
นางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐได้ออกมาเรียกร้องให้กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ที่ยังไม่ได้ลงนามหยุดยิงกับรัฐบาล ได้พิจารณาหันมาลงนามหยุดยิงโดยเร็วเพื่อให้ได้สิทธิ์ในการเข้าร่วมประชุมสัญญาป๋างโหลง ซึ่งจะจัดขึ้นอีกครั้งในปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ขณะมีกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์เพียง 8 กลุ่ม จาก 16 กลุ่มที่ลงนามหยุดยิงเมื่อปี 2559
ที่ปรึกษาแห่งรัฐยังระบุเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ต้องมีเป็นอันดับแรกก็คือ ความมั่นใจในตัวเอง แม้ทุกคนจะเห็นว่าจะต้องมีความเชื่อใจระหว่างกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ด้วยกันก็ตาม เพราะเมื่อใดที่มีความมั่นใจ ก็จะไม่ลังเลที่จะเข้าร่วมประชุมใหญ่สัญญาป๋างโหลงและกระบวนการสร้างสันติภาพในพม่า โดยนางซูจีได้ออกมาเรียกร้องระหว่างร่วมงาน “วันสหภาพ” ซึ่งครบรอบ 70 ปี วันที่ 12 กุมภาพันธ์ในปีนี้ และรัฐบาลได้จัดงานวันสหภาพขึ้นที่เมืองป๋างโหลง ทางใต้ของรัฐฉาน
นางซูจียังระบุว่า เมืองป๋างโหลงนั้น นอกจะมีความสำคัญสำหรับรัฐฉานแล้ว ยังมีความสำคัญสำหรับทั้งประเทศ “หากเราศึกษาดูเราจะเห็นว่า ข้อตกลงสัญญาป๋างโหลงนั้นมาจากความคิดพื้นฐาน ทั้งคำปรึกษา การหารือและการเจรจาต่อรองรวมอยู่ในสัญญาป๋างโหลง วันนี้ การเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปี วันสหภาพไม่ใช่แค่การจัดงาน แต่เป็นประวัติศาสตร์” นางซูจีกล่าว
นอกจากนี้นางซูจียังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในเวลานี้ทุกคนมีหน้าที่สานต่องานของประวัติศาตร์เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ โดยถ้าหากสามารถทำให้ประเทศเข้มแข็งขึ้น ผลประโยชน์จะตกไปอยู่ที่คนรุ่นหลัง โดยยังกล่าวว่า นับตั้งแต่พม่าได้เอกราชประเทศก็ต้องเผชิญกับสงครามมาโดยตลอด แต่เวลานี้ทุกคนในประเทศมีโอกาสและมีหน้าที่ที่จะต้องหยุดสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับประเทศได้
ขณะที่การจัดงานวันสหภาพที่เมืองป๋างโหลง มีประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงลูกหลานของเจ้าฟ้าไทใหญ่ที่เคยร่วมลงนามสัญญาป๋างโหลงเมื่อปี ค.ศ.1947 ต่างก็ตบเท้าเข้าร่วมงานนี้ด้วย มีรายงานด้วยว่า ในวันสหภาพที่ผ่านมา นางซูจีได้พบกับตัวแทนกลุ่มเยาวชนชาติพันธุ์ 12 คนที่ทำงานด้านภาคสังคม เข้าร่วมหารือกันในหัวข้อประชุม “Panglong Peace Talk”
ด้านตัวแทนเยาวชนไทใหญ่ นายจายอ่องมิ้นอู ซึ่งได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมกล่าวว่า หากไม่มีการนำเอาหลักการของข้อตกลงสัญญาป๋างโหลง ประเทศพม่าก็จะยังคงวุ่นวาย ไม่มีสันติภาพและไม่เป็นประชาธิปไตยต่อไป
ทั้งนี้ สื่อไทใหญ่ได้มีการเผยแพร่ภาพนางซูจี ได้ร่วมเต้นรำกับกลุ่มชาติพันธุ์อย่างเป็นกันเอง ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
ที่มา Tai TV Online/Irrawaddy
แปลและเรียบเรียงโดย สำนักข่าวชายขอบ