“เฉลิมชัย”เตรียมลงพื้นที่เก็บข้อมูล 3 เขื่อนภาคใต้หลังชาวบ้านยื่นหนังสือค้าน

เมื่อวันนี้ 1สิงหาคม 2562 เวลา 13.30 น. ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กทม. ตัวแทนชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการสร้างเขื่อน 3 พื้นที่ในภาคใต้ คือ โครงการอ่างเก็บน้ำวังหีบ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอทุ่งสง โครงการอ่างเก็บน้ำคลองสังข์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอทุ่งใหญ่ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช และโครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง จำนวน 16 คน ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯเพื่อขอให้ยกเลิกโทั้ง 3 โครงการ โดยชาวบ้านได้ชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ให้รัฐมนตรีได้ทราบ

ผู้แทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบกล่าวว่า ได้ยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯในรัฐบาลชุดก่อน ซึ่งได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานศึกษาร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ นักวิชาการและชาวบ้านในพื้นที่ แต่อย่างไรก็ดีข้อเสนอแนะของคณะทำงานภายใต้การดูแลของ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯยังไม่ได้มีการนำไปปฏิบัติใช้แต่อย่างใด

ทั้งนี้ชาวบ้านระบุว่า โครงการวังหีบ ตั้งอยู่ที่ตำบลนาหลวง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งโครงการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชาวบ้านกว่า 100 ครอบครัวและพื้นที่ป่าต้นน้ำชั้น 1 AR รวมทั้งวัตถุประสงค์ของโครงการยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาอุทกภัยเมืองทุ่งส่งได้ตามที่มีกล่าวอ้างจากหน่วยงานกรมชลประทาน ทั้งนี้ผลการศึกษายังชี้ให้เห็นว่า สายน้ำวังหีบไม่ได้ไหลเข้าตัวเมืองทุ่งสงโดยตรง การสร้างเขื่อนวังหีบจึงไม่สามารถแก้ไขปัญหาอุกภัยในตัวเมืองทุ่งสงได้ 

ขณะที่โครงการคลองสังข์ ตั้งอยู่ที่ตำบลกรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช โดยชาวบ้านระบุว่า จะส่งผลกระทบต่อชาวบ้านกว่า 312-342 ครอบครัวที่ต้องถูกอพยพหรือสูญเสียที่ดินทำกินหรือทั้งสองอย่างและยังมีน้ำล้อมเกือบรอบอีกประมาณ 40 ครอบครัว และอาจเกิดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อแรงงานที่เป็นลูกจ้างกรีดยางของการยางแห่งประเทศไทยอีกกว่า 116 ครอบครัว อีกทั้ง วัตถุประสงค์ของโครงการไม่สอดคล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่เนื่องจากบริบททางสภาพสังคม เศรษฐกิจได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และประเด็นที่สำคัญ ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบซ้ำซ้อนเนื่องจากถูกย้ายมาจากอำเภอพิปูน กรณีภัยพิบัติดินโคนถล่ม และย้ายมาอยู่ที่ตำบลกรุงหยันตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยในปี 2532 แต่โครงการคลองสังข์นั้นมีโครงการตั้งแต่ปี 2523 นั่นแสดงว่าหน่วยงานภาครัฐรู้อยู่แล้วแต่เหตุใดถึงย้ายชาวบ้านมาอยู่ ถือเป็นความผิดพลาดของหน่วยงานราชการเอง แต่กระทบกลับตกอยู่กับชาวบ้าน

สำหรับโครงการเหมืองตะกั่ว ตั้งอยู่ที่อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง ชาวบ้านระบุว่า จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมากเนื่องจากอยู่ในป่าต้นน้ำของพัทลุง และตั้งอยู่ในน้ำตกโตนสะตอที่มีความอุดมสมบูรณ์รวมทั้งยังเป็นแหล่งอาศัยของนกเหงือก  บริเวณใกล้เคียงยังมีแหล่งน้ำที่ถูกพัฒนาไปแล้วแต่ไม่ได้ใช้งานอีกหลายแห่ง

“พวกเรามายื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีวันนี้เพื่อขอให้ยกเลิกโครงการสร้างเขื่อนทั้ง 3 แห่ง เนื่องจากเป็นโครงการที่ส่งผลกระทบค่อนข้างรุนแรงทั้งต่อตัวชาวบ้านและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งที่ผ่านมานโยบายการจัดการน้ำ ชาวบ้านในพื้นที่ไม่เคยมีส่วนร่วมเลย ชาวบ้านทั้ง 3 พื้นที่เห็นว่า การสร้างเขื่อนไม่ใช่ทางออกของการจัดการน้ำที่เหมาะสมอีกต่อไป ชาวบ้านขอเสนอทางเลือกการบริหารจัดการน้ำจากแหล่งกักเก็บน้ำที่มีอยู่ในพื้นที่พร้อมทั้งปรับปรุงให้กลับมาใช้งานได้และการจัดการน้ำแบบอื่นที่ชุมชนมีส่วนร่วมและเกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง”ผู้แทนชาวบ้านระบุ

ขณะที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯกล่าวว่าตนเพิ่งรับตำแหน่งและขอศึกษารายละเอียดก่อน ซึ่งเป็นไปได้อาจเดินทางลงไปดูพื้นที่ และจะนัดหารือกับชาวบ้านอีกครั้ง

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.