ณ จุดเส้นแบ่งแดนระหว่างไทยและพม่าที่ด่านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี รถกระบะและรถตู้หลายสิบคัน จอดเรียงรายอยู่ตามด่านตรวจคนเข้าเมืองของทั้งสองฝั่งเพื่อรอรับผู้โดยสารทั้งที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย ชาวต่างชาติ และพี่น้องแรงงานชาวพม่าที่เข้ามาทำงานในไทยเดินทางข้ามเส้นแบ่งที่มองไม่เห็นจากฝั่งไทยเข้าสู่ประเทศพม่า โดยมีจุดมุ่งหมายไปยังเมืองทวาย ในภูมิภาคตะนาวศรี ซึ่งอยู่ห่างจากพรมแดนไปประมาณ 132 กิโลเมตร…ผู้คนที่อยู่นั่นกำลังจัดเตรียมงานสำคัญในรอบปี เทศเทศกาล “ตะดิ่นจุ๊ด” เทศกาลแห่งแสงเทียนกำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า

เทศกาล ตะดิ่นจุ๊ด หรือ เทศกาลออกพรรษาของพม่า นับเป็นเทศกาลสำคัญที่เป็นรองก็แต่เพียงเทศกาลสงกรานต์เท่านั้น เพราะมีการจัดงานบุญและการทำปวารณาในหมู่สงฆ์อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อบูชาการกลับลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ของพระพุทธเจ้า หลังจากทรงเสด็จขึ้นไปโปรดพระมารดาด้วยการแสดงพระอภิธรรมตลอด 3 เดือน ในช่วงเข้าพรรษา

ด้วยเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่ชาวพม่าจดจ่อรอคอยกันมาข้ามปี ทางการพม่าจึงประกาศให้เป็นช่วงวันหยุดยาว ดึงดูดให้พี่น้องแรงงานชาวพม่าที่เข้าไปทำงานในไทยเป็นแรมปี ต้องพยายามที่จะกลับมาร่วมงานนี้ให้ได้ เพราะเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้ได้พบปะครอบครัว เพื่อนฝูง และบรรยากาศที่คุ้นเคยที่หาได้ยากในต่างแดน

หลังจากที่เดินทางเข้าสู่เขตแดนของประเทศพม่า สัญญาณมือถือค่อย ๆ ลดระดับลง จนจางหายไร้การติดต่อ สายฝนเองก็กระหน่ำเทลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน ทำให้ตลอดเส้นทางถนนเข้า – ออก ชั่วคราว ที่บริษัท อิตาเลียนไทยฯ เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างเพื่อเชื่อมต่อไปยังโครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ซึ่งยังเป็นถนนลูกรังเปียกชุ่มและเหนียวหนืดกลายเป็นโคลน หลุมและบ่อที่ถูกกลบด้วยน้ำขังสีขุ่นก็ถือเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางในทุกรูปแบบเช่นกัน ด้วยเหตุนี้การเดินทางจึงค่อนข้างล่าช้าและใช้เวลายาวนานกว่า 7 ชั่วโมง หากโดยสารด้วยรถตู้ อาจจะไม่ต้องปะทะกับเม็ดฝนนับไม่ถ้วนที่ทำให้ตัวชุ่มโชก แต่หากโดยสารด้วยรถกระบะที่ไม่มีหลังคาคลุมก็จะเปียกชุ่มไปทั้งตัวและอาจเป็นไข้ได้

พี่น้องแรงงานชาวพม่าที่เดินทางกลับไปเยี่ยมครอบครัวและร่วมเทศกาลวันออกพรรษาในครั้งนี้ หลายคนเลือกใช้วิธีการนี้ เนื่องจากประหยัดและเดินทางได้ไวกว่า

เมื่อเข้าถึงเมืองทวายในช่วงพลบค่ำ สายฝนเริ่มซาลง พระอาทิตย์ใกล้ลาลับขอบฟ้า เปิดทางให้หลายบ้านเริ่มออกมาประดับประดาห้างร้าน ตึกรามบ้านช่องของตัวเองด้วยไฟประดับหลากสีสัน ระยิบระยับ พร้อมกับติดตั้งเทียนขนาดเล็กตามรายทางบนถนนในเมือง และหมู่บ้านต่าง ๆ ทำให้ค่ำคืนใกล้วันสำคัญไม่เงียบเหงา เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเทศกาลแห่งแสงเทียนนั้นใกล้ได้เวียนมาอีกหนแล้ว

