Search

ชาวบ้านโวยถูกยัดยาบ้า-ขวางคนจนบุกกทม. เครือข่ายเทือกเขาบรรทัดแจ้งความ หลังชาย 4 คน อ้างเป็นสันติบาลเข้าเจรจาห้ามเข้ากรุง เผย 11 ข้อเสนอพีมูฟจี้รัฐเร่งแก้

ภาพชาย 4 คนซึ่งบุกไปพบชาวบ้านเครือข่ายเทือกเขาบรรทัดเพื่อห้ามไม่ให้ชาวบ้านเดินทางเข้ากทม.และได้ทำซองยาที่เชื่อว่าเป็นยาบ้าหล่นไว้ (ภาพโดยชาวบ้าน)

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2560 นายล่อง เพชรสุด สมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด จังหวัดตรัง เปิดเผยว่า เช้าวันนี้มีชายสี่คนอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่สันติบาลนอกเครื่องแบบ เข้าไปพบสมาชิกเครือข่ายที่สำนักศูนย์ประสานงานเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของมูลนิธิอันดามัน จังหวัดตรัง เพื่อเจรจาให้ยุติการเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส. หรือ พีมูฟ) ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 30 มีนาคมนี้แต่ปรากฏว่าภายหลังการเจรจาไม่นานมีชายคนหนึ่งทำท่าทีว่าหันไปเจอยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกขนาด 1 นิ้วและมียาบ้าอยู่ในนั้น 10 เม็ด

” คุยอยู่เขาก็หันไปอีกทางหนึ่งแล้วบอกเราว่าเอ๊ะนั่นยาบ้าใคร พวกเราไม่ได้ตกใจอะไรเลย เรานิ่งได้เราก็บอกว่าไม่รู้พวกผมไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าไม่เป็นไรไม่ยุ่งก็ไม่ยุ่งเค้าก็เก็บของกลางกลับไปแล้วไม่พูดอะไรกับเราอีกเลยไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นกับเราอ่ะและผมไม่สามารถยืนยันได้ว่ามันจะเกิดขึ้นกับใครอีกหรือเปล่า เดิมทีพวกเราหลายคนตั้งใจจะเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครเพื่อไปร่วมเจรจากับรัฐบาลกับกลุ่มพีมูฟอยู่แล้ว จริงๆถ้าปล่อยให้เราไปร่วมขบวนโดยธรรมชาติจะดีกว่าและดูจริงใจกว่านี้ไม่น่ามาทำกันอย่างนี้เลยแต่โชคดีที่พวกเราไม่มีใครทำท่าตกใจหรือกังวลเพราะเรารู้ดีว่าเราไม่ได้ทำเราไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก” นายล่อง กล่าว

นายล่องกล่าวว่า ชายกลุ่มนั้นคิดและพูดขึ้นมาเองว่านั่นคือยาบ้าแต่ชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างไม่รู้ว่าการจะพิสูจน์ว่ายาในถุงพลาสติกเป็นยาบ้าจริงหรือไม่ อีกทั้งไม่มีโอกาสจะพิสูจน์ด้วยซ้ำว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ชายกลุ่มนั้นก็เก็บของกลับไปจึงทำได้แค่ไปแจ้งความไว้กับ สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองจังหวัดตรังไว้ และหากเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องก็ควรพิสูจน์ข้อเท็จจริงออกมาได้ว่ากลุ่มชายที่มาหาเครือข่ายนั้นเป็นคนกลุ่มใด หากไม่ใช่เจ้าหน้าที่แล้วเป็นใคร ทำไมถึงกล้ามาคุกคามชาวบ้านเช่นนี้หรือหากเป็นเจ้าหน้าที่จริงทางหน่วยงานต้นสังกัดก็ควรจะแสดงความรับผิดชอบ

รายงานข่าวแจ้งว่าหลังจากพีมูฟ ประกาศยืนยันการเดินทางเข้ามาชุมนุมบริเวณทำเนียบรัฐบาลกรุงเทพมหานครเครือข่ายต่าง ๆ ที่อยู่ในกลุ่มพีมูฟ ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงลงพื้นที่ไปเจรจาต่อรองและพยายามห้ามการเดินทางเข้ามาร่วมชุมนุมแต่ตัวแทนจากแต่ละเครือข่ายยังยืนยันว่าทางกลุ่มจะชุมนุมในวันที่ 30 มีนาคม เช่นเดิม โดยลดจำนวนผู้ชุมนุมจากเดิมที่ขอไว้ 800 คนเหลือเพียง 200 คน และสำนักงานปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ได้เชิญตัวแทนกลุ่มพีมูฟจำนวน 20 คนเพื่อร่วมประชุมกับตัวแทนสำนักนายกรัฐมนตรีในเวลา 13.00 น.อาคาร กพ.เดิม

