สำนักข่าวชายขอบ
Transborder News

นักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนร้อง รัฐบาล NLD ยังคงห้ามนักสิทธิมนุษยชนชาวพม่า-ต่างชาติเข้าประเทศ ชี้ดำเนินการไม่โปร่งใส

นายมาร์ค ฟาร์มาเนอร์ ผู้อำนวยการองค์กรเรียกร้องสิทธิมนุษยชนในเมียนมาร์ องค์กรเบอร์ม่า แคมเปญ ยูเค (Burma Campaign UK) ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศอังกฤษได้เขียนบทความเผยแพร่บนเว็บไซต์ของสำนักข่าว DVB ระบุว่า ภายใต้การบริหารประเทศของพรรค NLD นักสิทธิมนุษยชนที่เคยเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนางอองซาน ซูจี มาตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปีที่ผ่านมายังคงติดอยู่ในรายชื่อบัญชีดำห้ามเข้าพม่าซึ่งรวมถึงตัวเขา ขณะที่กระทรวงด้านแรงงาน การย้ายถิ่นและประชากรของพม่าเพิ่งออกมาประกาศในสัปดาห์นี้ว่า รัฐบาลได้ยกเลิกบัญชีดำให้กับชาวพม่าจำนวน 275 คน รวมถึงชาวต่างชาติอีกจำนวน 385 คน

นายมาร์ค ฟาร์มาเนอร์ ระบุว่า ในต้นปีนี้เขากลับไม่ได้รับวีซ่าเข้าพม่าอีกครั้ง โดยไม่ได้รับการแจ้งหรือได้รับการอธิบายใด ๆ จากทางการพม่า ตัวเขาเองซึ่งได้ทำงานเป็นระยะเวลา 20 ปี เพื่อเรียกร้องให้นางซูจีให้ได้รับอิสรภาพจากการที่ถูกรัฐบาลทหารกักบริเวณอยู่แต่ในบ้านพัก กลับถูกปฏิเสธเข้าพม่าจากรัฐบาล NLD ภายใต้การนำของนางซูจีเสียเอง ซึ่งเรื่องนี้ได้สร้างความประหลาดใจให้กับสำนักข่าวจนนำไปเสนอข่าวมาแล้ว

ผู้อำนวยการองค์กรเบอร์ม่า แคมเปญ ยูเค กล่าวว่า หลายคนอาจคิดว่าการติดบัญชีดำห้ามบุคคลอย่างนักเคลื่อนไหวด้านการเมืองและสิทธิมนุษยชนในพม่าเป็นเรื่องในอดีตไปแล้ว แต่ในความเป็นจริงภายใต้รัฐบาล NLD ยังคงมีนักเคลื่อนไหวจากพม่ายังคงติดบัญชีดำเป็นจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงเลือกที่จะเงียบ

“ประชาชนจำเป็นต้องรู้ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น และรัฐบาล NLD จำเป็นต้องดำเนินการกดดันให้เรื่องแบบนี้ยุติ” นายมาร์ค ฟาร์มาเนอร์ กล่าว

นอกจากนี้ทางนายมาร์ค ฟาร์มาเนอร์ ยังกล่าวว่า การดำเนินการของรัฐบาล NLD เกี่ยวกับรายชื่อในบัญชีดำเป็นไปอย่างไม่โปร่งใสและไม่มีการอธิบายที่ชัดเจน จากข้อมูลเมื่อปลายเดือนมีนาคม ปี 2559 ยังคงมีประชาชนจากพม่าจำนวน 443 คนและชาวต่างชาติอีก 3,937 คน ยังคงติดอยู่ในบัญชีดำของทางการพม่า นายมาร์ค ฟาร์มาเนอร์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ตัวเขานั้นติดและถูกลบออกจากบัญชีดำอยู่หลายครั้ง ซึ่งทำให้เขาไม่ได้รับความสะดวก แต่สำหรับชาวพม่าอาจจะเผชิญปัญหามากกว่าสิ่งที่เขาเผชิญ

“ชาวพม่าหลายคนที่ติดอยู่ในบัญชีดำอาจไม่สามารถกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด ไม่สามารถกลับไปเยี่ยมครอบครัวและเพื่อน รวมถึงพลาดงานสำคัญต่าง ๆ อย่างงานแต่งงาน งานวันเกิดหรือแม้แต่งานศพ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่โหดร้ายเกินไป สิ่งที่ทำให้ใจสลายก็คือ เรื่องนี้เกิดขึ้นภายใต้การนำของรัฐบาลและพรรคการเมืองที่คุณออกมารณรงค์เพื่อพวกเขา และสนับสนุนพวกเขาระหว่างที่คุณลี้ภัยพลัดถิ่นอยู่ในต่างประเทศ”

นายมาร์ค ฟาร์มาเนอร์ ได้เรียกร้องให้รัฐบาล NLD ออกมาชี้แจ้งเรื่องนี้ให้โปร่งใส พร้อมตั้งคำถามไปยังรัฐบาลของนางซูจีเกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่น หลักเกณฑ์ใดที่ลบหรือเพิ่มรายชื่อบุคคลเข้าไปในบัญชีดำ และกระทรวงใดมีส่วนเกี่ยวข้องและรับผิดชอบในเรื่องนี้ รวมไปถึงตั้งคำถามว่า เหตุใดนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนชาวพม่ายังคงติดบัญชีดำถูกห้ามเข้าประเทศเป็นต้น

ที่มา DVB
แปลและเรียบเรียงโดย สำนักข่าวชายขอบ

On Key

Related Posts

โฆษก KNU ประกาศไม่เหลือพื้นที่เจรจาให้ SAC ระบุต้องรบให้ชนะเท่านั้น ชวนประชาชนร่วมกำจัดปีศาจร้ายออกจากแผ่นดินกอทูเล เผยพยายามให้กระทบเศรษฐกิจน้อยที่สุด “เศรษฐา” ตั้งกก.ชุดใหญ่ติดตามดูแลสถานการณ์ความไม่สงบในพม่า ให้ปานปรีย์เป็นประธาน

วันที่ 18 เมษายน 2567 พะโดซอตอนี (Padoh Saw Taw NeRead More →

NUG เชื่อการปฏิวัติเข้าใกล้ชัยชนะ ส่งจดหมายกระชับไมตรีกองทัพว้า ชื่นชมมีส่วนสำคัญถอนรากSAC จับตาความเปลี่ยนแปลงภายหลังทูตจีนพบอดีต 3 นายพลผู้นำพม่า

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567 สำนักข่าว Irrawaddy รายRead More →

นักวิชาการหลายสถาบันเห็นพ้องทบทวนโครงการผันน้ำยวม ชี้ไม่คุ้มค่าการลงทุนนับแสนล้าน-ปริมาณน้ำไม่พอ-อีไอเอไม่คลอบคลุม ชาวบ้านผู้รับผลกระทบวอนให้ลงดูพื้นที่จริง

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567 เวลา 9.00 น. ที่ห้องประRead More →