เหยื่อเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตกโวยถูกฮุบที่ดินจากการเยียวยาปลูกกล้วยหอม นักธุรกิจจีนหัวใสอาศัยจังหวะชาวบ้านไร้ทางเลือก

ภาพ RFA

สำนักข่าววิทยุเอเชียเสรี รายงานเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2562 ว่า จีนเตรียมปลูกกล้วยหอมบนที่ดินที่รัฐบาลลาวเตรียมไว้สำหรับรองรับการชดเชยแก่ชาวบ้านที่รอดชีวิตจากเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก ซึ่งเป็นภัยพิบัติครั้งใหญ่ในสปป.ลาวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 ทำให้หมู่บ้านจำนวน 12หมู่บ้านจมน้ำและมีผู้เสียชีวิตกว่า 40 คน และมีผู้สูญหายอีกเป็นจำนวนมาก

ที่ดินจำนวน 2,000 เฮกตาร์ หรือประมาณ 12,000 ไร่ ติดกับบ้านปินดง เมืองสะหนามไซ แขวงอัตตะปือ ที่มีการบุกเบิกและปรับพื้นที่โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา เพื่อเตรียมไว้ให้กับผู้ประสบภัยเป็นพื้นที่ในการเพาะปลูกในช่วงฤดูฝนของปีนี้ แต่เมื่อเร็วๆนี้ หน่วยงานท้องถิ่นกลับอนุญาตให้นักลงทุนจีนเข้าไปปลูกกล้วยในพื้นที่นั้นแทน

นายเลิด ไซยาพอน ผู้ว่าการแขวงอัตตะปือ กล่าวว่า บริษัทจีนใช้พื้นที่ดังกล่าวเพื่อช่วยเหลือผู้รอดชีวิต โดยหน่วยงานแขวงและรัฐบาลกลาง ได้ปรับพื้นที่เพื่อให้ผู้ประสบภัยแล้ว แต่ผู้ประสบภัยไม่มีเงินทุนที่จะปลูกพืชต่างได้ เพราะว่าสูญเสียทุกอย่างจากน้ำท่วม ทางแขวงเองก็ไม่มีความสามารถช่วยเหลือด้านการเงินให้กับพวกเขา แต่ได้ให้ที่ดินกับผู้ประสบภัยโดยที่ดินเหล่านั้นเป็นของพวกเขา แต่บริษัทจีนก็ได้เข้ามาช่วยเหลือผู้ประภัยด้วยการให้เงินทุนและแบ่งกำไรกัน

ผู้ว่าการฯไม่ได้ชี้แจงว่า บริษัทจะแบ่งกำไรหรือรูปแบบการแบ่งผลประโยชน์จะเป็นอย่างไร แต่เขายืนยันว่าหน่วยงานท้องถิ่นไม่ได้ให้ที่ดินกับนักลงทุน แต่การอนุญาตให้บริษัทเข้าไปช่วยชาวบ้านปลูกกล้วยและเป็นการสร้างงานให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ

ส่วนกรณีข้อกังวลต่อผลกระทบต่างๆในการปลูกกล้วยหอมเช่น การใช้สารเคมีเข้มข้น นายไซยาพอนกล่าวว่า จังหวัดจะเพิ่มการตรวจสอบและเฝ้าระวังการใช้สารเคมีในพื้นที่แปลงปลูกกล้วยเพิ่มขึ้น

ขณะที่การอนุญาตให้มีการเริ่มปลูกกล้วยในที่ดินสำหรับเป็นค่าชดเชยของเหยื่อผู้ได้รับผลกระทบพึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากที่รัฐบาลลาวประการหยุดการอนุญาตสำหรับแปลงปลูกกล้วยแห่งใหม่ และลงโทษเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ละเมิดประกาศดังกล่าว ท่ามกลางข้อวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการใช้สารเคมีที่ผิดกฎหมายซึ่งทำให้เกิดมลภาวะและทำลายวิถีชีวิตของชุมชน

ทั้งนี้การใช้สารเคมีที่รุนแรงของแปลงปลูกกล้วยหอมของจีนเมื่อปี 2559 ทำให้รัฐบาลลาวมีคำสั่งห้ามให้สัมปทานแปลงปลูกกล้วยแห่งใหม่ แต่ก็ยังมีอีกหลายแปลงที่ยังดำเนินการได้จนกว่าใบอนุญาตจะหมดอายุ แต่ก็ยังพบว่าเมื่อเดือนที่ผ่านมา ยังมี หน่วยงานท้องถิ่นอนุญาตให้มีการปลูกกล้วยเพิ่มเติม แม้ว่ารัฐบาลกลางได้สั่งห้ามไปแล้ว โดยเฉพาะในเขตแขวงไซยะบุรี อุดมไซ บอลิคำไซย และสะหวันนะเขต ซึ่งบริษัทต่างๆก็พยายามต่อรองเพื่อจะปลูกกล้วยเพิ่มเติมในทั่วประเทศ เช่นแขวงเวียงจันทร์

ด้านชาวบ้านผู้ประสบภัยจากเขื่อนเซเปียน เซน้ำน้อย ต่างกังวลว่า ที่ดินที่พวกเขาควรจะได้รับอาจะต้องตกไปเป็นของนักลงทุนจีน โดยชาวบ้านปินดง รายหนึ่งกล่าวว่า “ทีแรก เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นบอกว่า จะปรับพื้นที่ดินให้พวกเรา 2 หมู่บ้านที่อยู่ตรงนี้ แต่หลังจากปรับพื้นที่แล้ว เขาก็ยกให้คนจีน ที่เข้ามาจ้างพวกเราให้ไปปลูกกล้วยให้เขา”

“ชาวบ้านทุกคนคัดค้านการปลูกกล้วยของจีน พวกเรามีสองกลุ่มคือ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่นี่อยู่แล้วและกังวลเกี่ยวกับการใช้สารเคมีจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และกลุ่มที่สองคือ ชาวบ้านผู้ประสบภัยจากเขื่อนแตก จำนวน150 ครอบครัวที่อยู่ในพื้นที่หมู่บ้านเดียวกัน เรากังวลว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะยกที่ดินให้กับคนจีน แล้วเราจะมีที่ดินกินอย่างไร” ชาวบ้าน กล่าว

ขณะนี้ ชาวบ้านในพื้นที่แขวงอัตตะปือกล่าวว่า นักลงทุนจีนและบริษัทเวียดนาม กำลังดำเนินการขยายพื้นที่ปลูกกล้วยหอมในเมืองสนามไซย จาก 3,000 เฮกตาร์ เป็น 10,000 เฮกตาร์ เนื่องจากราคายางพาราที่ลดลง พวกเขาคาดว่าจะปรับมาเป็นแปลงปลูกกล้วยทดแทนโดยขณะนี้มีแรงงานลาวที่ทำงานในสวนกล้วยของจีนประมาณ 100 คน

ที่มา https://www.rfa.org/english/news/laos/laos-bananas-on-survivor-land-05292019154355.html?fbclid=IwAR0FpmxcZvdgZd6S_NH5JCwMk3uIowmgaH67E9zzBh45VUORC4Ugnkc-KBI

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.