก เราขับเรือออกไป เจออันตราย น้ำเชี่ยวแล้วใครจะรับผิดชอบ ความเสี่ยงตรงนี้น่ากลัว” นายทองสุข กล่าว

ด้านนายชฎิล เฉียบแหลม อายุ 64 ปี อาชีพขับเรือท่องเที่ยวคิวเรือท่าวัดหลวง อำเภอเชียงของ กล่าวว่า สำหรับตนไม่ขอพูดอะไรมากเรื่องผลกระทบจากการระเบิดแก่งน้ำโขงในมิติของการท่องเที่ยว จำเป็นต้องสื่อสารตรงๆว่า นักท่องเทียวจะได้รับผลเช่นกัน เพราะปัจจุบันจากการบริการเรือท่องเที่ยวในเชียงของจากท่าผาถ่าน มาถึงแก่งผาได ตนจะพานักท่องเที่ยวแวะชมทัศนียภาพตลอดแม่น้ำโขง และนักท่องเที่ยวจะประทับใจอย่างมาก ช่วงใดมีตำนานความเชื่อตนก็จะแวะบรรยายความรู้แก่นักท่องเที่ยว หากไม่อนุรักษ์เกาะแก่งตรงนี้ไว้เสน่ห์ของแม่น้ำโขงที่เชียงของจะหมดลงเช่นกัน

 

%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%994

พระมหาอภิวรรณ อภิวณฺโณ จำปาวรรณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดท่าข้ามศรีดอนชัย อำเภอเชียงของ กล่าวว่า แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำประวัติศาสตร์และมีการกล่าวถึงในสมัยพระพุทธกาล ดังนั้นในการพัฒนาแม่น้ำโขงต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมให้มาก อย่ามองแค่ประโยชน์ของจีนเท่านั้น

“อาตมาเป็นพระรูปหนึ่งที่เดินทางบ่อย และหากทางวัดมีแขกมาเยือน หรือมีพระจากต่างวัดมาเยือน อาตมาจะติดต่อเรือชาวบ้านเพื่อพาล่องแม่น้ำโขง พระบางรูปจะธุดงค์ในบริเวณดอนแถวๆ แก่ง อยากให้อนุรักษ์พื้นที่ตรงนี้ไว้” พระมหาอภิวรรณ กล่าว

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.