
เมื่อวันที่ 24 มกราคม เมียนมาไทม์ สำนักข่าวในพม่าได้รายงานถึงความคืบหน้าในโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ว่าจะมีการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบหลังจากชะลอมาถึง 5 ปี โดยโฆษกคณะกรรมการจัดการเขตเศรษฐกิจพิเศษได้ระบุว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีเวทีสาธารณะในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและหารือแผนปฎิบัติการของคณะกรรมการและบริษัทอิตาเลียนไทยซึ่งได้รับคัดเลือกให้พัฒนาโครงการในระยะแรก
เมียนมาไทม์รายงานว่า รัฐบาลพม่าได้พยายามหาแนวทางในการฟื้นโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายซึ่งถูกระงับไปตั้งแต่ปี 2013 เมื่อบริษัทอิตาเลียนไทยได้ถอนตัวจากการพัฒนาโครงการมูลค่า 8 พันล้านเหรียญสหรัฐเนื่องจากข้อจำกัดด้านการเงิน นอกจากนี้ยังมีข้อร้องเรียนจากชุมชนเนื่องจากการชดเชยที่ไม่เพียงพอจากผลกระทบการก่อสร้างและมลพิษจากโครงการ โดยบริษัทอิตาเลียนไทยได้ถอนข้อตกลงเมื่อปี 2015
นายอูมินซาน รองประธานเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายกล่าวว่า ขณะนี้หน่วยงานส่งเสริมการพัฒนาของญี่ปุ่นหรือไจก้าได้วางแผนที่จะผลักดันโครงการ(มาสเตอร์แปลน)สำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและจะส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเดือนเมษายนนี้ โดยการพัฒนาจะเริ่มจากการก่อสร้างถนน ท่าเรือ และโรงไฟฟ้า
“มีความสลับซับซ้อนในเรื่องข้อตกลงกับรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ และประเด็นปัญหาเกี่ยวกับการชดเชยค่าที่ดินซึ่งต้องแก้ไขจากระยะแรกซึ่งอิตาเลียนไทยได้ดำเนินการ เราไม่สามารถรอจนกว่าขั้นแรกจะเสร็จแล้วจึงเริ่มโครงการโดยสมบูรณ์ ทั้งสองส่วนต้องสร้างไปพร้อมกัน” นายอูมินซาน กล่าว

เมียนมาไทม์ระบุด้วยว่า ประเทศไทยได้ให้เงินกู้ 4.5 พันล้านดอลลาร์กับพม่าในการปรับปรุงถนนเพื่อให้ได้มาตรฐานอาเซียนโดยเงินกู้ดังกล่าวจะจ่ายคืนในระยยะเวลา 20 ปี ซึ่งปีที่ผ่านมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คือนายอูตาลมิน ได้ให้สัมภาษณ์กับเมียนมาไทม์ว่าอยู่ระหว่างการตัดสินใจในการรับเงินกู้ดังกล่าว
นายอูอ่องโก ชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขตเศรษฐกิจพิเศษกล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รับจากเวทีสาธารณะทราบว่า 6 หมู่บ้านจะไม่ต้องโยกย้าย
ขณะที่นายอูเยมิน ประธานพรรคชนชาติทวายกล่าวว่า เป็นสัญญาณที่ดีที่โครงการจะเริ่มหลังจากชะลอมานาน โดยเขตเศรษฐกิจพิเศษจะต้องสร้างผลกระทบให้น้อยที่สุดต่อชุมชน “การรีสตาร์ทครั้งนี้ต้องหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดจากรัฐบาลชุดที่แล้ว ค่าชดเชยต้องเป็นธรรม การชะลอโครงการเหตุผลหลักคือการประท้วงค่าชดเชยที่ไม่เป็นธรรม”