
เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2561 ที่หน้าศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ จ.นนทบุรี เครือข่าย People GO Network ซึ่งจัดกิจกรรม “We Walk …เดินมิตรภาพ” นำโดยนายนิมิตร์ เทียนอุดม พร้อมด้วยนายสุรชัย ตรงงาม ทนายความมูลนิธิธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLaw) ได้ยื่นฟ้องศาลปกครองเพื่อให้รัฐยุติการปิดกั้นการใช้เสรีภาพในการชุมนุมในกิจกรรมเดินมิตรภาพ
นายสุรชัยกล่าวว่า เสรีภาพของการชุมนุมเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในระบอบประชาธิปไตยเพราะทำให้ปัญหาของประชาชนถูกนำเสนอต่อสาธารณะ และรัฐเองก็จะได้แก้ปัญหาได้ถูกต้องและมีส่วนร่วมในการแก้ไขอย่างแท้จริง แต่การขัดขวางกระบวนการชุมนุมครั้งนี้ถือว่าเป็นการละเมิดเสรีภาพอย่างร้ายแรง ดังนั้นจึงทำขอ 3 ประการคือ 1.ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องยุติการปิดกั้นหรือการดำเนินการใดๆ ที่ก่อให้เกิดความหวาดกลัวต่อเสรีภาพในการชุมนุม

นายสุรชัยกล่าวว่า 2.ขอให้สตช. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติการชุมนุมในที่สาธารณะ ดูแลและรักษาความปลอดภัย รวมทั้งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ โดยขอให้ผู้ชุมนุมได้เดิน 50-100 คนตามที่ขออนุญาตไปได้ ไม่ใช่เดินแค่ 4 คนเช่นขณะนี้ 3.ขอเรียกค่าเสียหายจากการละเมิดสิทธิเสรีภาพครั้งนี้เป็นเงิน 1 แสนบาท ซึ่งเป็นการเรียกร้องเป็นสัญลักษณ์เพื่อสร้างบรรทัดฐานให้เกิดขึ้น
“เราขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อให้มีคำสั่งปกป้องผู้ชุมนุม และให้สตช.ไม่ขัดขวาง และรับรองสิทธิและดูแลความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุม เพื่อเป็นหลักประกันไม่ให้ผู้ชุมนุมเกิดความหวาดระแวง และเป็นการพิสูจน์ด้วยว่าการเดินเป็นเสรีภาพที่ทำได้ ผมขอยืนยันว่าการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ไม่ใช่การกระทำความผิดตามคำสั่งคสช.ฉบับที่ 3/2558 ซึ่งคำสั่งนี้มีปัญหาในการบังคับใช้ การฟ้องครั้งนี้จะได้พิสูจน์ด้วยว่า คำสั่งนี้ไม่สามารถตีความได้กว้างขวาง”นายสุรชัย กล่าว
นายนิมิตร์ กล่าวว่า เราตั้งใจดำเนินกิจกรรมนี้มานาน และก่อนจัดได้รู้สึกกังวลเพราะปัจจุบันเรามีทั้งรัฐบาลและคสช.ปกครองไปพร้อมๆกัน การทำกิจกรรมในที่สาธารณะจะทำได้หรือไม่ แต่เรามีปัญหาที่เป็นประเด็นของประชาชนหลากหลาย เราจึงยื่นขออนุญาตตามกฎหมาย และได้ประสานกับตำรวจมาโดยตลอด ที่สำคัญคือเราเชื่ออย่างเต็มเปี่ยมว่ารัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้แล้วนั้น มีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก และสิทธิเสรีภาพในความเห็นต่างจากรัฐบาล ซึ่งเราได้ดำเนินการทุกอย่างไปตามขั้นตอน และจัดกิจกรรมเดินเท้าไปจังหวัดขอนแก่น
นายนิมิตร์กล่าวว่า ก่อนเดินเท้า เราได้รับแจ้งจากอาจารย์ที่จะอ่านคำประกาศว่าถูกตำรวจกักตัวโดยไม่ให้เหตุผลใดๆ บอกเพียงว่าถ้าเข้าไปร่วมกิจกรรมถือว่ามีความผิดตามประกาศคสช. 3/2558 ซึ่งเราไม่เข้าใจเหตุผลและถือว่าถูกคุกคามเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ
“เจ้าหน้าที่อ้างว่านายไม่ให้ออกเดิน แต่ในที่สุดพี่น้องก็ออกเดินต่อไป แต่ในระหว่างเดินซึ่งต้องแวะพักตามจุดต่างๆ เป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดและเศร้าใจมาก เพราะที่พักตามวัดต่างๆที่ได้ประสานไว้ล่วงหน้าซึ่งตอนแรกต่างยินดีให้ประชาชนได้เข้าไปนอน แต่พอออกเดินกลับไม่ได้รับอนุญาตให้พัก โดยมีเจ้าอาวาสรูปหนึ่งนั่งรถมาบอกว่าไม่อยากให้ลูกหลานเข้าไปในวัดเพราะมีทหารและตำรวจเต็มไปหมด พระท่านเป็นห่วงว่าจะทะเลาะกัน เพราะทหารและตำรวจไปบอกพระว่าอย่ายุ่ง ถ้ายุ่งก็จะมีปัญหา เพราะฉะนั้นเราจึงว่าถูกคุกคาม และเป็นการทำลายความเอื้อเฟื้อของชุมชนที่มีต่อกันหมดสิ้น เป็นเรื่องเสียหายมาก” นายนิมิตร์ กล่าว
ล่าสุด ทนายความเครือข่าย people Go network ชี้แจงความคืบหน้ากรณียื่นฟ้องศาลปกครองให้คุ้มครองกิจกรรมการเดินมิตรภาพ และยื่นคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉิน ซึ่งศาลปกครองสั่ง “ยกคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉิน” เนื่องจากเห็นว่า “ยังไม่ฉุกเฉิน” ต้องฟังพยานหลักฐานฝ่ายตำรวจก่อน ส่วนขั้นตอนต่อไปคือรอศาลสั่งว่าจะไต่สวนคำฟ้องและคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวเมื่อใด