
เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2561 นายซอ รอบิน มู เลขาธิการจังหวัดมือตรอ กองพลที่ 5 สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นยู ให้สัมภาษณ์ KIC ถึงเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารรัฐบาลพม่ากับทหารเคเอ็นยู ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อกองกำลังทหารพม่าจำนวนมากพร้อมอาวุธปืนได้รุกเข้ามาทางหมู่บ้านเหล่อหมื่อปลอ ทางตอนเหนือของจังหวัดผาปูน รัฐกะเหรี่ยง และอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของบ้านเดปูนุ กองบัญชาการกองพลที่ 5 เคเอ็นยู ซึ่งเดิมทีตามข้อตกลงการสร้างเส้นทางในเขตผาปูนในข้อตกลงหยุดยิงนั้น พื้นที่ถนนวางไว้ถึงแค่หมู่บ้านปะวอ เท่านั้น แต่กลุ่มทหารพม่าที่ประจำพื้นที่สร้างทางได้รุกพื้นที่เรื่อยๆ เข้ามาจากหมู่บ้านปะวอ มาถึงหมู่บ้านเคปู จนกระทั่งลึกเข้ามาถึงหมู่บ้านเหล่อหมื่อปลอ ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตลอดเส้นทางที่ทหารพม่ารุกพื้นที่ต้องหลบหนีกระจัดกระจาย แต่ยังไม่สามารถบอกได้จำนวนเท่าไรและหลบหนีไปยังที่ใดบ้าง คาดว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจะสามารถประเมินได้ภายในเย็นวันที่ 7 มีนาคมนี้ หลังจากได้เข้าไปสำรวจพื้นที่
นายซอ รอบิน มู กล่าวว่า หากสถานการณ์ยังคงดำเนินต่อไปเช่นนี้ ในระยะยาวย่อมเกิดผลกระทบต่อชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ซึ่งหลังจากลงนามในข้อตกลงหยุดยิงแล้ว ดูเหมือนรัฐบาลพม่าไม่สนใจข้อเสนอหรือข้อเรียกร้องจากกลุ่มชาติพันธุ์ หากแต่รัฐบาลพม่ากลับดำเนินการตามผลประโยชน์และความต้องการของฝ่ายรัฐบาล ทั้งนี้ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีการสูญเสียต่อชีวิตและได้รับบาดเจ็บเท่าไหร่ ซึ่งเจ้าหน้าที่เคเอ็นยูเขตจังหวัดมือตรอ กำลังติดตามสรุปผลกระทบอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ภายหลังการปะทะกัน เหตุการณ์ได้ยุติลงชั่วคราวโดยทหารทั้งสองฝ่ายยังคงเผชิญหน้าและผู้นำทางทหารของทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างการเจรจากันโดยทางเคเอ็นยูเห็นว่าทหารพม่าได้ปฎิบัติการผิดข้อตกลงตามสัญญาหยุดยิงที่ได้เคยลงนามกันไว้
นาย ซอ พอล เส่ง ทวา 1 ในคณะกรรมการเครือข่ายสนับสนุนสันติภาพกะเหรี่ยง (Karen Peace Sporting Network- KPSN) ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวชายขอบว่า ข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศที่เกิดขึ้นเป็นเพียงข้อตกลงเบื้องต้นที่เขียนไว้ในกระดาษ แต่ในทางปฏิบัติและความชัดเจนสำหรับการปฏิบัติในระดับพื้นที่นั้นไม่มีความชัดเจนใดๆ
นาย ซอ พอล เส่ง ทวา กล่าวว่าที่ผ่านมาหลังจากที่เริ่มมีการพูดคุยหาแนวทางหยุดยิงช่วงปี 2012 นาง ซีโพหร่า เส่ง รองประธานสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงเคเอ็นยูในขณะนั้น เรียกร้องให้มีการกำหนดกรอบความชัดเจนสำหรับแนวทางปฏิบัติระดับพื้นที่ แต่รัฐบาลพม่าไม่สนใจ และดำเนินการตามแนวทางของตนเอง จนมีการลงนามหยุดยิงทั่วประเทศเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2015 ที่ผ่านมา แต่ความชัดเจนในแนวทางปฏิบัติทางทหารระดับพื้นที่ก็ยังไม่มีการระบุอย่างชัดเจน
