2 ชาวบ้านวังหีบเข้ามอบตัวหลังถูกนายอำเภอแจ้งกำเนินคดี-ถูกตั้งข้อหาเล็กน้อยปล่อยตัวเลย ผู้เฒ่าในหมู่บ้านร่วมให้พร-ออกแถลงการณ์จี้หยุดสร้างเงื่อนไข


เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2562 เวลา 13.00 น.ที่ สภ.อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช นางนงลักษณ์ ผาสุข(มุ้ย)​และ นายวุฒิชัย แก้วลำหัด(ป้อม)​พร้อมด้วยนายกฤษดา ขุนณรงค์ ทนายความจากเครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนภาคใต้ ได้เดินทางเข้ามอบตัวภายหลังจากถูกนายจิรโรจน์ สำแดง นายอำเภอทุ่งสง แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันกระทำด้วยประการใดๆให้ทางสาธารณะ ประตูน้ำ ทำนบ เขื่อน อันเป็นส่วนของทางสาธารณะ หรือที่ขึ้นลงของอากาศยาน อยู่ในลักษณะอันน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่การจราจร

ภายหลังเสร็จสิ้นนายกฤษฎาเปิดเผยว่า ทั้ง 2 คนได้รับทราบข้อกล่าวหาและให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา และไม่ได้มีการประกันตัวโดยเจ้าหน้าที่ได้ปล่อยตัวทั้งคู่ได้เลยเนื่องจากเป็นเรื่องเล็กน้อย

ผู้สื่อข่าวถามว่าการแจ้งความดำเนินคดีในครั้งนี้สมเหตุผลหรือไม่ ทนายความผู้นี้กล่าวว่า ปัจจุบันในพื้นที่ใดเมื่อเกิดโครงการใหญ่ๆที่ขัดแย้งกับชาวบ้านและวิถีชุมชนจนเกิดการคัดค้านและขัดขวางจากชาวบ้าน คนของรัฐมัดใช้วิธีฟ้องดำเนินคดีเพื่อปิดปากชาวบ้านซึ่งทำให้การต่อสู้ของชาวบ้านหยุดชะงักโดยสร้างภาระต่างๆทั้งเรื่องการหาทรัพย์สินประกันตัวและการต้องเดินทางไปขึ้นศาล

“เมื่อก่อนการฟ้องคดีปิดปากมักเกิดจากนายทุนฟ้องชาวบ้าน แต่ปัจจุบันกลายเป็นภาครัฐฟ้องชาวบ้าน อย่างกรณีฟ้องชาวบ้านเทพา จ.สงขลา ที่ยื่นหนังสือร้องทุกข์คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่ในที่สุดศาลก็ยกฟ้อง”นายกฤษฎา กล่าว

ก่อนหน้านี้ในช่วงเช้าเวลา 08.00 น.ที่หมู่บ้านวังหีบ อ.ทุ่งสง ชาวบ้านกว่า 100 คนได้ร่วมกันทำบุญเลี้ยงพระ โดยหลังเสร็จพิธีบรรดาผู้เฒ่าผู้แก่ได้ร่วมกันให้พร นางนงลักษณ์และ นายวุฒิชัย ก่อนเดินทางเข้ามอบตัวที่ สภ.อ.ทุ่งสง

ทั้งนี้ชาววังหีบได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ระบุว่าการข่มขู่ คุกคามให้พวกเราทั้งหลายตกอยู่ในความหวาดกลัว ด้วยหวังจะให้หยุดการกระทำใดๆเพื่อการปกป้องดิน น้ำ ป่า และวิถีชีวิตของพวกเรา ถือเป็นความผิดตามหลักสิทธิมนุษยชนที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำต่อประชาชน และเป็นความน่าละอายอีกครั้งหนึ่งในการใช้อำนาจของฝ่าย

“พวกเราขอยืนยันว่า การออกมาคัดค้านโครงการสร้างเขื่อนวังหีบไม่ได้มีเจตนาที่จะสร้างความเดือดร้อน วุ่นวาย ทั้งไม่ต้องการที่จะนำไปสู่ความรุนแรงและความขัดแย้งใดๆให้กับสังคมทุ่งสง หากแต่เป็นการดำเนินอยู่บนพื้นฐานของเหตุผล และข้อเท็จจริงที่พวกเราต้องการจะสื่อสารให้สาธารณะให้รับรู้ ความไม่ชอบธรรมที่เกิดขึ้นจากโครงการเขื่อนวังหีบ อันรวมถึงความทุกข์ร้อนของพวกเราทุกคนในฐานะประชาชน ที่กำลังจะสูญเสียที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ดิน น้ำ ป่า ซึ่งทั้งหมดนี้ดำเนินไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ และตั้งอยู่บนพื้นฐานของสิทธิขั้นพื้นฐานอันพึงมีของพวกเราทุกคน ดังนั้นการกระทำการดังกล่าวของเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายปกครองในอำเภอทุ่งสงเสมือนต้องการจะสร้างเงื่อนไขเพื่อการปิดกั้นการแสดงออกของพวกเรา และเห็นได้ถึงเจตนาที่จะกลั่นแกล้ง รังแกประชาชนจนเกินกว่าเหตุ เพียงเพื่อที่จะเดินหน้าก่อสร้างโครงการเขื่อนวังหีบอย่างไม่สนใจถึงความทุกข์ร้อนของประชาชนในพื้นที่แต่อย่างใด จึงถือเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และพวกเราไม่สามารถยอมรับได้”แถลงการณ์ ระบุ

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.