รองนายกลาวประณามเขื่อนแตกเพราะการวางแผนไม่ดี -ผู้เชี่ยวชาญชี้เหตุบกพร่อง

สำนักข่าววิทยุเอเชีย เสรีรายงานเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2562 ว่า รองนายกรัฐมนตรีของลาวย้ำว่าคุณภาพของดินต่ำเป็นเหตุให้เขื่อนแตกและเกิดภาวะน้ำท่วมใหญ่สุดในรอบหลายสิบปี โดยในการสรุปประชุมด้านสิ่งแวดล้อมเมื่อต้นเดือนที่เมืองเวียงจันทร์ นายบุนทอง จิตมะนี รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการตรวจสอบสาเหตุภัยพิบัติเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ประณามเขื่อนแตกว่าไม่มีการติดตามตรวจสอบ

“ตอนนี้เราไม่สามารถชี้ร่วมกันได้ว่าเหตุใดสันเขื่อน D ของเขื่อนเซเปียน- เซน้ำน้อยจึงพัง ทั้งบริษัทและทีมสอบสวนอิสระต่างก็มีทฤษฎีและเหตุผลของตัวเอง เราเองก็ไม่ได้มีการศึกษาทางด้านสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะดิน หรือการวิเคราะห์ดินที่เหมาะสม ถ้าเรามีการวิเคราะห์ที่แม่นยำเช่นการตรวจสอบในขณะนี้ เราคงจะไม่อนุญาตให้ทำส่วนนี้หรือเราคงไม่ให้ทำโครงการเลย” นายบุนทอง กล่าว และว่า “ถ้าข้อมูลการวิเคราะห์ดินถูกส่งไปที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ บางทีท่านทั้งหลาย สหายทั้งหลาย คงจะไม่อนุญาตให้บริษัทสร้างเขื่อนนี้ได้”

ทั้งนี้ภัยพิบัติที่เกิดจากสันเขื่อนดินย่อยของเขื่อนเซเปียน เซน้ำน้อยแตกส่งผลให้เกิดน้ำท่วม 12 หมู่บ้านและคร่าชีวิตชาวบ้านกว่า 40 คน ในแขวงจำปาสักและอัตตะปือ และยังมีผู้สูญหายอีกเป็นจำนวนมาก

นายริชาร์ด มีฮาน ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมโยธา กล่าวว่า โครงการนี้มีข้อบกพร่องที่เป็นอันตรายโดยไม่ต้องวิเคราะห์คุณภาพของดิน “เขื่อนพังเพราะว่าสภาพทางธรณีวิทยาและคุณภาพของดินที่ไม่มั่นคง เขากล่าวว่า ถ้ามีการวิเคราะห์ทางธรณีวิทยาอย่างเหมาะสมและปกติ เราจะพบว่า สันเขื่อนย่อยบกพร่องและเขื่อนไม่มีความปลอดภัย

“นี่ก็เป็นข้อสรุปที่ผมได้เขียนไว้เมื่อปีที่แล้วจากการศึกษาโดยใช้ข้อมูลของดาวเดียว เพราะว่า ข้อมูลจากดาวเทียมยืนยันเช่นเดียวกับข้อมูลที่ผมมี” เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม นายเอียน แบร์ นักธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิล เมดินสัน ชื่นชมให้รองนายกรัฐมนตรีพูดความจริง
“ดีกว่าไม่พูดอะไรเลยสิ่งที่เขาพูดชี้ชัดว่า เขาเคารพว่า เขาต้องการจะค้นหาแก้ไขปัญหาถึงแม้ว่ามันจะไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศลาวดีขึ้น ผมก็รู้สึกชื่นชมเขา” นายเอียน กล่าว
บริษัทเซเปียน เซน้ำน้อย จำกัด เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัทท้องถิ่นของลาวและบริษัท SK Engineering and Construction สัญชาติเกาหลีใต้ โดยทางเกาหลีใต้ได้ส่งความช่วยเหลือเพื่อลดผลกระทบจากภัยพิบัติในครั้งนี้

หลังจากภัยพิบัติเขื่อนเซเปียนเซน้ำน้อย สปป.ลาวได้เดินหน้าการพิจารณาโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังงานน้ำมากเขื่อนภายใต้นโยบาย “แบตเตอรี่ของเอเชีย” เพื่อขายส่งพลังงานให้กับเพื่อนบ้านเช่นจีน ไทย และประเทศอื่นๆ

ที่มา https://www.rfa.org/english/news/laos/bounthong-chitmany-pnpc-03202019161742.html

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.