เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2560 จังหวัดสตูล ได้ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติบนเกาะหลีเป๊ะ ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองแล้ว ล่าสุดชาวบ้านเดือดร้อน 400 หลังคาเรือน ได้รับผลกระทบราว 1,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเล ทั้งนี้ทางผู้ว่าฯ สตูลได้สั่งกำชับให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสตูล และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องลงพื้นที่เพื่อนำถุงยังชีพพร้อมเวชภัณฑ์ส่งมอบให้ประชาชนที่เดือดร้อน

นางละออง หาญทะเล อายุ 47 ปี ชาวเลเกาะหลีเป๊ะ เปิดเผยว่า วันนี้ชาวบ้านหลายร้อยคนเดินทางไปรับข้าวสาร อาหารแห้งเพื่อประทังชีวิตในช่วงน้ำท่วม หลังจากทนกับสภาพน้ำท่วมมานานกว่า 1 สัปดาห์ แต่วันนี้ตนไม่ว่างไปรับสิ่งของที่ทางอำเภอช่วยเหลือ เพราะต้องขุดคลองเป็นทางระบายน้ำเล็กๆ ให้น้ำไหลลงชายหาด โชคดีที่บ้านตนอยู่ติดทะเลก็ยังไม่มีน้ำท่วมขังมาก และน้ำระบายได้เร็ว แต่ยังมีปัญหาขยะทั้งเกาะ เพราะน้ำที่ขังส่งผลให้ขยะเน่าเสียและชาวบ้านไปแจ้งยังองค์การบริหารส่วนตำบลเพื่อแก้ปัญหาแล้ว

นางละออง กล่าวต่อว่า กรณีบ้านตนและครอบครัวนั้น ไม่นับว่าวิกฤต แต่บ้านชาวเลโซนในนั้นวิกฤตมาก บางจุดท่วมสูงถึงระดับเอว และยังไม่มีทางแก้ปัญหา ได้ข่าวว่ามีเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณะภัยส่งเครื่องสูบน้ำไปช่วย แต่ไม่แน่ใจว่าจะทำได้เร็วหรือไม่ เนื่องจากเกาะหลีเป๊ะนั้นแทบไม่มีทางสาธารณะให้ต่อเดินสายต่อเรื่องสูบน้ำแล้ว เพราะถูกถมดินและสร้างทางเดินคอนกรีตทับทางน้ำธรรมชาติหมดแล้ว

“ตั้งแต่เกิดมาหลีเป๊ะเพิ่งมีน้ำท่วม 4 ครั้ง เท่าที่จำได้ แต่ปีนี้หนักสุด เพราะน้ำสูง พยายามคิดว่าที่ไหนๆ ก็ท่วมเช่นกัน คิดแบบนี้ก็ใจชื้น แต่ที่กลัวคือ บ้านเราไม่ซื้อน้ำกินนะ ต้องประหยัด เราต้องไปขนน้ำจืดที่เกาะเล็กๆ มากิน มาใช้หุงต้มแทน เพราะมีค่าใช้จ่ายอย่างอื่น ไม่นานก็เปิดเกาะเที่ยว น้ำอะไรๆ ก็แพงขึ้น มันไม่คุ้ม พอเจอท่วมแบบนี้แหล่งน้ำที่เคยไปขนน้ำมาใช้ก็พังไปเห็นๆ“ นางละออง กล่าว

พล.อ.สุรินทร์ พิกุลทอง ประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน และพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชุมชนชาวเล กล่าวว่า การป้องกันน้ำท่วมให้เกาะหลีเป๊ะคือ ต้องรื้อสิ่งปลูกสร้างที่ขวางทางน้ำธรรมชาติ จำได้ว่าครั้งแรกๆ ที่ลงพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ มีทางน้ำธรรมชาติ 3 ทางหลักเป็นทางสาธารณะ และไม่ควรมีใครครอบครอง แต่ตอนนี้ตันหมดแล้วเพราะมีคนออกเอกสารสิทธิ์เป็น นส.3 ที่สำคัญคือ ออกทับที่สาธารณะทั้งทางเดินเท้าและทางน้ำไหล เกาะหลีเป๊ะเป็นเกาะเล็กๆ เมื่อก่อนฝนมาน้ำไหลลงทะเลง่ายมาก ไม่มีทางน้ำฝนตกลงมาแค่นี้จะท่วมภายใน 3-4 วัน แบบนี้ ดังนั้นกรมการปกครองที่ดูแลเรื่องนี้ต้องไปจัดการตั้งแต่หน่วยงานที่ออกเอกสารสิทธิ์ หน่วยงานด้านการปกครองท้องถิ่นที่มีหน้าที่ดูแลทางสาธารณะ มีหน่วยงานใดบ้าง

“ทางน้ำสาธารณะคือสมบัติของแผ่นดิน ธรรมชาติสร้างมาให้น้ำไปในทิศทางของมัน อยู่ๆ มามีที่พัก คนนั้นคนนี้ถมดิน ทำแบบนี้ไม่เหลือเลยสิ ชาวบ้านสมัยก่อนเขาไม่ครอบครองที่ดินนะ เขาต้องดูทิศทางน้ำ ทางเดิน ทางสัญจร อะไรที่ฝืนธรรมชาติไม่ทำกัน หลีเป๊ะเป็นเกาะเล็กมากอยู่มานานไม่มีน้ำท่วม แต่มาท่วมครั้งนี้ไม่ใช่เพราะภัยธรรมชาติ แต่เกิดเพราะความตั้งใจของมนุษย์ ผมกล้าท้าได้เลยว่า ทุกครั้งที่ตรวจสอบในแผนที่เปรียบเทียบ ความจริงชี้เป้าอยู่แล้วว่า ตรงไหนบ้างที่มีใครยึดที่ทางน้ำ ทางสาธารณะไปออกเอกสารสิทธิ อยากให้เพิกถอนซะ เพิกถอนทั้งแปลงยังไม่ได้ก็ต้องเพิกถอนส่วนที่เป็นทางน้ำธรรมชาติก่อน” พลเอกสุรินทร์ กล่าว

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.