เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2560 นายพันธ์พงษ์ คงแก้ว หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตุรุเตา จ.สตูล เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมบนเกาะหลีเป๊ะ ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมือง จังหวัดสตูลว่า แม้ทางอุทยานฯ ไม่ได้มีหน้าที่ในการแก้ปัญหาน้ำท่วมโดยตรง แต่ก็มิได้นิ่งเฉยต่อสถานการณ์น้ำท่วม โดยได้เตรียมอำนวยความสะดวกเรื่องการเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่สำหรับช่วยอพยพชาวบ้านยามฉุกเฉิน ซึ่งส่วนตัวยอมรับว่าไม่เคยคิดว่าเกาะหลีเป๊ะจะมีน้ำท่วมนานขนาดนี้มาก่อน โดยในส่วนของอุทยานฯ อาจจะทำได้ในแง่ของการสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ซึ่งทำร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ รวมทั้งอาจจะเตรียมเรือสำหรับสัญจรบางส่วนเท่านั้น ในส่วนการบรรเทาสาธารณะภัยด้วยการระบายน้ำออกจากชุมชนและแจกจ่ายถุงยังชีพให้ประชาชนที่ประสบคามเดือดร้อน มีหน่วยงานท้องถิ่นเข้ามาช่วยอยู่

นายพันธ์พงษ์กล่าวว่า หากทางท้องถิ่นประสานเข้ามาเพิ่มเติมก็ยินดีให้ความร่วมมือ อย่างไรก็ตามกรณีการติดตั้งเครื่องระบายน้ำออกสู่ทะเล หากผ่านเขตรับผิดชอบของอุทยานฯ ทางองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และบรรเทาสาธารณะภัยได้ประสานขอความร่วมมือติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ทางอุทยานฯ ยินดีให้ใช้พื้นที่ แต่กรณีเป็นที่ดินส่วนบุคคล หรือของเอกชน ทางท้องถิ่นประสานเองโดยตรง ทั้งนี้ตนเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้เพียงราว 2 สัปดาห์ ได้รับรายงานว่าพื้นที่เกาะหลีเป๊ะท่วมค่อนข้างหนัก แต่เกาะอาดังใกล้ๆ กันกลับไม่ท่วม และรู้ดีว่าส่วนหนึ่งเพราะมีสิ่งปลูกสร้างขวางทางน้ำ หากสถานการณ์น้ำท่วมบรรเทาลง ตนจะลงไปสำรวจพื้นที่และตรวจสอบเพิ่มเติม ว่ามีผู้บุรุกพื้นที่อุทยานฯ หรือไม่

“เรื่องจำนวนคดีความผมยังไม่ได้ศึกษารายละเอียด แต่ได้รับรายงานเบื้องต้นว่า การบุกรุกเกาะหลีเป๊ะค่อนข้างหนักหน่วง และมีหลายรายอยู่ระหว่างดำเนินคดี ตอนนี้ชาวบ้าน ผู้ประกอบการกำลังเดือดร้อน ผมอยากให้เต็มที่กับการช่วยเหลือเรื่องน้ำท่วมก่อน แต่เมื่อไหร่ที่เหตุการณ์เบาลง ผมยืนยันว่า จะตรวจสอบและแก้ปัญหาการบุกรุกอย่างจริงจัง และยิ่งถ้าพบว่าใครที่สร้างอาคาร หรือล่วงล้ำพื้นที่อุทยานฯ อันเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นเหตุให้น้ำท่วม ก็จะใช้กระบวนการกฎหมายดำเนินคดีเช่นกัน” นายพันธ์พงษ์ กล่าว

นางสาวสลวย หาญทะเล ชาวเลเกาะหลีเป๊ะ กล่าวว่า นอกจากปัญหาเรื่องทางผ่านของน้ำแล้ว อยากให้ทางท้องถิ่นให้ความสำคัญกับการจัดการขยะที่เกิดจากการท่องเที่ยวด้วย เนื่องจากขณะนี้พื้นที่น้ำท่วมขังเริ่มมีกลิ่นเหม็นและคนแก่ คนพิการ ที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ อาจจะได้รับผลกระทบตามมา

“ถามว่าเราอยู่ได้ไหม เราอยู่ได้นะ เพราะท่วมหรือไม่ท่วมเราก็ไม่รู้จะหนีไปไหน แต่คิดว่าถ้ามีโอกาสและมีหนทางซ่อมบ้านบ้าง โดยไม่ถูกเอกชนสั่งห้าม บางทีมันอาจจะดีกว่านี้ แต่นี่เราซ่อมบ้านแต่ละที ต้องไปหาคนที่เขาอ้างว่าเป็นเจ้าของที่ มันก็ลำบาก และถึงน้ำท่วม เราก็ต้องมาแก้ปัญหาโดนฟ้องไล่ที่อีก ตอนน้ำท่วมแบบนี้คนที่อ้างว่าเป็นเจ้าของที่เขาก็เงียบ ไม่มาหรอก แต่พอน้ำลดเขาก็มา ชาวเลก็เหมือนๆเดิมเป็นแบบนี้ตลอด” นางสาวสลวยกล่าว

อนึ่ง สรุปความเดือดร้อนจากสำนักงานองกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสตูล (ปภ.) ระบุว่ามีชาวบ้านบนเกาะได้รับความเดือดร้อนกว่า 400 หลังคาเรือน และมีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 1,200 คน

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.