เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2560 นางนุชนารถ แท่นทอง ประธานเครือข่ายสลัมสี่ภาค พร้อมเครือข่ายชาวบ้านชุมชนบางปิ้ง จังหวัดสมุทรปราการ ราว 200 คน เดินทางเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อร้องขอความเป็นธรรมในกรณีชุมชนถูกขับไล่ที่อยู่อาศัย โดยมีนายชัยพจน์ จรูญพงศ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสมุทรปราการ รับหนังสือร้องเรียนแทนผู้ว่าฯ

​นางนุชนารถ เปิดเผยภายหลังการยื่นหนังสือร้องเรียนว่า การเดินทางมาในครั้งนี้แม้จะไม่ได้พบกับผู้ว่าฯ ก็ตาม แต่ก็มีตัวแทนฝ่ายความมั่นคงและตัวแทนจังหวัดเข้ามาเจรจา โดยเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวแทนชาวบ้าน 5 คน และตนเข้าร่วมประชุมกันที่ห้องประชุมชั้นล่างศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งตนได้แจ้งให้ทราบเรื่องที่เมื่อวาน (21 มิถุนายน) มีเจ้าหน้าที่เข้ามาจับกุมผู้สูงอายุชาวสลัมบางปิ้ง 5ราย ในข้อหาบุกรุกที่ดินและศาลพิพากษาให้แพ้คดีแพ่ง ทางเครือข่ายเห็นว่าเป็นการทำเกินเหตุ เนื่องจากกลุ่มชาวบ้านเป็นคนจน และไร้ที่อยู่ การไล่รื้อหรือการยึดคืนพื้นที่ไม่ควรละเมิดสิทธิเช่นนั้น จึงอยากให้ทางจังหวัดประสานงานให้ฝ่ายความมั่นคงหยุดการจับกุมชาวบ้านและหยุดการไล่รื้อชั่วคราว เพื่อหาทางออกที่เหมาะสม โดยจะขอให้จังหวัดประสานกับเจ้าของที่ดินมานั่งเจรจากับชาวบ้านอย่างชัดเจนและแก้ปัญหาร่วมกัน แทนการส่งทนายความหรือตัวแทนบริษัทมาเจรจา เพราะชาวบ้านในสลัมบางปิ้งนั้น เป็นกลุ่มที่อาศัยอยู่มานานและผูกพันกับพื้นที่มาก

“เรื่องนี้ถือเป็นความเดือดร้อนของชาวบ้านมาก อายุ 80 กว่าปี โดนจับ 5 รายก็มีการเจรจา ชาวบ้านก็ออกมาพูดว่าขอให้ปล่อยก่อน เราไม่มีเงินที่จะไปประกัน แล้วถ้าคนแก่เข้าไปติดคุกในวันนั้น ซึ่งไม่ได้ส่งศาล มันจะเดือดร้อน เราเลยมาหาผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อจะหาแนวทางการแก้ปัญหา เพราะว่าชุมชนบางปิ้งมีการแก้ปัญหาเดินหน้าไปกว่าครึ่งแล้วซึ่งมีการซื้อที่ดินจ่ายเงินเรียบร้อย เหลือการพัฒนาที่ดินในพื้นที่ที่จะอยู่อาศัยใหม่เท่านั้นเอง เราไม่เคยเจอเจ้าของที่ดิน เพียงแต่เราเจอแต่ตัวแทนเจ้าของที่ดินซึ่งเป็นทนาย ซึ่งใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมมาก เราฟังแล้วแบบสะเทือนใจมาก เขาบอกว่าเขาไม่เสียเงินแล้วเขาจ่ายให้ทหาร ตำรวจ ไปหมดแล้ว พูดแบบนี้เราเลยรู้สึกว่า เอ๊ะทำไมเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่เข้าข้างชาวบ้านของเราเลย มันจึงทำให้เกิดเหตุการณ์วันนี้ขึ้น อย่างน้อยวันนี้เราได้มาพบพ่อเมือง คือผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อมาขอความเป็นธรรมกับเขา เพื่อให้อยู่ข้างคนจนบ้าง แล้วหาทางออกร่วมกันเพื่อจะลดข้อพิพาทระหว่างเจ้าของที่ดินกับชาวบ้าน”นางนุชนารถ กล่าว

​ประธานเครือข่ายสลัมสี่ภาค กล่าวด้วยว่า กรณีการจับกุมดังกล่าวเกิดจาก โจทก์ คือ เจ้าของที่ดินที่เป็นเอกชน ฟ้องคดีแพ่ง นานแล้ว ซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้จำเลยซึ่งเป็นชาวบ้านชุมชนบางปิ้งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินดังกล่าว และเจ้าของที่ดินได้มีการจ่ายเงินค่ารื้อถอนให้รายละ 7 หมื่นบาท มีชาวบ้านประมาณ 150 หลังคาเรือนที่ยอมย้ายออกไป แต่ก็ยังมีชาวบ้านอีกกว่า 200 หลังคาเรือนไม่ย้ายออกเนื่องจากขณะนี้ทางชุมชนกำลังพยายามแก้ปัญหาโดยสร้างกลุ่มออมทรัพย์ พัฒนาอาชีพ และอยู่ระหว่างการดำเนินการสร้างที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคง โดยโครงการดังกล่าวได้ไปจัดซื้อที่ดิน2แปลงใน องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)คลองด่านและ อบต.เพรกษา จังหวัดสมุทรปราการ รวมเนื้อที่ประมาณ 9ไร่ ซึ่งคาดว่าโครงการดังกล่าวจะสามารถแก้ปัญหาคนจนสลัมบางปิ้งได้ 165 ครัวเรือน โดยวันนี้ทางฝ่ายความมั่นคงและจังหวัดขอนัดหมายหารืออีกครั้งในวันที่ 30 มิถุนายน เวลา 10.00 น.

​ อนึ่งข้อมูลจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ( พอช.)ระบุว่า ชุมชนบางปิ้งมีอายุมากกว่า 150 ปี ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ตั้งอยู่บนที่ดินของเอกชน (ดำเนินการโดย บ.เคหะการ จำกัด) 35 ไร่ เดิมที่ดินเป็นของพระยาระพี เป็นที่ดินว่างเปล่า ก็อนุญาตให้ชาวบ้านเข้ามาอยู่อาศัยโดยการเก็บค่าเช่าต่อมาในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2557 ได้งดเก็บค่าเช่าพอถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2557 ก็ติดป้ายแจ้งให้ชาวบ้านรื้อถอนและย้ายออกไป แรก ๆ ก็ให้ค่ารื้อถอนรายละ 3,000 บาท ขยับเป็น 5,000 บาท จนปัจจุบันมีผู้รื้อถอนออกไปบางส่วนแล้ว จากนั้นชาวบ้านได้เข้าร่วมกับเครือข่ายสลัม 4 ภาค แล้วรวมกลุ่มพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต เช่น กลุ่มการออมทรัพย์และอยู่ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมตัวเข้าสู่โครงการบ้านมั่นคงที่รับผิดชอบ (พอช.)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับสลัมบางปิ้งได้ที่
“คนไร้บ้าน-คนสลัม” ชุมชนชายขอบในเมืองใหญ่ ดัชนีวัดค่าความเหลื่อมล้ำ https://transbordernews.in.th/home/?p=9512
การพัฒนารุกหนักคนสลัม ไล่รื้อชุมชนเก่า 150 ปี “บางปิ้ง” ชาวบ้านโดนคดี 80 ราย-วอนเห็นใจคนหาเช้ากินค่ำ https://transbordernews.in.th/home/?p=9263

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.