Search

“เจ้ายอดศึก”ประกาศยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาของเด็กไทใหญ่ ใช้หลักสูตรของตัวเอง เดินหน้าสร้างมหาวิทยาลัยบนดอยไตแลง เชื่อเป็นทางรอดของรัฐฉาน-ทำเป็นตัวอย่างจบโทอายุ 60 ปี

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2561 พลโทเจ้ายอดศึก ผู้นำกองทัพรัฐฉานภาคใต้ (Shan State Army – South : SSA) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มองค์กรทุนตัดงบประมาณสนับสนุนด้านการศึกษาสำหรับโรงเรียนในเขตการดูแลของSSA และสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU)ว่าขณะนี้มีโรงเรียนอยู่ในความดูแลของ SSA จำนวน 250 แห่งซึ่งต้องดูแลกันเองโดยพยายามยืนด้วยขาของตัวเองให้ได้ ซึ่งตนให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษาเป็นอย่างมากและอยากให้ลูกหลายคนไทใหญ่ได้เรียนมากๆ เพราะหากการศึกษาไม่เจริญเติบโต การพัฒนาประเทศก็เติบโตไปไม่ได้

ทั้งนี้พันโทเจ้ายอดศึกให้สัมภาษณ์ ณ โรงแรมแห่งหนึ่งในกทม.ภายหลังจากเมื่อวันที่ 28 มกราคม ได้เข้ารับประทานปริญญาบัตรจากพระเจ้าวรวงค์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในระดับปริญญาโทคณะรัฐประศาสนศาสตร์ สาขาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยปทุมธานี

พลโทเจ้ายอดศึกกล่าวว่า ตนเข้ามาสมัครเรียนตั้งแต่ปี 2559 ในมหาวิทยาลัยปทุมธานีโดยการชักชวนของเพื่อน ซึ่งได้ใช้เวลาในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ เดินทางมาเรียนด้วยตัวเองเพราะอยากนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาองค์กรและพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะในการเจรจามิใช่การใช้กำลังเข้าต่อสู้กันอย่างเดียว

“ผมต้องการให้เป็นตัวอย่างสำหรับคนไทใหญ่ด้วย ปีนี้ผมอายุ 60 แล้ว แต่ยังมุ่งมั่นเรียนจนจบ เพราะฉะนั้นคนที่เป็นเด็กหรือเยาวชนก็ควรจะขยันกว่าผม สมัยก่อนผมเรียนหนังสือไม่มาก จบแค่ ป.6 แต่รักการอ่านหนังสือมาโดยตลอด” พลโทเจ้ายอดศึกกล่าว

ผู้นำ SSA กล่าวว่า ได้พยายามสนับสนุนด้านการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนไทใหญ่มาโดยตลอด ปัจจุบันบนดอยไตแลงมีนักเรียนอยู่ 800-900 คน ซึ่งขณะนี้กำลังคิดต่อยอดเรื่องการศึกษาเพื่อให้เรียนต่อจนจบระดับปวช. ซึ่งใช้เวลาเรียนอีก 3 ปี แต่จะให้เป็นสากลมากขึ้นโดยให้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนการสอน หรือถ้าอยากเรียนต่อระดับปริญญาตรีก็สามารถทำได้ ทั้งนี้เนื่องจากปัจจุบันในรัฐฉานยังไม่มีมหาวิทยาลัยที่เป็นระบบการเรียนการสอนของชาวไทใหญ่แม้แต่แห่งเดียว มีแต่มหาวิทยาลัยที่เป็นหลักสูตรของพม่า ทั้งนี้ได้ร่างหลักสูตรเตรียมไว้แล้ว 6-7 สาขา เช่น ด้านเทคโนโลยี ด้านการเมืองการปกครอง ด้านธุรกิจ ด้านครู

“ไม่ใช่แต่คิดจะใช้กำลังกันอย่างเดียว เราสู้กันมา 60 ปีแล้ว ยังไม่มีใครชนะ มีแต่ประชาชนเท่านั้นที่ลำบากขึ้น แม้แต่ละกลุ่ม แต่ละชาติพันธุ์ต่างมีกองกำลังป้องกันตนเอง แต่วิธีการเจรจาถือว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด ที่สำคัญคือการเจรจาต้องปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ อย่าฝืนธรรมชาติ” พลโทเจ้ายอดศึก กล่าว

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้สำนักงานการศึกษาสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen Education Department – KED) ได้ออกมาเปิดเผยถึงการถูกตัดงบความช่วยเหลือของโรงเรียนต่างๆในความดูแลของKNU ส่งผลกระทบต่อเด็กนักเรียนนับแสน รวมถึงครูจนต้องมีการขอรับบริจาค (อ่านรายละเอียดเพิ่ม : http://transbordernews.in.th/home/?p=18257 )