1 ในคณะกรรมการสนับสนุนการเจรจาฯกล่าวว่า กองพลที่ 5 ของเคเอ็นยู ได้กำหนดกรอบการปฏิบัติทางทหารระดับพื้นที่ของตนเอง เช่น การเคลื่อนพลส่งสะเบียงของทหารพม่า หรือ การลาดตะเวนพื้นที่รับผิดชอบทำได้โดยต้องแจ้งล่วงหน้า เส้นทางป่าเขาอนุญาตให้กองทัพพม่าเคลื่อนกำลังพลได้ในขอบเขตความกว้าง 100 เมตร (เส้นทางที่เคลื่อนไหวตลอดทางสามารถมีชุดคุ้มกันอยู่ในกรอบรัศมี 100 เมตร) สำหรับเขตชุมชน อนุญาตให้กองทัพพม่าเคลื่อนกำลังพลได้ในขอบเขตความกว้าง 50 เมตร พื้นที่อ่อนไหวทางการทหารที่เคยมีการปะทะไม่อนุญาตให้ทหารพม่าส่งสะเบียงด้วยรถยนต์ หากมีฐานอยู่ใกล้ชุมชน ทหารพม่าต้องประจำอยู่แต่ที่มั่นห้ามเข้ามาในเขตชุมชน เป็นต้น
“ที่ผ่านมาเห็นได้ว่าทหารพม่าละเมิดแนวทางปฏิบัติในพื้นที่ตลอด ใช้รถยนต์ในการส่งสะเบียงในพื้นที่อ่อนไหว ทางทหารกะเหรี่ยงมีการแจ้งเตือนแต่ทางกองทัพพม่าไม่เคยสนใจ”นาย ซอ พอล เส่ง ทวา กล่าว
นาย ซอ พอล เส่ง ทวา กล่าวว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เดิมทีทหารพม่าในค่ายทอมูแปลแม เขตพื้นที่ เหล่อ หมื่อ ปลอ ตั้งอยู่บนยอดเขา ซึ่งชาวบ้านไม่กล้าอยู่ในหมู่บ้านอยู่แล้ว ต้องไปอาศัยพักในกระท่อมปลายนาในพื้นที่ทำกินของตนเองตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่เมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 มีนาคม ทหารพม่าเคลื่อนกำลังพลจากยอดเขาลงมาประชิดชุมชน และมีการขุดแนวหลุมเพลาะ ลักษณะเป็นการสร้างที่มั่น ชาวบ้านจึงหนีออกจากชุมชน ส่งผลให้เกิดการปะทะขึ้น
“แม้การขยายเส้นทางสัญจรเป็นหน้าที่รัฐบาล และใช้เงื่อนไขการหยุดยิงทั่วประเทศ NCA เป็นเกราะป้องกัน คำถามคือ ข้อตกลงหยุดยิงที่ลงนามนั้น ความปลอดภัยของชาวบ้านอยู่ตรงไหน เพราะมองในทางปฏิบัติแล้วกองทัพพม่าละเมิดข้อตกลง NCA มาโดยตลอด หากพูดตรงๆ กองทัพพม่าใช้ข้อตกลงหยุดยิงในการขยายพื้นที่เคลื่อนไหวทางการทหาร “นาย ซอ พอล เส่ง ทวา กล่าว
1 ในคณะกรรมการสนับสนุนการเจรจาฯกล่าวว่า เหตุการณ์การละเมิดข้อตกลง NCA เกิดขึ้นในหลายพื้นที่แต่ก็มีการแก้ไขตามสถานการณ์และไม่เป็นข่าวออกมา หากผู้นำหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของทางการพม่า หรือ ฝ่ายชาติพันธุ์มองว่าเป็นสถานการณ์เฉพาะพื้นที่ และแก้ไขตามสถานการณ์ ปัญหาก็ไม่จบ แต่ถ้าพิจารณาแล้วเห็นถึงข้อบกพร่องของข้อตกลงหยุดยิง NCA ก็ต้องหันมาวางแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อให้ชาวบ้านมีพื้นที่ปลอดภัยและมั่นใจในข้อตกลง
“หากมองอีกด้านคือ กองทัพพม่าต้องการวัดกำลังของกองพลที่ 5 รวมถึงสร้างสถานการณ์ความขัดแย้งเพื่อเป็นเหตุพลในการเข้าโจมตี อย่างที่เคยเกิดกับกลุ่ม DKBA ทางพื้นที่แม่ตะวอ” นาย ซอ พอล เส่ง ทวา กล่าว