Search

ชาวเลหลีเป๊ะ เตรียมไหว้ “โต๊ะคีรี” หลังชนะคดีที่ดิน จากเอกชน พร้อมวางแผนซ่อมห้องน้ำหลังคดีความยืดเยื้อมาหลายปี

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธุ์ 2561 นายพสิษฐ์ ถาวรล้ำเลิศ ทนายความอาสา ที่ทำคดีให้ชาวเลในพื้นที่ 5 จังหวัดอันดามัน เปิดเผยว่า วันนี้ศาลอุทธรณ์จังหวัดสตูลได้มีคำพิพากษายกฟ้องในคดีแพ่ง จากกรณีเอกชนยื่นฟ้องชาวเลเกาะหลีเป๊ะ ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมือง จังหวัดสตูล 5 ราย ในข้อหาบุรุกที่ดินในกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล ซึ่งจำเลยประกอบไปด้วย 1. นางสาวมาชา หาญทะเล 2. นายสิชล หาญทะเล 3. นางสาวสลวย หาญทะเล 4. นางสาวประภา สิริฮัน และ 5. นางแส้หนา เกาะสิเร๊ะ

นายพสิษฐ์ กล่าวว่า ทั้งนี้สำหรับคำพิพากษาวันนี้ตนไม่ได้ไปร่วมรับฟังด้วยตนเอง แต่มีตัวแทนชาวบ้านไปฟังให้ซึ่งศาลจะจัดส่งรายละเอียดคำพิพากษามาทั้งหมดให้จำเลยและชาวบ้านอ่านอีกครั้ง แต่เท่าที่ได้ฟังจากตัวแทนชาวบ้านนั้น สรุปมาว่า เหตุผลที่ศาลยกฟ้องเนื่องจากโจทก์ไม่สามารถนำสืบพยาน หลักฐานในการบุกรุกได้ แม้ว่าเอกชนรายดังกล่าวจะมีเอกสารสิทธิ์เป็น น.ส.3 ก็ตาม แต่โจทก์กลับให้ข้อมูลไม่ตรงข้อเท็จจริง เนื่องจากในสำนวนนั้นโจทก์อ้างว่า ชาวเลได้ขยายพื้นที่ที่อยู่อาศัยและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งจากการพิจารณาหลักฐานนั้นพบว่า ชาวเลทั้ง 5 ราย มีการก่อสร้างบ้านและอาศัยอยู่จริง แต่อยู่นอกพื้นที่เอกสารสิทธิ์ของเอกชนที่เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง จึงไม่สารถเอาผิดและฟ้องร้องห้อหาบุรักได้

“ฝ่ายโจทก์ให้การไม่ตรงเอง และที่สำคัญเขานำสืบไม่ได้ด้วยว่า ชาวเลขยายพื้นที่ไปยังไง บุกรุกได้ไง มันเลยไม่สมเหตุผล นั่นแสดงว่าชาวเลยังอยู่ต่อได้ในฐานะผู้ครอบครองที่ดิน ยังไงก็ไม่ผิดครับกรณีชาวเลอาศัยอยู่เพราะพวกเขาไม่ได้อยู่ในเนื้อที่ตาม น.ส.3 และที่เอกชนอ้างว่าบุกรุก ขยายพื้นที่มันก็ไม่มีหลีกฐานอยู่เลย นำสืบไม่ได้ ศาลจึงไม่รับฟ้อง ยังไงต้องไปอ่านคำพิพากษาให้ละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้เราคงต้องติดตามคดีต่อไป เพราะหากโจทก์ไปดำเนินคดีต่อในขั้นศาลฎีกา ก็ต้องรอดูว่าศาลฎีกาจะรับฟ้องหรือไม่” นายพสิษฐ์ กล่าว

ด้านนางสาวสลวย กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวจากทนายความและเพื่อนบ้านที่ไปฟังคดีที่ศาลให้ก็โล่งใจมาก จึงได้โทรไปบอกแม่ (นางแส้หน่า) ซึ่งช่วงนี้ไปทำงานแสดงรำมะนาที่เทศกาลแข่งว่าวจังหวัดสตูล เมื่อแม่ของตน และญาติๆ ทั้ง 3 คน ทราบเรื่องก็ดีใจกันมากและตกลงกันว่าพรุ่งนี้ (27 กุมภาพันธ์)จะไปเตรียมของไหว้เคารพโต๊ะคีรี บรรพบุรุษ ที่ช่วยคุ้มครองชาวเลในฐานะลูกหลาน ส่วนตนนั้นตั้งใจว่าเดือนหน้าจะสร้างห้องน้ำใหม่ เพราะห้องน้ำเสียหายไปมาก แต่ติดคดีที่ถูกฟ้องร้องจึงไม่สามารถซ่อมได้ กลัวว่าหากซ่อมไปแล้วจะถูกเอกชนเอาผิด

“ห้องน้ำจะใช้งบซื้อของราว 10,000 บาทค่ะ เราจะสร้างเอง ไม่จ้างใคร จะซ่อมเองหมดเลย คาดว่าเดือนหน้าจะสร้างได้ ต้องวางท่อใหม่ และต้องทำเสร็จก่อนฝนมา เบื้องต้นต้องขอบคุณทนายและหน่วยงานทุกคนที่ช่วยเหลือ และให้กำลังใจมาตลอด วันนี้ดีใจที่ไม่ต้องย้ายออกจากพื้นที่” นางสาวสลวย กล่าว

อนึ่งคดีดังกล่าว เป็นคดีที่ยืดเยื้อมานานตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งขณะนั้นชาวเลถูกศาลตัดสินแพ้คดี จนนำมาสู่การยื่นอุทธรณ์ในปี 2560 ซึ่งศาลได้พิพากษายกฟ้องในช่วงเช้าวันที่ 26 กุมภาพันธ์

อ่านข่าวเกี่ยวกับคดีดังกล่าวเพิ่มเติมได้ที่ http://transbordernews.in.th/home/?p=16409
http://transbordernews.in.th/home/?p=15383