
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2560 ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายดิเรก เหมนคร ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสันติภาพ หรือ เปอร์มาตามาส (Permatamas) เปิดเผยภายหลังการเคลื่อนไหวเพื่อยื่นเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระงับและตรวจสอบรายงานผลการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จังหวัดสงขลา หลังจากปักหลักนั่งคัดค้าน EHIA ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) ว่าเป็นวันที่สองแล้วที่ทางเครือข่ายได้มานั่งปักหลักที่ ทส.และได้ยื่นหนังสือต่อนายพงศ์บุณย์ ปองทอง รองปลัด ทส.เมื่อช่วงเช้า จากนั้นนั่งรอจนหมดเวลาราชการแต่ยังไม่มีความคืบหน้าจากทส.และหน่วยงานใดที่แสดงท่าทีตอบรับคำร้องของเครือข่าย ซึ่งพยายามจะบอกเล่าถึงความเดือดร้อนของชุมชน ของผู้คน และเชื่อว่าเรื่องความเดือดร้อนดังกล่าวยังไม่ได้ซึมเข้าไปยังผู้มีอำนาจให้เข้าใจในประเด็นดังกล่าว จึงอยากเชิญชวนคนเทพาและคนที่ไม่เอาถ่านหินเดินทางเข้ามากรุงเทพฯมาส่งเสียงความเดือดร้อนด้วยกัน จนกว่ารัฐจะรับข้อเสนอ

“เราคิดว่าความเดือดร้อนของคนเรือนพัน เรือนหมื่นมันพอเพียงให้รัฐมนตรี หรือรัฐบาลมาสนใจคนชายแดนใต้มันเดือดร้อนมามากจากจากโรงไฟฟ้าจะนะ โรงแยกก๊าซ รวมถึงความไม่สงบจากชายแดนใต้ เราอดทนที่จะร้องต่อรัฐ เราอดทนทำตามกฎหมาย เราอดทนที่จะเรียกร้อง วันนี้ความอดทนของเรา ความเสียสละของเรายังไม่สาสม วันนี้รัฐต้องการให้เราเสียสละที่ดินกว่า3,000 ไร่ที่เต็มไปด้วยร้อยเท้า รอยจารึก ความทรงจำในการสร้างบ้านเรือน แปลงเมืองและหลายๆสิ่งของบรรพบุรุษ ที่สร้างมัสยิดที่สร้างด้วยความลำบากด้วยตนเอง จนกระทั่งได้บ้านเมืองที่อุดมสมบูรณ์ ได้ชุมชนที่ใหญ่และหนาแน่น แต่วันนี้โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกลับมาปล้นจี้ผลผลิตของบรรพบุรุษเราได้สร้างเอาไว้ ทำให้เกิดความเดือดร้อนและส่อไปทางความขัดแย้ง ตอนนี้เราได้อนาคต ไร้คำตอบ ไร้วี่แวว ผมอยากส่งสารไปยังพี่น้องชายแดนใต้ว่าผมพร้อมจะนั่งรอคำตอบที่นี่ต่อไป เราจะรอคำตอบในวันพรุ่งนี้ (25สิงหาคม) ต่อไป เราหวังว่าคนที่ต้องการหยุดถ่านหินทั้งที่เทพา และที่อื่นทั่วไทย คนที่ต้องการหยุดEHIA ที่ไม่ชอบธรรมจะมารวมตัวกันที่นี่ เราหวังว่าจะได้รับกำลังใจ และมาส่งสารแสดงความห่วงใยกันอย่างล้นหลามที่กระทรวงทรัพยากรฯให้เห็นว่าเราเดือดร้อนกันจริง และขอให้เชื่อว่าประชาชนทุกคนสร้างความเจริญให้แก่ประเทศชาติได้ ผมในนามของเครือข่ายฯ อยากให้พี่น้องมาร่วมส่งสารกันไปทั้งรัฐมนตรี รัฐบาลว่าเราต้องการคำตอบต่อกรณีนี้” นายดิเรกกล่าว
ทั้งนี้ในช่วงบ่ายได้มีบุคคลหลายวงการเดินทางไปให้กำลังใจตัวแทนชาวบ้านทั้ง 4 คนที่ปักหลักอยู่หน้าทส.อย่างต่อเนื่อง โดยในบางช่วงได้มีฝนตกลงมา