สำหรับข้อเสนอเร่งด่วนของพีมูฟ ที่จะยื่นเรื่องต่อรัฐบาล มี 11 กรณี ได้แก่ 1. กรณีการแก้ปัญหาชาวเล​ให้นายกรัฐมนตรีลงนามแต่งตั้งประธานกรรมการแก้ไขปัญหาชาวเล เพื่อให้เกิดกระบวนการแก้ไขปัญหาชาวเลอย่างต่อเนื่อง. 2. กรณีศาลจังหวัดตรังมีการจำหน่ายคดีชั่วคราวค คดีนายอัมมร บรรถะ, นายเรวัตร อินทร์ช่วย , นายสมพร อินทร์ช่วย ชาวบ้านตระ หมู่ที่ 2 ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด ให้สำนักนายกรัฐมนตรีมีหนังสือรายงานการดำเนินงานโฉนดชุมชนต่อศาลจังหวัดตรัง อัยการจังหวัดตรัง และอัยการสูงสุด

3. กรณีพื้นที่นำร่องที่ดำเนินการโดยสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.) เสนอใหเเร่งดำเนินการเจรจาซื้อขายกับเอกชนที่เสนอขายไปยัง บจธ. ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2560 ชุมชนที่ดำเนินการเสร็จแล้วเร่งจัดสรรที่ดินให้ชุมชนหรือสหกรณ์ในรูปแบบแปลงรวม ให้พิจารณาเงื่อนไขและข้อบังคับในเรื่องของการเช่าซื้อ ผ่อนปรนในระยะมากกว่า 30 ปี เนื่องจากบางชุมชนหรือสหกรณ์ที่ดินมีราคาแพง และอัตราดอกเบี้ยการชำระเพื่อให้เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรให้คงราคาดอกเบี้ยร้อยละ 0.50 บาท/ปี โดยเฉพาะชุมชนในพื้นที่นำร่อง 5 พื้นที่ คือ ​1. ชุมชนบ้านไร่ดง ต.น้ำดิบ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน​2. ชุมชนบ้านท่ากอม่วง ต.หนองปลาสวาย อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน​3. ชุมชนบ้านแพะใต้ ต.หนองล่อง อ.เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน​4. ชุมชนบ้านแม่อาว ต.น้ำดิบ อ.ป่าซาง จ.ลำพูนและ5. ชุมชนบ้านโป่ง ต.แม่แฝก อ.สันทราย จ.เชียงใหม่

4. กรณีบ้านดอยเทวดา ตำบลสบบง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา ปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยเป็นของพิพาทระหว่างชาวบ้านกับเอกชน (บริษัทเชียงคำฟาร์ม) เสนอให้ 1. ให้เร่งรัดการดำเนินการเพิกถอนการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบทางกฎหมายในพื้นที่ซึ่งได้ผ่านการตรวจสอบจากคณะทำงานทั้งในระดับอำเภอและในระดับจังหวัด 2. ให้ DSI รับกรณีการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบของบ้านดอยเทวดาเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอิทธิพลและหน่วยงานรัฐในพื้นที่3. ให้มีการคุ้มครองชาวบ้านและพื้นที่ในระหว่างมีการดำเนินการแก้ไขปัญหา

5. กรณีผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ เสนอให้ ​1. ให้ยุติการชมขู่ กดดัน หรือดำเนินการใดๆ กับชาวบ้านทั้ง 6 ราย ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ อ.แม่สอด จ.ตาก 2. ให้จัดหาที่ดินพื้นทดแทนให้ผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน 3. ให้มีกลไกตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานรัฐในระดับจังหวัดและอำเภอ ที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน,กลุ่มอิทธิพลและเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ ในการดำเนินการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก 4. ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบที่เป็นธรรม

6. กรณีชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนา ให้ชะลอการเสนอขออนุมัติกรอบงบประมาณจาก ครม. กรณีโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ สุราษฎร์ – สงขลา และ กรณีโครงการก่อสร้างรถไฟสายสีแดง ตลิ่งชัน – ศิริราช จนกว่าจะมีการหารือแนวทางการแก้ปัญหาผลกระทบร่วมกับทางชุมชนและกระทรวงพัฒนาสังคม

7. กรณีการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนบางปิ้ง จังหวัดสมุทรปราการเสนอให้กรมบังคับคดีประสานเจ้าของที่ดินเพื่อให้เกิดการเจรจาหาแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกันกรณีการไล่รื้อชุมชนบางปิ้ง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งจะเริ่มมีการบังคับคดีในวันที่ 3 เมษายน 2560

8. กรณีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่า

9. กรณีชุมชนที่อาศัยอยู่ในที่ดินสาธารณะประโยชน์

10. เอกชนออกเอกสารสิทธิทับที่อาศัย/ที่ทำกิน
11. กรณีการจัดการที่ดิน สปก. ชุมชนที่เป็นสมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ที่ผ่านการอนุมัติในการประชุม 6 ตุลาคม 2553 ​ให้เร่งดำเนินการตามมิติในการประชุม พื้นที่ดังนี้

//////__