วอน “บิ๊กโจ๊ก”-สภาทนายความช่วยด่วน ชาวเลราไวย์ตกเป็นเหยื่อขบวนการรับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร เผยผีซ้ำด้ามพลอยคดีถูกขับไล่ออกจากที่ดินยังไม่แล้วโดนหลอกซ้ำอีก

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2562 ที่สถานีตำรวจนครบาลพญาไท กทม. ชาวบ้านซึ่งเป็นชาวเลจากชุมชนราไวย์จำนวน 4 คน ประกอบด้วย น.ส.สุมาลี บางจาก น.ส.สมทรัพย์ บางจาก น.ส.จันทนา บางจาก และ น.ส.ฉาบ ชาวน้ำ ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาภายหลังจากถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจคือ ร.ต.อ.เจริญ สุขมาก พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้ทำการสอบปากค น.ส.สมทรัพย์ และ น.ส.สุมาลี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการตั้งคำถามถึงบุคคลที่ให้เข้ามาเปิดปัญชี ส่วนชาวบ้านอีก 2 คนยังไม่มีหมายเรียก

น.ส.สุมาลี บางจาก กล่าวว่า “เราไม่รู้มาก่อนว่าเป็นการจ้างเปิดบัญชี เขามาบอกให้ช่วยเพราะบัตรเขาหมดอายุ เงินเดือนจะเข้า เราก็ถามว่าไม่มีปัญหานะ เขาก็บอกไม่มีปัญหา พอเปิดบัญชีแล้วเขาก็เอาบัญชีอะไรไปหมดเลย พอตอนเย็นเขาเอาตังค์มาให้หนึ่งพัน เราก็ถามว่าค่าอะไร เขาก็บอกว่าให้ค่าขนม ถ้าเรารู้ว่าจะมีปัญหา เราก็ไม่ทำ”

นายนิรันดร์ หยังปาน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านชุมชนราไวย์ และผู้ประสานงานเครือข่ายชาวเลอันดามันซึ่งเป็นผู้นำตัวชาวเลที่ถูกกล่าวหาเดินทางมายัง สน.พญาไท กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกทั้งสองคนไปรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม และสำนวนส่งอัยการ โดยทั้งคู่เคยถูกข้อหาช่อโกงมาครั้งหนึ่งในกรณีเดียวกัน แต่ผู้เสียหายมาร้องเพิ่มเติม ซึ่งทั้งคู่ได้ปธิเสธไป ทั้งนี้ตนเชื่อว่าชาวบ้านทั้ง 4 คนเป็นผู้บริสุทธิซึ่งคนในชุมชนต่างรู้ดีเพราะเมื่อไปดูสภาพข้อเท็จจริงที่อยู่กันในบ้านหลังเล็กๆ มีรายได้หาเช้ากินค่ำและใช้โทรศัพท์มือถือไม่เป็น ที่สำคัญคือเอทีเอ็มก็ใช้ไม่เป็นโดยหากมีความจำเป็นต้องใช้บริการตู้เอทีเอ็มก็ต้องให้คนอื่นไปกดให้

ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านกล่าวว่า จากการสอบถามชาวบ้านที่ถูกกล่าวหาครั้งนี้บอกว่าบุคคลที่ให้เปิดบัญชีครั้งนี้ชื่อว่านางวิภาซึ่งเป็นชาวภูเก็ตแต่มาได้สามีเป็นชาวเลอยู่ในชุมชนราไวย์ จึงเกิดความเชื่อใจเพราะรู้จักกันโดยนางวิภาได้บอกว่ามีน้องกำลังโอนเงินมาให้นางวิภาแต่บัตรเอทีเอ็มหายจึงอยากให้ช่วยเปิดบัญชีให้ ซึ่งหลังจากชาวเลเปิดบัญชีแล้วนางวิภานำเงินมาให้ 1,000 บาท อย่างไรก็ตามภายหลังมีการสืบถามกันพบว่านางวิภาได้นำบัญชีธนาคารไปให้กับผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ชื่อนางนวลปราง โดยขณะนี้ทั้งนางวิภาและนางนวลปรางต่างถูกขังอยู่ในคุก

“พวกเราอยากให้ผู้เสียหายรู้ว่าชาวบ้านทั้ง 4 คนไม่ใช่คนที่ฉ้อโกง ผมเองก็เชื่อในความบริสุทธิของพวกเขาเพราะใครเป็นอย่างไรคนในชุมชนต่างทราบกันดี จึงอยากวอนให้ทุกฝ่ายช่วยเหลือพวกเราด้วย เพราะทุกวันนี้ถูกฟ้องขับไล่ออกจากที่ดินซึ่งอยู่กันมานานตั้งแต่บรรพบุรุษก็เหนื่อยและกังวลมากอยู่แล้ว ตอนนี้ยังมาถูกหลอกลวงจนกลายเป็นเหยื่ออีก”นายนิรันดร์ กล่าว

นายนิรันดร์กล่าวว่า หลังจากเสร็จสิ้นการสอบปากคำแล้ว ชาวบ้านได้ไปร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือที่สภาทนายความ และถ้าเป็นไปได้ในวันที่ 31 มกราคม ก็อยากไปยื่นหนังสือร้องทุกข์และเล่าข้อเท็จจริงให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ผบช.สตม.) รับทราบ
//////////////////////

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.