ช่วงเย็นก่อนคืนวันงานตะดิ่นจุ๊ด ชาวบ้านและเด็ก ๆ จะชำระล้างร่างกาย แต่งกายด้วยชุดสุภาพเรียบร้อยสีสันสวยงามเพื่อนำ “โซะดอ” กระทง (จาน) ที่มากมายไปด้วยเครื่องคาวหวานและผลไม้หลากชนิดไปไว้ที่ศาลาวัดที่ตั้งอยู่ใกล้บ้านของตน

โซะดอ เปรียบเป็นของเซ่นไหว้ บูชาแก่พระพุทธรูปอันเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า ประหนึ่งว่าเป็นการทำบุญถวายภัตตาหารแด่พระพุทธองค์ด้วยตนเอง โซะดอที่นำมาถวายจะถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบเพื่อเป็นการบูชาพระพุทธเจ้าในบริเวณโต๊ะบูชาที่ทางวัดเตรียมไว้

แม่น้ำทวายถือเป็นสถานที่สำคัญในช่วงเทศกาล ตะดิ่นจุ๊ด เป็นจุดที่ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลเข้ามาทำกิจกรรมร่วมกันตลอดทั้งคืน ตั้งแต่หัวค่ำของคืนพระจันทร์เต็มดวง ยันเช้ามืดของอีกวันหนึ่งซึ่งจะเป็นวันหยุดพักผ่อนโดยกิจกรรมและงานประเพณีริมแม่น้ำทวายมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก มีทั้งการแสดงดนตรี การร้องเพลงและเต้นรำแบบพื้นเมืองที่หาดูได้ยากอย่างระบำหม้อน้ำ ระบำเทียน และระบำพม่า โดยการแสดงชุดต่าง ๆ จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นแสดงบนเวทีกลางตลอดทั้งคืน ช่วงใกล้รุ่งสางราวตีสามเป็นต้นไป ผู้คนนับหมื่นจะทยอยกันมาลอยกระทง

ลักษณะกระทงมีความแตกต่างจากกระทงของไทยที่ทำจากใบตอง แต่จะใช้ “ตะเบ๊ะ” หรือบาตรดินเผา ซึ่งมีขนาดเล็กเป็นภาชนะที่ภายในบรรจุข้าว ขนม กล้วย น้ำ พร้อมประดับด้วยเทียนหนึ่งเล่ม ธูปสามดอก และธง เพื่อเป็นการบูชาพระอุปคุต ซึ่งตามตำนานเชื่อกันว่าประทับอยู่ในกุฎิแก้ว ณ สะดือทะเลและยังเป็นการขอขมาต่อแม่น้ำ มีนัยยะว่าเป็นการลอยทุกข์ลอยโศก พร้อมขอให้สิ่งดี ๆ หลั่งไหลกลับเข้ามายังตนเองและครอบครัว

ในบางจุด ผู้ร่วมงานไม่จำเป็นต้องเดินไปยังท่าน้ำหรือฝั่งและลอยกระทงเองให้เบียดเสียดเสี่ยงตกน้ำ เนื่องจากมีเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าช่วยจัดระบบลำเลียงกระทงลงสู่แม่น้ำทวาย แต่หากใครอยากสัมผัสอรรถรสแบบลอยเอง ไม่พึ่งพาเทคโนโลยีก็สามารถทำได้ โดยในบางพื้นที่จะมีจุดให้ลงไปลอยเอง มีแพขนาดใหญ่ แข็งแรง รองรับผู้คนจำนวนมาก ทั้งยังมีการจัดระบบดูแลรักษาความปลอดภัยโดยบรรดาจิตอาสาและลูกศิษย์วัดจำนวนมาก คอยตรวจตรารักษาความปลอดภัยอย่างขยันขันแข็ง

