สำนักข่าวแคมโบเดียเดลี่ รายงานเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2560 ว่า หลังจาก4 ปี รายงานศึกษาศักยภาพของเขื่อนน้ำโขงใกล้เสร็จ บริษัทที่ปรึกษากำลังทำการศึกษาศักยภาพของเขื่อนไฟฟ้าน้ำโขงที่กัมพูชา ซึ่งคาดว่าเขื่อนแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ การศึกษาครั้งนี้เปิดทางโดยการหนุนของกลุ่มธุรกิจของนาย คิต เมง
กระทรวงเหมืองแร่และพลังงานว่าจ้างสถาบันมรดกทางธรรมชาติ(Natural Heritage Institute(NHI)จากซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ให้ทำการศึกษาและออกแบบเขื่อนซำบอ ที่จังหวัดกระแจ๊ะ ประเทศกัมพูชาตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา ซึ่งเขื่อนแห่งนี้จะกลายเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ที่สุดบนแม่น้ำโขงสายหลักและผลิตไฟฟ้ามากถึง 2,600 เมกะวัตต์
ขณะนี้รัฐบาลกัมพูชากำลังพิจารณาการสร้างเขื่อนใหม่จำนวนมากทั่วประเทศ เพื่อแข่งขันราคาค่าไฟฟ้าให้ถูกลงไปในภูมิภาคนี้ แต่ก็มีการชะลอการลงทุนของต่างประเทศในกัมพูชา ซึ่งกลุ่มองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมได้เตือนว่า เขื่อนต่างๆ โดยเฉพาะเขื่อนซำบอจะทำให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการประมงและชาวบ้านกังวลเรื่องการบังคับให้อพยพ
นายจอร์จ โทมัส ผู้บริหารNHI ให้สัมภาษณ์ทางอีเมลล์ว่า ” ทาง NHI ได้ทำการศึกษาทางเลือกที่ไม่ต้องมีเขื่อนไว้ด้วย และสัญญาการศึกษาจะต้องเสร็จภายในสิ้นปีนี้ และกระบวนการผลักดันเขื่อนจะต้องเป็นหน้าที่ของรัฐอาจจะภายในวันที่ 31 มีนาคมนี้หรืออาจจะหลังจากนั้น
นายโทมัสยังกล่าวอีกว่า NHI ได้พิจารณาทางเลือกไว้ 11 -12 ทางเลือกสำหรับเขื่อนซำบอ แต่มีเพียง 3-4 ทางเลือกเท่านั้นที่จะนำมาทบทวนในรายละเอียดสุดท้ายของรายงาน
“การศึกษานี้เป็นระดับการประเมินแนวทางและการศึกษาก่อน-ความเป็นไปได้ของเขื่อน แต่ก็ถือว่าเป็นรายละเอียดที่สำคัญมาก รายงานฉบับนี้มีการศึกษาบริเวณก่อสร้างเขื่อน ออกแบบเขื่อนและการออกแบบการผลิตไฟฟ้าเพื่อส่งออกและผลกระทบต่อการประมง การไหลของตะกอนและผลกระทบทางสังคม” นายจอร์จกล่าวและว่า “ส่วนองค์ประกอบต่างของเขื่อนต้องมีการศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงรายระเอียดและต้องมีการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นแนวทางในการพิจาณาสัญญาสัมปทานร่วมกับรัฐบาลต่อไป”
สำนักข่าวแคมโบเดียเดลี่ รายงานเมื่อเดือนที่แล้วว่า นายเม็ง ประธานบริษัทกลุ่มรอยัล กรุ๊ป หนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในกัมพูชา เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเขื่อนซำบอและเขื่อนสตรึงเตรง ขนาด 900 เมกะวัตต์และเขื่อนเซกองล่าง ขนาด 190 เมกะวัตต์ที่จังหวัดสตรึงเตรง
สืบเนื่องจากมีจดหมายการลงนามระหว่างสภากรทรวงเหมืองแร่และพลังงานอนุญาตและมีการเซ็นสัญญาเพื่อความเข้าใจให้บริษัทรอยัลกรุ๊ปทำการศึกษาทั้ง 3 เขื่อนก่อนที่รัฐบาลจะตัดสินใจในการอนุญาตให้ลงทุนหรือไม่
เมื่อเดือนที่แล้ว นายวิคเตอร์ โจหน้า โฆษกกระทรวงกล่าว่า รัฐมนตรีรอการศึกษาของ NHIแล้วเสร็จก่อนจึงจะเซ็น MOU ต่อไป
การประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงเมื่อปี 2010 สรุปว่า จะเกิดผลกระทบสะสมจากเขื่อนแม่น้ำโขงหลายแห่ง คาดว่าต้องมีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยจากเขื่อนซำบอมากถึง 20,000 คน
ขณะนี้มีผู้อพยพของเขื่อนเซซานล่าง 2 กว่า 100 ครอบครัวที่จังหวัดสตรึงตรง กำลังก่อสร้างโดยบริษัทรอยัลกรุ๊ปและบริษัทไชน่าไฮโดรล้านช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เอเนอจี้จำกัด หลายครอบครัวต่างร้องเรียนเกี่ยวกับค่าชดเชยที่ไม่เพียงพอ เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ยังมีชาวบ้านอีกหลายครอบครัวที่ปฏิเสธไม่ยอมรับค่าชดเชยที่เป็นที่ดิน 5 เฮกตาร์และบ้านพร้อมที่ดินขนาดขนาด 5 ตารางเมตรและเงิน 6,000 ดอลลาร์ หนึ่งในการศึกษาหนึ่งระบุว่า เขื่อน นี้ สร้างบนปากแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขง 2 สาย จะเป็นสาเหตุให้ปริมาณปลาในลุ่มน้ำลดลง 9.31 %
—–
ที่มา https://www.cambodiadaily.com/news/after-four-years-study-of-potential-mekong-dam-nearly-finished-126251/
ภาพโดย แคมบูเดียเดลี่