วันเดียวกันที่อำเภอเทพา ชาวบ้านกว่า 100 คนที่ไม่ต้องการโรงไฟฟ้าถ่านหินก็ร่วมกันเดินรณรงค์ให้รัฐบาลถอดรายงาน EHIA ออกจากการพิจารณาในขั้นของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเช่นกัน โดยนายมัธยม ชายเต็ม ชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลปากบาง อำเภอเทพา กล่าวว่า เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าชาวบ้านที่เป็นตัวแทนไปนั่งทำพิธีดุดา ที่ ทส.นั้นไม่ได้รับคำตอบใดๆจากรัฐบาลและฝ่ายราชการ ดังนั้นคืนนี้ชาวบ้านบางส่วนจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อสมทบกับตัวแทนที่นั่งหน้า ทส. และยืนยันว่าชาวบ้านพร้อมจะเดินทางต่อสู้เพื่อระงับ EHIA ที่ไม่เป็นธรรมทุกรูปแบบ
“เราทำมาตั้งหลายปีแล้ว เราเดินเท้าคัดค้านมานานแล้ว ทำไมครั้งนี้เราจะมาอีกไม่ได้ บอกตรงๆ ว่า EHIA ที่ไม่เป็นธรรมและการเปิดเวทีรับฟังความเห็นที่ไม่โปร่งใส การรายงานแบบหลอกลวงที่ว่าทะเลเทพาไม่สมบูรณ์ และใส่รายงานไปว่าชาวบ้านพร้อมใจให้ย้ายมัสยิด ให้ย้ายโรงเรียน ให้ย้ายบ้านไม่จริง ถ้าจริงเอามาเปิดดู บ้านหลังไหนบ้างให้ย้าย บ้านหลังไหนเต็มใจ มันเหมือนการเติมฟืนไฟให้ชาวบ้าน และจุดไฟความขัดแย้ง ความบิดเบือนข้อเท็จจริงที่รัฐบาลทำในวันนี้จุดไฟความไม่พอใจให้ชาวบ้านและพร้อมจะเดินทางไปทวงคำตอบที่รัฐยังนิ่งเฉย จะบอกว่าถ้า EHIA โรงไฟผ่านแบบลวกๆ แบบนี้ได้ อย่างอื่นคงไม่ต้องพูดถึง เพราะมาตรฐานที่แย่และความไม่จริงใจจะเกิดขึ้นกับทุกโครงการ ดังนั้นการขอให้ระงับ EHIA ของเทพาเหมือนกับการขอให้ระงับ EHIA ทุกโครงการที่ไม่ชอบด้วยคุณธรรม จริยธรรม เราพูดเหมือนเดิมว่าเราไม่เอากระบวนการและวิธีการแบบฉ้อฉลพวกนี้ เพราะมันจะทำลายชีวิต ทำลายแหล่งทำกิน แหล่งเศรษฐกิจที่มั่นคงแหล่งทรัพยากรที่สมบูรณ์” นายมัธยม กล่าว
นายมัธยม กล่าวว่า ส่วนตัวยืนยันว่าคนเทพาไม่ได้ยากจน ไม่ได้ขาดแคลนงานและรายได้เฉพาะภาคการประมงนั้นจากการสำรวจเมื่อ 6เดือนที่ผ่านมาพบว่ามีรายได้ครัวเรือนละ 30,000 – 40,000 บาทต่อครัวเรือน และเศรษฐกิจชุมชนเฟื่องฟูอย่างมาก 3เดือนมีรายได้นับแสน ไหนจะยางพาราอีก แล้วทำไมต้องมาทุบทำลายชุมชนเพื่อนายทุนถ่านหินชาวบ้านยอมมามากแล้ว และขอคำตอบแบบสงบแล้วแต่ทางการยังไม่มีท่าทีที่น่าพอใจดังนั้นต้องไปกรุงเทพฯเพื่อช่วยเหลือเพื่อนพ้อง
อนึ่งจากข้อมูลของเครือข่ายฯ ระบุว่าหากมีการสร้างโรงไฟฟ้า ถ่านหินเทพามีเนื้อที่ 3,000 กว่าไร่ มีบ้านเรือนจำนวนมากถึง 250 หลังคาเรือนมีศาสนสถาน คือ วัด 1 แห่ง มัสยิด 3 แห่ง และโรงเรียนปอเนาะ (สอนศาสนาเอกชน) 1 แห่ง กุโบร์ (สุสาน) 2 แห่ง ซึ่งถือเป็นชุมชนที่มีวิถีวัฒนธรรมอย่างสงบอย่างยาวนาน ชาวบ้านจึงจำเป็นต้องคัดค้านก่อนชุมชนล่มสลาย
ทั้งนี้สำหรับข้อเสนอที่เครือข่ายฯ ยื่นต่อ ทส.วันนี้ คือขอให้รัฐบาลดำเนินการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมประกอบด้วยการดำเนินการส่วนต่างๆ ได้แก่ 1. รัฐบาลจะต้องสั่งระงับรายงานการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จังหวัดสงขลา ที่ได้ผ่านการอนุมัติของคณะกรรมการผู้ชำนาญการเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2560 ไว้ก่อน 2. ให้มีการตั้งคณะกรรมการที่ได้รับการยอมรับทั้งสองฝ่าย เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของรายงานทั้งในมิติของเนื้อหาสาระ และกระบวนการที่ให้ได้มาซึ่งรายงานทั้งหมด และจะต้องเปิดเผยให้สาธารณะรับรู้อย่างตรงไปตรงมา หากมีความไม่ชอบในการจัดทำรายงานชิ้นนี้ ไม่ว่าในด้านเนื้อหาสาระหรือกระบวนการได้มาซึ่งเนื้อหาก็จะต้องยกเลิกรายงานฉบับนี้