“หนุ่ม” ชายวัยกลางคน รูปร่างสันทัด จิตอาสาของวัดแห่งหนึ่งริมแม่น้ำทวาย เล่าว่า เขาเดินทางจากไทยกลับเข้ามาที่ทวายเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ เพื่อหยุดพักผ่อน เยี่ยมญาติ และมาช่วยงานบุญในครั้งนี้ หลังจากเสร็จภารกิจในค่ำคืนนี้ พรุ่งนี้เช้าเขาจะเดินทางกลับไปยัง จ. สมุทรสาคร เพื่อปฏิบัติหน้าที่ที่ตลาดปลาต่อไป ปีหน้าฟ้าใหม่เขาก็จะกลับมาเยี่ยมเยียนและร่วมงานบุญนี้อีกครั้ง
นอกจากลอยกระทงแล้ว ไฮไลท์สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ การจุดประทีปโคมไฟ นัยว่าเป็นการบูชาและขอพรจากพระธาตุจุฬามณีที่ประดิษฐานอยู่บนสรวงสวรรค์ โคมไฟนับร้อยนับพันลอยอยู่บนท้องฟ้า เปรียบดั่งเทียนที่จะถูกส่งขึ้นไปบูชาพระธาตุ ช่วยประดับท้องฟ้าให้สว่างไสวเคียงคู่พระจันทร์ดวงโตของคืนขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11

เมื่อเข้าสู่ช่วงสายในวันใหม่ หลาย ๆ คน พากันแยกย้ายกลับไปพักผ่อนที่บ้าน และเนื่องจากเป็นวันหยุด ร้านค้าหลายแห่งพากันปิดร้าน นักท่องเที่ยวหลายคนที่มาเที่ยวเมืองทวายในช่วงเทศกาลนี้จึงอาจหาร้านอาหารได้ค่อนข้างยากยาก แต่ก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรง เพราะหลายร้านก็ยังเปิดต้อนรับลูกค้าแบบไม่หยุดพัก

“โก โก” หนุ่มชาวทวาย วัย 20 ปลาย ซึ่งขณะนี้ประกอบอาชีพขับรถตู้รับ – ส่งผู้โดยสารระหว่างเมืองทวายและด่านพุน้ำร้อน เล่าด้วยภาษาไทยสำเนียงเหน่อว่า “ช่วงหลังคืนพระจันทร์เต็มดวง หลาย ๆ วัดจะมีงานบุญ มีการจัดพิธีอุปสมบทหมู่เพราะถือว่าบวชช่วงนี้กระแสบุญจะแรงและเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ชาวพม่าที่ค้าแรงงานอยู่ไทยบางคนกลับมาในช่วงนี้เพราะตั้งใจมาบวชโดยเฉพาะก็มี บางคนบวชแค่ 3 วัน ยาวหน่อยก็ประมาณ 5 – 9 วัน ตามแต่สะดวก บางบ้านก็จะจัดพิธีแต่งงานในช่วงนี้ด้วย”

อีกหนึ่งวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อกันมาของเทศกาลนี้คือ การที่ลูกหลานจะได้มีโอกาสขอขมาในสิ่งที่ทำไม่ดีลงไปต่อญาติผู้ใหญ่ ผู้อาวุโสกว่า นับเป็นโอกาสให้มีการปรับความเข้าใจกันในช่วงนี้เสียเลย เรียกได้ว่า เทศกาลตะดิ่นจุ๊ด เป็นช่วงเวลาของความเป็นสิริมงคลอย่างยิ่ง ประหนึ่งเป็นการนำเอาวันพ่อ วันแม่ วันครู วันผู้สูงอายุ วันออกพรรษา มาไว้ ณ ช่วงเวลานี้ในคราวเดียว…ดังนั้น หากต้องการสัมผัสประสบการณ์อันหาได้ยากในบ้านเราในช่วงออกพรรษา ทวาย เป็นสถานที่ที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง เพราะนอกจากจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้านแล้ว วิถีชีวิตผู้คนก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน รู้ตัวอีกเราอาจหลงรักทวายไปแล้ว

เรื่อง ​​​ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร
ภาพ ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร และอำนาจ เกตุชื่น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.